ผมเขียนบันทึกนี้ด้วยความรีบเร่ง ท่ามกลางบรรยากาศของความเป็นวิชาการที่อัดแน่นในห้องเรียนอันหลายวัย
แน่นอนครับ ช่วงนี้ผมยังคงต้องทำตัวเป็นนักเรียนอย่างแน่นหนัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ห้วงนี้,เวลานี้
ผมคิดถึงทีมงานที่อยู่มหาวิทยาลัยอย่างมหาศาล
เพราะขณะนี้ พวกเขากำลังทุมกายและใจให้กับ “กฐินใจ” อย่างไม่รู้เหนื่อย
ย้อนกลับไปวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๒) ผมและเพื่อนพ้องน้องพี่เพียงไม่กี่ชีวิตออกเดินทางเช้าตรู่จากมหาสารคาม มุ่งตรงไปยังจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีวัดไชยาราม บ้านโคกนางาม หมู่ ๑๐ ต.ภูดิน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เป็นจุดหมายปลายฝัน

ก่อนหน้านั้นสักเดือนได้ ผมและทีมงานคุยกันว่า เราจะเดินหน้าจัด “กฐินโบราณ” กันอีกครั้ง ทั้งเพื่อให้คนหนุ่มสาวในมหาวิทยาลัยมีทางเลือกของการเรียนรู้อย่างมีชีวิต รวมถึงการชวนเชิญชาวบ้านได้พลิกฟื้นประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิมของบรรพชน โดยใช้ “วิถีแห่งใจ” เป็นเครื่องนำพา

แรกเริ่มเราปลงใจจะ “ปักกฐินโบราณ” กันที่วัดใดวัดหนึ่งในเขตรายรอบมหาวิทยาลัย แต่พอมาวิเคราะห์ดูแล้ว วัดเหล่านี้ได้รับการดูแลในเรื่องเหล่านี้พอสมควรแล้ว ดังจะเห็นได้จากในรอบเดือนที่ผ่านมา ทั้งผมและทีมงาน ก็ทอดถวายผ้าป่าไปครบทุกวัดแล้ว อีกทั้งสถานะความต้องการของวัดตอนนี้ ก็ล้วนเป็นเรื่องปลูกสร้างกันทั้งนั้น ซึ่งมันก็เกินแรงกำลังที่ผมและน้องๆ จะเข้าไปขับเคลื่อนได้ เพราะเรายังไม่ปรารถนาที่จะเป็นเสมือนความหวังของชุมชนมากจนเกินเหตุ และที่สำคัญก็คือ อีกไม่กี่เดือนข้างหน้านั้น เราก็จะมีโครงการ “หนึ่งคณะหนึ่งหมู่บ้าน” เข้าไปช่วยชาวบ้าน และร่วมเรียนรู้กับชาวบ้านอยู่แล้ว
ดังนั้น ผมจึงชวนให้ทีมงานหันกลับไปมองพื้นที่ในจังหวัดกาฬสินธุ์แทน โดยพุ่งไปยังเขตพื้นที่ที่เราเคยลงนามความร่วมมือกับชุมชนไว้แล้วครั้งหนึ่ง และพื้นที่ที่ว่านั้นก็คือ “ตำบลภูดิน” นั่นเอง

เบื้องต้น ผมประสานงานผ่านฝ่ายปกครองท้องถิ่น เพื่อให้คัดเฟ้นวัดที่ยังไม่มีใครมา “ปักกฐิน” พร้อมๆ กับพิจารณาอย่างรอบคอบว่า ชาวบ้านมีความพร้อมในทางจิตใจว่าจะพลิกฟื้น “กฐินโบราณ” อย่างจริงจังและจริงใจ ซึ่งก็ได้รับคำตอบกลับมาอย่างฉะฉานว่า “วัดไชยาราม”
คือพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุด-
ครับ, แรกรับรู้ชื่อวัดที่ชุมชนตัดสินใจมานั้น ผมบอกได้เลยว่า ขนลุกไปตั้งตัว เพราะรู้ดีว่าวัดๆ นั้นเป็นวัดที่น้องดินเคยดิ้นรนที่จะไป “บวชเณร” ภาคฤดูร้อนอยู่ที่นั่น...
ผมไม่โต้แย้งในเรื่องของการตัดสินใจของชุมชนเลยแม้แต่น้อย เพราะเชื่อว่า ชุมชนได้ขบคิดและวิเคราะห์อย่างดียิ่งแล้วว่า นี่คือพื้นที่ที่มีความพร้อมและเหมาะที่สุดในการที่จะเป็นชุมชนต้นแบบของการพลิกฟื้นประเพณี “กฐินโบราณ” ...
แต่สำหรับผมนั้น ผมอดที่จะรำพึงรำพันไม่ได้ว่า
“นี่คงเป็นพรหมลิขิตแล้วกระมัง...
“และน้องดินคือ “สายบุญ” ที่นำพาเรามาที่นี่...
“วันที่น้องดินดิ้นรนและรบเร้าขอมาบวชที่นี่ ก็คงเพราะต้องการให้ที่นี่มีวันนี้ก็เป็นได้”

