เพราะสังคมไทยเป็นสังคมรักษาหน้า เราจึงไม่นิยมทำ university ranking เราหันไปทำ rating แต่ก็มีคนอดเอาไปทำ ranking ต่อไม่ได้ แล้วก็มีความเห็นที่ขัดแย้งกัน แต่การทำ rating ดังกล่าว ยังเน้นที่ academic output / impact เป็นหลัก ระบบ academic rating นี้ มีจุดอ่อนที่ไม่ส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม แต่ส่งเสริมให้รับผิดชอบต่อวิชาการ
ผมเพิ่งได้รู้จัก Washington Monthly’s College Ranking ซึ่งเป็นระบบ university ranking ระบบเดียวที่มุ่งประเมิน social impact ของสถาบันอุดมศึกษา
ยิ่งได้อ่านบันทึกของบรรณาธิการว่า ranking ใหม่นี้ ต้องการเปลี่ยนโลกทัศน์ของคนต่อสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งจะเป็นหนทางไปสู่การเปลี่ยนแปลงสถาบันอุดมศึกษาเอง ผมยิ่งประทับใจ
ผมปิ๊งทันที ว่านี่แหละสิ่งที่ผมใฝ่ฝันมานานที่จะได้เห็น คือเครื่องมือจัดการ/กำกับดูแล ให้ระบบ/สถาบัน อุดมศึกษา มีความรับผิดชอบต่อสังคม
Washington Monthly ได้ช่วยชี้แนะ ตัวชี้วัด และวิธีการวัด เพื่อวัดระดับความรับผิดชอบต่อสังคมของมหาวิทยาลัย เป็นดัชนีคนละชุดกับที่สถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัยสถาบันอื่นๆ ใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่างจากของ US News and World Report
ผมดีใจ ที่มีแนวทางจัดอันดับมหาวิทยาลัยหลายๆ แบบ ยิ่งมีวิธีวัดผลกระทบต่อสังคม ผมยิ่งดีใจ
Washington Monthly ใช้ตัวชี้วัด ๓ กลุ่ม คือ
๑. Social mobility
๒. Research
๓. Social Service
และมีแผนจะเพิ่มกลุ่มที่ ๔ คือ ด้านการจัดให้ นศ. เรียนรู้ ดูว่าในช่วงเวลาที่ นศ. เข้ามาเป็นน้องใหม่ จนจบการศึกษาออกไป มหาวิทยาลัยได้จัดอำนวยความสะดวกให้เกิดการเรียนรู้อย่างไรบ้าง ซึ่งเวลานี้ในสหรัฐเขามี National Survey of Student Engagement โดยมีตัวอย่างตัวชี้วัดคือ จำนวน paper และหนังสือ ที่ นศ. ได้รับมอบหมายให้ไปอ่าน ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง นศ. – อาจารย์ และบรรยากาศในภาพรวมของ campus ซึ่งที่จริงเขามี Collegiate Learning Assessment อยู่แล้ว แต่มหาวิทยาลัยต่างๆ ไม่สนใจเอามาเป็นเครื่องปรับปรุงตนเอง
ขอแนะนำให้อ่านบทความเกี่ยวกับ Washington Monthly College Guide ได้ที่นี่
ถึงเวลาแล้ว ที่ กกอ. / สกอ. จะสนับสนุนการวิจัยเพื่อพัฒนาวิธีการวัด social impact ของมหาวิทยาลัย สำหรับใช้เป็นเครื่องมือจัดการ/กำกับดูแล ความรับผิดชอบต่อสังคม ของสถาบันอุดมศึกษา ใช้ขับเคลื่อนสถาบันอุดมศึกษาให้ไม่เอียงไปด้านจัดผลประโยชน์แก่ส่วนบุคคลโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ในภาพรวมของประเทศ ให้คำนึงถึงผลประโยชน์ภาพรวมของประเทศมากหน่อย
ขอบคุณ
ขอขอบคุณ ศ. ดร. เจตนา นาควัชระ และ อ. ดร. รุ่งภัทร เริงพิชญา แห่งคณะศิลปศาสตร์ ม. มหิดล ที่ให้ข้อมูลเรื่องนี้
วิจารณ์ พานิช
๔ ต.ค. ๕๒