กลุ่มที่ 3 เรื่องการวิจัยในชั้นเรียน
สมาชิกในกลุ่ม
- นายสมชาย รัตนมาลี ม.นครพนม
- นายบุญธรรม ข่าขันมะณี ม.นครพนม
- อ.ดร.อรอุมา สาสุนนท์ ม.มหาสารคาม
- นายจิตรกร สิริวัฒนากุล ม.ขอนแก่น
- ดร.อริสรา อัสสะรีย์ ม.อุบล
- ดร.สุภาพร พรไตร ม.อุบล
- ดร.รุ่ง ศรีสมวงษ์ ม.แม่ฟ้าหลวง
- ชาดา ศักดิ์รุ่งพงศากุล FA
- วิทยากรประจำกลุ่มคือ ท่าน รศ.กัลนกา สาธิตธาดา จากแม่ฟ้าหลวง ค่ะ

ในกลุ่มสามพบว่า มีอาจารย์ที่เคยทำวิจัยชั้นเรียนอยู่แค่ 1 ท่าน และที่เหลืออีก 6 ท่าน ยังไม่เคยหรือ กำลังอยู่ระหว่างทดลองทำ
อ.สมชาย รัตนมาลี ม.นครพนม เล่าประสบการณ์การทำวิจัยตนเองว่า
ปัญหาของท่าน คือนักศึกษาได้คะแนนน้อย และวิชานี้ไม่มีเอกสารประสบการสอน
จึงมีการวางแผนคือ จัดทำเอกสาร หนังสือประกอบการสอน / ทดสอบ Pre test / ทดสอบ Post test
การเก็บข้อมูลโดยการเก็บคะแนนสอบนักศึกษา แต่ละปีไว้ ตั่งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน
จากการสถิติคะแนนทุกปี พบว่าเด็กสอบได้มากขึ้น
การวิเคราะห์ข้อมูลท่านใช้การวิเคราะห์ด้วยวิธีทางสถิติ (spss)
สรุปผลได้ว่า หลังดำเนินการเด็กนักศึกษามีผลการเรียนดีขึ้น ทุกปีตลอดมา
ส่วนอาจารย์ที่เหลือ อยู่ระหว่างดำเนินการ เรียนรู้การทำวิจัยในชั้นเรียน ทดลองทำดังนี้
- อ.ดร.อรอุมา (วิศว มมส.) ทำการประเมินข้อสอบ โดย ออกข้อสอบแบบ choice
- อ.ดร.สุภาพร (lab ชีวเคมี ม.อุบล ) ปัญหาคือ เด็กไม่เกิดการเรียนรู้ ใช้เทคนิค POE
- อ.ดร.รุ่ง (สอนกฎหมาย จาก มฟล) ทำการทดสอบหลังเรียน ดูการเข้าชั้นเรียน และ มีการแทรกคุณธรรมจริยธรรมในวิชาที่สอน เพราะเชื่อว่า คุณธรรมนำความรู้
- อ.ดร.อลิสา (วิทย ม.อุบล) ยังไม่เคยทำ
- อ. บุญธรรม (โรงแรม มนพ) เพิ่งเป็นอาจารย์ ยังไม่เคยทำ
- คุณจิตรกร สิริวัฒนากุล (พัฒนาทักษะการเรียนการสอน ม.ขอนแก่น) ไม่เคยทำ
เนื่องจากสมาชิกในกลุ่มมีอาจารย์ที่ยังไม่เคยทำโจำนวนมากกว่า จึงได้มา ลปรร. กัน ในหัวข้อสอนอย่างไรให้ นศ. สนใจและเกิดการเรียนรู้ โดยเริ่มจากเล่าปัญหาของแต่ละท่านที่ได้พบในการเรียนการสอนก่อน พบว่า ปัญหาเกิดจาก ตัวนักศึกษา และ จากตัว อาจารย์ ดังนี้
1.1 ปัญหาจากตัวนักศึกษา มีดังนี้
1.1.1 ไม่เกิดการเรียนรู้และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ไม่ได้
1.1.2 ได้คะแนนสอบน้อย
1.1.3 ไม่เข้าชั้นเรียน
1.1.4 ไม่อยู่กับอาจารย์ ตลอดเวลาที่สอน
1.2 ปัญหาจากตัวอาจารย์ พบว่า
1.2.1 เทคนิคการสอน ( การใช้สื่อ การนำเสนอ การเตรียมการสอน การถ่ายทอด)