ในเวทีแห่งการประชุมร่วมกับชาวบ้านนั้น ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบง่าย มีบรรยากาศของการแลกเปลี่ยนกันอย่างคึกคักและมีชีวิตชีวาอย่างแทบไม่น่าเชื่อ
ร้อยทั้งร้อยยืนยันว่า หมู่บ้านแห่งนี้ไม่เคยจัดงานกฐินในแบบโบราณเลยแม้แต่ครั้งเดียว และทุกคนก็ยืนยันว่า เคยได้ยินและได้ฟังจากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่เท่านั้น และผู้เฒ่าผู้แก่ที่ว่านั้น บัดนี้ก็ลับโลกและลาจากไปจนสิ้นแล้ว ทิ้งไว้เพียงเรื่องราวที่เลือนราง ยากยิ่งต่อการประติดประต่อเป็นเรื่องและภาพขึ้นมาได้

กุฏิสงฆ์สภาพของการใช้งาน..
ในการประชุมหารือกันนั้น ทุกอย่างยืนยันว่าจะทอดกฐินโบราณร่วมกันในวันที่ ๒๙-๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๒ ...โดยกฐินที่ว่านี้เป็นกฐินโบราณ หรือที่เรียกในภาษาทางการว่า “จุลกฐิน” ขณะที่คนอีสานก็มักที่จะเรียกอีกชื่อว่า “กฐินแล่น” ...
ผมอยากจะบอกเล่าให้รับทราบถึงมูลเหตุของความเร่งด่วนของกฐินโบราณนี้เป็นที่สุด โดยผมย้ำกับทีมงานว่า...
- ถ้าพวกเขาไม่พร้อมที่จะทำ ก็อย่าทำ เพราะผมคงไม่สามารถอยู่ช่วยได้ อันเป็นผลพวงของการอบรมหลักสูตรของ สกอ. และถ้าใจเขาไม่พร้อม ก็พลอยจะเป็นทุกข์เป็นบาปมากกว่าจะเป็นบุญเป็นทาน
-
อย่าด่วนปักกฐินเร็วจนเกินไปนัก เดี๋ยวจะเป็นการทำให้วัด หรือชุมชนเสียโอกาสจากกฐินกองโตๆ ที่มีเงินมีทองจำนวนเยอะๆ มาทอดถวายเพื่อการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมของวัด
และชุมชน -
ให้ลงพื้นที่เพื่อปักกฐินในระยะโค้งสุดท้าย และใช้เวลาดำเนินการทั้งหมดไม่เกิน ๕ วัน เพื่อผูกโยงให้เราได้เรียนรู้ว่า “กฐินโบราณ” หรือ “กฐินแล่น” นั้นเป็นกฐินที่ทำขึ้นอย่าง
เร่งด่วน ใช้พลังใจขับเคลื่อน และทำกันแบบเรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ และทำให้เสร็จในวันเดียว เพราะนั่นคือ “วิถีใจ” ของเราและชาวบ้าน (ดังตำนานในโบราณกาลที่กล่าวไว้ในทำนองว่า การพบเจอวัดใดวัดหนึ่งที่ร้างกฐินนั้น ชาวบ้านจะเร่งรีบช่วยกันขนขวยจัดหาผ้าไตรจีวรไปทอดถวายให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นฤดูกฐิน บางทีก็เสร็จสิ้นในวันเดียวเลยก็มี)

ท้ายที่สุดนี้ ผมจะยังไม่กล่าวถึงรายละเอียดเกี่ยวกับกฐินที่จะมีขึ้นมากนัก โดยจะบอกเล่าให้มากขึ้นในบันทึกต่อไป เพียงแต่อยากจะบอกกล่าวตรงนี้ว่า
- ขณะนี้ชาวบ้านกำลังช่วยกันหาผ้า หรือแม้แต่เศษผ้าคนละเล็กคนละน้อยมารวมกันไว้ที่ศาลากลางบ้าน เพื่อเตรียมเข้าสู่กระบวนการเย็บจีวรด้วยเข็มและด้าย โดยมีใจเป็นพลังแห่งการนำพา...
- ขณะนี้ชาวบ้านกำลังเดินป่าแถวชายทุ่งว่ามีต้นไม้ชนิดใดพอที่จะนำมาเคี่ยวเป็นสีย้อมผ้าจีวรได้บ้าง
- ขณะนี้ชาวบ้านกำลังช่วยกันจักสานสิ่งต่างๆ เพื่อประดับประดากองกฐิน
- ขณะนี้ชาวบ้านกำลังซ้อม “ตะลุงอีสาน” เพื่อสืบสานบรรพชน
- ขณะนี้ชาวบ้านกำลังซ้อม “รำวงชาวบ้าน” เพื่อออกงานหาเงินเข้าวัด และร่วมรำลึกตำนานบันเทิงแห่งท้องทุ่ง
- ฯลฯ...

