ปัญหาคนไข้ขาดยาสำคัญมากกว่าที่คิด
ณ วันหนึ่งที่ 5 มกราคม 51
ยายทอง อายุ 82 ปี ไม่ได้ กินยาความดันโลหิต มา 3 วัน
เนื่องจาก ม่วนงานปีใหม่ จนลืมกินยา
ทำให้คนไข้ ล้ม ชา ปากเบี้ยว ขยับไม่ได้ จนเกิด อัมพาต
ยายทอง 83 ปี กับ ลูกสาวและ อสม. กำลัง หัดก้าวเดิน ต่อไป อีกครั้ง ด้วยใจสู้
ณ วันที่ 21 มิย. 52
นายเพชร อายุ 42 ปี เป็น อสม.
เป็น ความดันสูง ไม่ได้กินยา มา 2 ปี
พอดี เภสัชเอก สอน อสม. ใช้เครื่องวัด ความดัน พบว่า BP=220/120 มม.ปรอท
เภสัชกรเขียนใบ ส่งต่อ รีบ นำส่งโรงพยาบาล
ตรวจพบ CR=2.21 mg/dL (ไตวายครับ)
คนไข้ ชายคู่ อายุ 68 ปี วัดความดันได้ 220/110 มม.ปรอท
อสม.แนะนำ ให้ไปโรงพยาบาล
คนไข้ไม่ยอมไป รพ. บอก "กูไม่เห็นเป็นอะไร" และในเกณฑ์
เรียกรถ EMS ไม่ได้ด้วยครับ
สองคืนต่อมา คนไข้ สลบอยู่บนภูเขา
ส่ง รพ.อุบลรัตน์ บอกโคม่าแล้ว
ส่ง ต่อ รพ.ขอนแก่น อีก 3 วัน เสียชีวิต
จาก Stroke
๑) ผู้ป่วยรับยาไปแล้ว ไม่ได้กินจะด้วยเหตุใดก็ตาม ..ไม่น่าอยู่ในความรับผิดชอบ
๒) ผู้ป่วยปฏิเสธการรักษา..ก็ไม่น่าจะต้องไปรับผิดชอบ
ขอบคุณ คุณ สามสัก มากครับ ที่ให้ความเห็น
1 ทำอย่างไร จะรู้ ว่าผู้ป่วยไม่ยอมกินยา
2 เราจะช่วยเหลือผู้ป่วย ขาดยาอย่างไร
3 ชุมชน จะช่วยโรงพยาบาล อย่างไร
คำถามนี้ หากตอบได้ จะช่วยชีวิตคนไข้ได้มากครับ
ถึง ทุกๆ ท่าน
เลิก หา ว่าใคร ต้องรับผิดชอบ แค่ลง มือ ช่วยพวกเขา ดูแลพวกเขา อย่างเต็มกำลัง ก็พอแล้ว จะได้ แหงนหน้าไม่อายฟ้า ก้มหน้าไม่อายดิน
ดีใจมาก
การที่คนไข้ ไม่ยอมใช้ยาตามแพทย์สั่ง
อยู่ในรายงานความคลาดเคลื่อนทางยาแล้ว
แต่ก่อน ไม่มีเภสัชกร หรือ องค์กรใดสน ว่าคนไข้จะกินยาไหม
ตอนนี้ สปสช. ให้ non compliance เป็น ความคลาดเคลื่อนทางยาดีมากสาธุ
ดีใจมาก ที่นโยบาย ปรับเปลี่ยน
non drug compliance ถือเป็น ความคลาดเคลื่อนทางยา
ต้องรายงาน สปสช. จึงได้ตังคืเพิ่มครับ
ปล. HA สรพ. สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล ไม่เคยสนใจ
ปัญหา non drug compliance เลย ถ้าไม่มี สปสช. คงแย่ครับ
ทั้งที่ปัญหา non compliance ใหญ่ โตและรุนแรงกว่า high alert drug
มากมายแต่ไม่มีใครทำ จำไว้
do the first thing first = สำคัญกว่าต้องทำก่อน