1.2.2 ความรู้ และประสบการณ์ (มีน้อย / เพิ่งจบ / ไม่ถนัดวิชาที่สอน)
และได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเกี่ยวกับการแก้ปัญหาดังกล่าวข้างต้น โดยแบ่งเป็น สองส่วนคือ 1) นักศึกษา และ 2) อาจารย์
นักศึกษา
จากปัญหาข้อที่ 1 นักศึกษาไม่เกิดการเรียนรู้ และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ไม่ได้
มีวิธีแก้ปัญหาคือ
1 การทำกลุ่มย่อย หรือทำซ้ำ
2 ศึกษาหาข้อมูลมาก่อน
3 ทำ POE (predict observe
explain)
มีคำถาม / ได้คิด / เรียนรู้ /อภิปราย
มีการวัดผลโดย
เด็กนักศึกษามีกระบวนการคิดและวิเคราะห์
และวัดความพึงพอใจ จากแบบสอบถาม
มีการบันทึก VDO / ภาพ ไว้เป็นหลักฐานด้วยหลังจากนั้นจะ นำไปปรับแบบ / คำถาม ของอาจารย์ต่อไป
4 ทดสอบtest เรื่อยๆ บ่อยๆ
5 วางพื้นฐาน / เชื่อมโยงให้เห็นข้อเท็จจริง /ประวัติศาสตร์ / ที่มาที่ไป
6 ทดลองใช้กับตัวเองก่อนว่าเข้าใจหรือไม่ ถ้าเข้าใจก็จะนำไปสอนได้
7 ให้เด็กมีส่วนร่วมในเหตุการณ์นั้นๆ
8 ทำใบงาน
9 การนำเสนองานกลุ่มของ นศ. /ให้นศ.ฟังเพื่อน
10 Case study จากเรื่องหรือ ปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ให้นักศึกษามีโอกาสซักถาม
จากปัญหาข้อที่ 2 นักศึกษาได้คะแนนสอบน้อย
มีวิธีแก้ปัญหาคือ
1 การสอนซ้ำ และมีการทบทวน
2 ฝึกทักษะการคิด
จากปัญหาข้อที่ 3 นักศึกษาไม่เข้าชั้นเรียน
มีวิธีแก้ปัญหาคือ
1 การบังคับเช็นชื่อ ให้คะแนนการเข้าชั้นเรียน
2 ฝึกวินัยเด็ก
3 มีการนอกเรื่องบ้าง ไม่เครียด เช่นเล่านิทาน
4 ไปดูงาน / เปลี่ยนสถานที่เรียนบ้าง เรียนนอกสถานที่
จากปัญหาข้อที่ 4 นักศึกษาไม่มีสมาธิ ไม่อยู่กับอาจารย์ผู้สอนตลอดเวลา เช่น หลับ ไม่สนใจฟัง คุยกัน
มีวิธีแก้ปัญหาคือ
1 การหยุดสอน ใช้ความเงียบ
2 แบ่งช่วงเวลาการสอนเป็นสามช่วง ( การสอนเนื้อหา / การพักเบรก / ฟังนิทาน) แล้วแต่ดุลยพินิจของผู้สอนเองว่าจะทำอะไรช่วงไหน
สำหรับ อาจารย์
จากปัญหาข้อที่ 1 เทคนิคการสอน ได้แก่ การใช้สื่อ การนำเสนอ การเตรียมสอน การถ่ายทอด
มีวิธีแก้ปัญหาคือ
1 การใช้ animation
2 VDO Clip
3 Case study
4 Game
5 เล่านิทาน history
6 การสร้างแรงจูงใจ เช่น ให้รางวัล
7 การประกวด
8 การยกย่องชมเชย
จากปัญหาข้อที่ 2 ความรู้และประสบการณ์ ได้แก่ เพิ่งจบ มีประสบการณ์น้อย ไม่ถนัดวิชาที่สอน
มีวิธีแก้ปัญหาคือ
1 ให้อาจารย์มานั่งคุยกัน ในรายวิชาที่สอนเดียวกัน
2 เรียนรู้ประสบการณ์จากอาจารย์รุ่นพี่
3 อาจารย์ต้องหาหนังสือที่เกี่ยวข้องกับวิชาที่สอนมาอ่านอย่างน้อยสิบเล่ม
