เรื่องที่วิจัย : การสร้างแบบฝึกพัฒนาทักษะการวาดภาพ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
ผู้วิจัย : นายสุวิท จันทร์แสงสุก
ปีที่วิจัย : 2551
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
- เพื่อศึกษาผลการใช้แบบฝึกพัฒนาทักษะการวาดภาพ ของนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 1
2. เพื่อหาคุณภาพและประสิทธิภาพของแบบฝึกพัฒนาทักษะการวาดภาพ ของนักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
3.เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ระหว่าง
ก่อนและหลังการใช้แบบฝึกพัฒนาทักษะการวาดภาพ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
4.เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนระหว่างก่อนและหลังการใช้แบบฝึก
พัฒนาทักษะการวาดภาพ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
5.เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการใช้แบบฝึก
พัฒนาทักษะการวาดภาพ
6.เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนระหว่างปีการศึกษา
2550-2551
สมมุติฐานของการวิจัย
- นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนโดยใช้แบบฝึกพัฒนาทักษะการวาดภาพ มี
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการวาดภาพ ระหว่างก่อนและหลังการใช้แบบฝึกพัฒนาทักษะการวาดภาพ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
2.นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีพฤติกรรมการเรียนรู้ ก่อนและหลังการใช้แบบฝึก
พัฒนาทักษะการวาดภาพ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
วิธีดำเนินการวิจัย
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 28 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบฝึกพัฒนาทักษะการวาดภาพ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 แบบประเมินผลการดำเนินงานพัฒนา แบบประเมินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครู แบบประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน และความก้าวหน้าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โดยนำไปใช้ในโรงเรียน
พรพระร่วงประสิทธิ์ สำนักงานเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร แล้วนำผลการประเมินมาวิเคราะห์ประสิทธิภาพของ แบบฝึกพัฒนาทักษะการวาดภาพ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้ค่าเฉลี่ย
ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และเปรียบเทียบผลการใช้แบบฝึก โดยใช้ t-test
ผลการวิจัย
ผลการวิจัยพบว่า แบบฝึกพัฒนาทักษะการวาดภาพของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เป็นไปตามสมมุติฐานที่กำหนด คือ ผู้ใช้แบบฝึกมีทักษะการวาดภาพ และผลการใช้แบบฝึกก่อนและหลังการใช้แบบฝึกต่างต่างกัน โดยมีทักษะการวาดภาพหลังการใช้แบบฝึกสูงกว่าก่อนใช้แบบฝึกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ผลการดำเนินการพัฒนาทักษะการวาดภาพ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ผลการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครู พฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน หลังการใช้แบบฝึกสูงกว่าก่อนใช้แบบฝึกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ปีการศึกษา 2551 ก้าวหน้าขึ้นกว่าปีการศึกษา 2550
สวัสดีค่ะครูอ๊อด
***แวะมาทักทายและให้กำลังใจค่ะ
เป็นกำลังใจให้ครับ
สวัสดีค่ะ...ยินดีต้อนรับสู่พื้นที่แห่งการแบ่งบันค่ะ...เป็นกำลังใจให้นะคะ
บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ชีวิตสัตว์ และ หน่วยการเรียนรู้
ที่ 6 เรื่อง พลังงาน
ปีที่ทำการศึกษา ปี 2552
ผู้ศึกษา นายสุรพงศ์ ทินวงศ์ ตำแหน่งครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ โรงเรียนวัดศรีสโมสร
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยนาท สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียน ที่สร้างขึ้นตามเกณฑ์ 80/80 ศึกษาดัชนีประสิทธิผลของเอกสารประกอบการเรียน และ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ชีวิตสัตว์ และหน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง พลังงาน
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ใช้กลุ่มตัวอย่างชนิดเจาะจงได้แก่นักเรียนชั้นประถม ศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2552 ของโรงเรียนวัดศรีสโมสร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยนาท จำนวน 16 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา คือ เอกสารประกอบการเรียน และ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ชีวิตสัตว์ และหน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง พลังงาน
ผลการศึกษา พบว่า เอกสารประกอบการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถม ศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ชีวิตสัตว์ และหน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง พลังงาน ที่สร้างขึ้น มีค่าประสิทธิภาพโดยรวม 86.21 / 86.09 และ 85.53/84.22 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด คือ 80/80 ด้านดัชนีประสิทธิผล นักเรียนมีพัฒนาการการเรียนรู้เพิ่มขึ้น หลังจากการเรียนด้วยเอกสารประกอบ การเรียน คิดเป็นร้อยละ 63 และร้อยละ 64 ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทั้ง 2 หน่วยการเรียนรู้
มาตามคำแนะนำของ ครูโย่ง หัวหน้า~ natadee เป็นบันทึกแรกที่ดีมากครับ
มาจากบันทึกของครูโย่ง
แวะมาสวัสดีคุณครูค่ะ
พักสายตาจากงานวิชาการก่อนนะค่ะ
หวัดดีคับ คุณครูอ็อด..