กุฏิสงฆ์ที่รอการซ่อมแซม
สำหรับผมนั้น ผมกำลังเขียนบันทึกบอกบุญมายังทุกท่าน เพื่อให้ทุกท่านได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับกฐินโบราณ (จุลกฐิน) หรือ “กฐินแล่น” ที่เร่งรีบและเร่งด่วนเหมือนคำว่า “แล่น” (วิ่ง)
นั่นแหละ...
อะไรๆ ที่ทำกันด้วยใจ ยิ่งใหญ่และงดงามเสมอ ...
น้องดิน-ย้ำให้ผมบอกเล่ากับพี่ป้าน้าอาชาวบล็อกอย่างไม่ตกหล่น
ผมขอทำหน้าที่ “บอกบุญมายังทุกท่าน” ...เพื่อชวนเดินตาม “สายบุญ” ที่น้องดินเคยได้ดิ้นรนไปยังที่นั่น
ผมขออนุญาตทอดกฐินด้วยหนังสือ “เรียนนอกฤดู” ที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่เล่ม เพื่อนำ
รายได้เข้าสู่การทอดกฐินโบราณ ...
และผมอยากจะบอกให้ทุกท่านได้รับทราบว่า “ที่ตรงนี้ ไม่เคยมีกฐินมายาวนานแล้ว (มีก็แต่บุญดอกผ้า) และที่สำคัญ คือ ไม่เคยมีกฐินโบราณให้สัมผัสพบเจอมาร่วมห้าสิบปี...”
และที่สำคัญก็คือ ก่อนการเดินทางกลับในบ่ายคล้อยของวันนั้น ยายคนหนึ่งพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือ ว่า “เป็นบุญหลาย สิได้เย็บจีวรด้วยมือจะของเอง แมนตาย กะตายตาหลับแล้วล่ะ ...เกิดมา บ่ เคยเห็นกฐินโบราณ กะสิได้เห็น"
สำหรับผู้ที่ประสงค์จะทอดกฐินด้วยหนังสือ
สามารถโอนเงินผ่านเลขที่บัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขามหาสารคาม
(6082260999 : พนัส ปรีวาสนา)
............


แวะมาเยี่ยมเยียนเขียนอ่าน บันทึกที่ยังคงสาระทุกเรื่องราว
เป็นกำลังใจกับวิถีคิดดีๆต่อไปครับอาจารย์
สวัสดีครับ ครูโย่ง หัวหน้า~ natadee
สวัสดีครับ เสียงเล็กๆ فؤاد
กิจกรรมนี้ เราประสานกับชุมชนหลายกลุ่มครับ ตั้งแต่กำนันผู้ใหญ่บ้าน และดึงเอาเยาวชน หรือเด็กๆ มาร่วมกิจกรรม เพื่อให้ร่วมเรียนรู้ด้วยกัน บางที เสร็จจากงานนี้ ตำบลภูดินอาจจะมีกฐินในทำนองนี้กันทุกปี
ขอบคุณครับ
ชวนน้องๆในโครงการ " SCB ชวนทำความดี" มาเยี่ยมอนุโมทนาบุญกฐินค่ะ
สวัสดีค่ะ
พี่จะทำบุญด้วยนะคะ จะโอนให้ตามบัญชีค่ะ
เอาบุญมาฝากค่ะ แล้วก็แวะทะเลค่ะ
สวัสดีครับ นาง นงนาท สนธิสุวรรณ
บางที โรงเรียนบางโรงเรียนก็อาจพานักเรียนเป็นเจ้าภาพทอดกฐินโบราณด้วยก็ได้ อาจไม่จำเป็นต้องวัดที่มีพระ 4 รูป ทำเป็นกระบวนการเรียนรู้ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ด้วยการลงมือทำ ซึ่งอาจจะดีกว่าการสอนด้วยวิธีอธิบายผ่านตัวหนังสือ...
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ น่านฟ้า ~ ทะเล ~ ลม ~~~
ขอให้สุขกายสบายใจ, และอิ่มเอมกับกฐินบุญที่นำมาฝาก นะครับ
สวัสดีครับ พี่แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช
ขอบคุณพี่แก้วมากนะครับที่จะร่วมโฮมบุญกับผมและน้องๆ...
เอาใจนำพา..เอาศรัทธานำทาง..
หอมกลิ่นกฐินใจ..
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ berger0123
ทะเลไทย...
งดงามในทุกฤดู
ผมชอบอ่านและดูชีวิตชาวเลมาก..
ยิ่งเห็นภาพเรือจับปลากลางทะเล
ยิ่งเห็นความเป็นชีวิตที่ต้องกรำงานและสู้กับอุปสรรค
ขอบคุณครับ