และสุดท้ายสิ่งที่กลุ่มที่ 3 จะนำไปดำเนินการต่อไป passion plan คือกลับไป “สอนอย่างไรให้ นักศึกษาสนใจและเกิดการเรียนรู้”
จากการได้เข้าร่วมครั้งนี้ ความเห็นส่วนตัวคิดว่า หากแต่ละมหาวิทยาลัย ส่งตัวแทนที่มีประสบการณ์จริง และตรงกับหัวข้อที่เรากำหนดไว้แล้วทั้งสี่หัวข้อ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้น่าจะมีอะไรมาเล่าให้ฟังมากมายแต่เราก็แก้ปัญหาโดยการมาพูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในห้องเรียนของแต่ละท่าน และแนวทางแก้ไข และถามว่าต่อไปท่านคิดว่าจะกลับไปทำอะไรต่อ...ซึ่งก็น่าจะทำให้แต่ละท่านได้มีอะไรกลับไปคิด และทำต่อหลังจากเสร็จงาน mini_ukm 4 และหวังว่าครั้งหน้าที่ mini_ukm5 เราน่าจะได้ best หรือ good practice มาเล่าสู่กันฟังมากกว่านี้...แต่เมื่อเทียบกับครั้งที่สามที่ผ่านมาพบว่า การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การถอดบทเรียน มีอะไรที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ไม่เหมือนครั้งที่แล้ว และต้องดีขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างแน่นอน หากว่าแต่ละมหาวิทยาลัยได้เห็นความสำคัญของ mini_ukm ว่าส่งที่ได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้มีประโยชน์ต่อตัวท่านมากมาย ไว้ค่อยเล่าสู่กันฟังไปเรื่อยๆ นะคะ

มาเรียนรู้กับน้องอิงค่ะ..เข้าใจง่ายกับสไตล์การนำเสนอที่ดี..ของน้องอิง ขอบคุณค่ะ
ปกติครูก็ทำวิจัยในชั้นเรียน แต่เขาไม่รู้ตัวว่าทำวิจัย กรณีเด็กมีปัญหา ครูไปติดตามกับผู้ปกครองสอบถามปัญหา
หากครูมีการเก็บข้อมูลและหาทางแก้ปัญหา ก็จะเข้าสู่กระบวนการวิจัยแล้ว กว่าจะรู้ว่าวิจัยเป็นอย่างไร
งานวิจัยกลับเสร็จไปแล้ว
สวัสดีค่ะพี่ rinda
ขอบคุณนะคะ มาเรียนรู้ร่วมกัน สร้างสรรค์ฝันสู่ LO ค่ะพี่
สวัสดีค่ะ อ.พรชัย
มีอาจารย์หลายท่านที่ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตัวเองทำใช่งานวิจัยชั้นเรียนหรือไม่ และหลายท่านไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง
คราวนี้ทุกท่านทราบแล้ว หวังว่าคราวหน้าน่าจะมี เรื่องเล่าดีๆ มาให้แลกเปลี่ยนเรียนรู้อีกเยอะเลยนะคะ
ขอบพระคุณค่ะ
สวัสดีจ้าน้องนัท
ศิษย์เอกครูคิมนี่เอง
ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งค่ะ
พาน้องๆโครงการ "IT Community Extended 2009" ของ SCB ชวนทำความดีมาเยี่ยมอ่านการ ลปรร.ที่น่าสนใจมากค่ะ...
สวัสดีค่ะพี่นงนาท
ขอบคุณนะคะมาเยี่ยม blog เป็นประจำเช่นเคย
น้องๆ ที่ร่วมกิจกรรมน่ารักมากค่ะ เข้าไปเยี่ยมชมกิจกรรมมาแล้ว น่าชื่นชมจริงๆ ค่ะ