ที่ดิน เป็นปัจจัยหลักที่สำคัญในการประกอบอาชีพทางการเกษตร มีเกษตรกรจำนวนมากที่ประสบปัญหาขาดแคลนที่ดินทำกิน หรือมีที่ดินทำกินน้อยไม่เพียงพอกับการเพาะปลูก ต้องเช่าที่ดินจากนายทุนมาทำกิน ฯ

สหกรณ์นิคมคืออะไร

               สหกรณ์นิคม  คือ สหกรณ์การเกษตรในรูปแบบหนึ่งที่มีการดำเนินการจัดสรรที่ดินทำกินให้ราษฎร  การจัดสร้างปัจจัยพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่อยู่อาศัยควบคู่ไปกับการดำเนินการจัดหาสินเชื่อปัจจัยการผลิตและสิ่งของที่จำเป็น การแปรรูปการเกษตร การส่งเสริมอาชีพ รวมทั้งกิจกรรมให้บริการสาธารณูปโภคแก่สมาชิก

                สหกรณ์นิคม  มีงานหลัก ๒ งาน คือ  งานจัดที่ดินและงานจัดสหกรณ์

 งานจัดที่ดิน

                งานจัดที่ดินเป็นงานที่ดำเนินการโดยรัฐ  ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดหาที่ดินมาปรับปรุงสภาพ  แล้วจัดสรรให้ราษฎรที่ประสบปัญหาขาดแคลนที่ดินทำกินได้เข้าไปทำกินและอยู่อาศัย  จัดบริการเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ที่ดินและที่อยู่อาศัย  เช่น  ถนน แหล่งน้ำ  โรงเรียน  สถานีอนามัย ตลาด ฯลฯ  เป็นต้น  ซึ่งแบ่งขั้นตอนการดำเนินงานได้ดังนี้

 ๑.      การจัดหาที่ดิน

          การจัดหาที่ดินมาจัดสรรให้ราษฎรทำการเกษตร  โดยวิธีการสหกรณ์นั้นสามารถแบ่งออกได้  ๓ รูปแบบคือ

          ๑.๑  การจัดที่ดินในรูปของนิคมสหกรณ์

                 กรมส่งเสริมสหกรณ์อาศัยพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.๒๕๑๑ เป็นหลักในการปฏิบัติ  กล่าวคือ กรมส่งเสริมสหกรณ์จะประสานงานกับคณะกรรมการจำแนกประเภทที่ดิน  เพื่อขอรับพื้นที่ที่คณะกรรมการฯ ได้จำแนกไว้เป็นที่จัดสรรเพื่อการเกษตร นำมาจัดสรรให้ราษฎรเข้าทำกิน

          ๑.๒  การจัดที่ดินในรูปสหกรณ์การเช่าซื้อที่ดิน

                  รัฐจัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่งให้กรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นทุนจัดซื้อที่ดินเพื่อนำมาจัดสรรให้ราษฎร  โดยคำนึงถึงความเดือดร้อนหรือความต้องการของราษฎร  โดยคำนึงถึงความเดือดร้อนหรือความต้องการของราษฎร  และราษฎรดังกล่าวไม่สามารถจัดซื้อที่ดินด้วยกำลังทรัพย์หรือความสามารถของตนได้  กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงทำหน้าที่จัดหาที่ดินแปลงใหญ่หรือแปลงเล็กแปลงน้อยแต่ติดต่อเป็นผืนเดียวกัน  นำมาให้สหกรณ์ได้เช่าหรือเช่าซื้อตามกำลังความสามารถของสมาชิกผู้ได้รับจัดสรรการจัดที่ดินลักษณะนี้อาศัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในลักษณะของเช่าทรัพย์หรือเช่าซื้อเป็นหลักปฏิบัติ นอกจากกฎหมายดังกล่าวแล้วนับแต่ปี ๒๕๑๘  เป็นต้นมา  พระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ.๒๕๑๘ ยังครอบคลุมมาถึงสภาพที่ดินที่รัฐได้มาในลักษณะนี้  ซึ่งกฎหมายดังกล่าวนี้ถือว่าเป็นที่ราชพัสดุตามกฎหมายจึงต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ.๒๕๑๘  ด้วย

          ๑.๓  การจัดที่ดินในรูปสหกรณ์เช่าที่ดิน

                  สืบเนื่องมาจากที่สงวนหวงห้ามของรัฐที่เป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรทั้งในสภาพที่เป็นป่าสงวนแห่งชาติ  หรือป่าตามมติของคณะรัฐมนตรี (ป่าเตรียมการสงวน) ถูกราษฎรเข้าไปบุกรุกทำกินจนเต็มพื้นที่ และรัฐไม่สามารถฟื้นฟูสภาพป่าให้คงเดิมได้  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมป่าไม้จึงเสนอนโยบายต่อคณะรัฐมนตรี  เพื่อมอบพื้นที่ที่สภาพดังกล่าวให้ส่วนราชการที่มีหน้าที่ในการจัดที่ดินให้แก่ราษฎร  นำที่ดินไปจัดสรรให้แก่ราษฎร  การจัดที่ดินลักษณะนี้ยังคงต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๗

                   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ได้พระราชทานที่ดินส่วนพระองค์จำนวนหนึ่ง เพื่อจัดสรรให้แก่ราษฎรทำการเกษตร  โดยมีพระราชดำริว่าควรจัดสรรให้ราษฎรเช่าและตกทอดทางมรดกไปยังลูกหลายต่อไป  เพื่อมิให้การโดยซื้อขายกันจนทำให้ที่ดินตกไปอยู่แก่ผู้ที่มิได้ประกอบอาชีพทางการเกษตร ที่ดินจำนวนนี้กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้นำมาจัดสรรให้ราษฎรในรูปสหกรณ์การเช่าที่ดินตามพระราชประสงค์ด้วย

 ๒.     การวางผังและปรับปรุงที่ดิน

          ทางราชการจะดำเนินการสำรวจสภาพทั่วๆ  ไปในพื้นที่โครงการที่จะตั้งนิคมสหกรณ์ เพื่อให้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะของพื้นที่ สภาพภูมิอากาศ  แหล่งน้ำ การคมนาคม  ตลอดจนลักษณะทางเศรษฐกิจและสังคม  สำหรับประกอบการพิจารณาจัดตั้งนิคมสหกรณ์  และเป็นแนวทางในการวางแผนพัฒนาสหกรณ์ต่อไป  เมื่อเห็นว่ามีลู่ทางที่จะปรับปรุงที่ดินดังกล่าวได้ กรมส่งเสริมสหกรณ์จะจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกไปทำการสำรวจรายละเอียดเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจและสังคมอีกครั้งหนึ่งหากเห็นสมควรจัดตั้งนิคมสหกรณ์ก็เริ่มวางแผนการใช้ที่ดินโดยกำหนดว่าบริเวณใดควรจะสร้างอะไร  จะสร้างถนนสายใหญ่สายซอยอย่างไร เท่าใด จึงจะสะดวกในการใช้ที่ดิน และการขนส่งสาธารณูปโภคควรทำอย่างไร บริเวณไหนควรจะปลูกอะไรจึงเหมาะสม  (ติดตามฉบับหน้า)