กู๊ดดี้แวะมากล่าวคำว่า "ยินดีต้อนรับคับ.."
เป็นกำลังใจให้ผลงานผ่านฉลุยครับ
น่าชื่นชมนะครับคิดถึงพี่นะครับ
สวัสดีค่ะ
* มาแสดงความยินดีต่อสมาชิกใหม่ เป็นกำลังใจให้นะคะ
* สุขกายสุขใจนะคะ
ตามครูโย่งเข้ามาทักทายค่ะ
ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ นักเรียน โรงเรียนบ้านห้วยนกแลตามแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ผู้วิจัย นางรุณี ห่อทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยนกแลปีการศึกษา 2563 บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแลตามแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ วิธีดำเนินการวิจัย แบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาแนวทางการดำเนินงานการจัดการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแล ตามแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ขั้นตอนที่ 2 การสร้างรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแลตามแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ขั้นตอนที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแลตามแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ขั้นตอนที่ 4 การประเมินรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแลตามแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ผลการวิจัยพบว่ารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแลตามแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 3 องค์ประกอบ ได้แก่ องค์ประกอบที่ 1 ปัจจัย ได้แก่ 1) วัตถุประสงค์ 2) ระบบกลไกและสิ่งสนับสนุน องค์ประกอบที่ 2 กระบวนการพัฒนา ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 การวางแผน (PLAN) ขั้นตอนที่ 2 การปฏิบัติการ(DO) ขั้นตอนที่ 3 การสะท้อนผลการจัดการเรียนการสอน (See) องค์ประกอบที่ 3 ผลผลิต ได้แก่ 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน 2) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน 3) ความพึงพอใจของครู โดยมีเงื่อนไขความสำเร็จ 2 ประการ ได้แก่ 1) การดำเนินการตามระบบอย่างต่อเนื่อง ผ่านช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย 2) การร่วมแรงรวมพลัง เพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกันผลการตรวจสอบรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแลตามแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ผู้ทรงคุณวุฒิมีความเห็นว่า มีความเหมาะสม ความเป็นไปได้และความเป็นประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด ผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแลตามแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ พบว่า ครูผู้สอนมีความเห็นว่าสามารถปฏิบัติตามรูปแบบได้ อยู่ในระดับมากที่สุดผลการประเมินรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแลตามแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ พบว่า ผลการเปรียบเทียบร้อยละของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแล พบว่า ผลการเปรียบเทียบร้อยละของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแล ทุกกลุ่มสาระวิชา ในปีการศึกษา 2563 สูงกว่าในปีการศึกษา 2562 และผลการเปรียบเทียบร้อยละของผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแล พบว่า ผลการเปรียบเทียบร้อยละของผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน ทุกข้อ ในปีการศึกษา 2563 สูงกว่าในปีการศึกษา 2562 ส่วนการประเมินความพึงพอใจของครูผู้สอนที่มีต่อการนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแลตามแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพไปใช้ อยู่ในระดับมากที่สุด และผ่านเกณฑ์การประเมินทุกข้อ
ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ นักเรียน โรงเรียนบ้านห้วยนกแลตามแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ผู้วิจัย นางรุณี ห่อทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยนกแลปีการศึกษา 2563บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแลตามแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ วิธีดำเนินการวิจัย แบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาแนวทางการดำเนินงานการจัดการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแล ตามแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ขั้นตอนที่ 2 การสร้างรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแลตามแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ขั้นตอนที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแลตามแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ขั้นตอนที่ 4 การประเมินรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแลตามแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ผลการวิจัยพบว่ารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแลตามแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 3 องค์ประกอบ ได้แก่ องค์ประกอบที่ 1 ปัจจัย ได้แก่ 1) วัตถุประสงค์ 2) ระบบกลไกและสิ่งสนับสนุน องค์ประกอบที่ 2 กระบวนการพัฒนา ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 การวางแผน (PLAN) ขั้นตอนที่ 2 การปฏิบัติการ(DO) ขั้นตอนที่ 3 การสะท้อนผลการจัดการเรียนการสอน (See) องค์ประกอบที่ 3 ผลผลิต ได้แก่ 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน 2) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน 3) ความพึงพอใจของครู โดยมีเงื่อนไขความสำเร็จ 2 ประการ ได้แก่ 1) การดำเนินการตามระบบอย่างต่อเนื่อง ผ่านช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย 2) การร่วมแรงรวมพลัง เพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกันผลการตรวจสอบรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแลตามแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ผู้ทรงคุณวุฒิมีความเห็นว่า มีความเหมาะสม ความเป็นไปได้และความเป็นประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด ผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแลตามแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ พบว่า ครูผู้สอนมีความเห็นว่าสามารถปฏิบัติตามรูปแบบได้ อยู่ในระดับมากที่สุดผลการประเมินรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแลตามแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ พบว่า ผลการเปรียบเทียบร้อยละของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแล พบว่า ผลการเปรียบเทียบร้อยละของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแล ทุกกลุ่มสาระวิชา ในปีการศึกษา 2563 สูงกว่าในปีการศึกษา 2562 และผลการเปรียบเทียบร้อยละของผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแล พบว่า ผลการเปรียบเทียบร้อยละของผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน ทุกข้อ ในปีการศึกษา 2563 สูงกว่าในปีการศึกษา 2562 ส่วนการประเมินความพึงพอใจของครูผู้สอนที่มีต่อการนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแลตามแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพไปใช้ อยู่ในระดับมากที่สุด และผ่านเกณฑ์การประเมินทุกข้อ
ชื่อเรื่อง : รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมสุขภาพนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2
ชื่อผู้ประเมิน : นางรุณี ห่อทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยนกแล ปีการศึกษา : ปีการศึกษา 2563
บทคัดย่อ
การประเมินโครงการส่งเสริมสุขภาพนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 มีวัตถุประสงค์ของการประเมิน 1) เพื่อประเมินด้านบริบท ของโครงการส่งเสริมสุขภาพนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแล 2) เพื่อประเมินด้านปัจจัยเบื้องต้นที่ใช้ในการดำเนินโครงการส่งเสริมสุขภาพนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแล 3) เพื่อประเมินด้านกระบวนการดำเนินโครงการส่งเสริมสุขภาพนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแล 4) เพื่อประเมินด้านผลผลิตของโครงการส่งเสริมสุขภาพนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแล ประชากรที่ใช้ในการประเมิน ประกอบด้วย ครู และนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแล ในปีการศึกษา 2563 จำแนกเป็นครู จำนวน 26 คน นักเรียนเข้าร่วมโครงการ ได้แก่ ชั้นอนุบาล 2 ถึง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 439 คน และนักเรียนที่ตอบแบบสอบถามความพึงพอใจของโครงการ ได้แก่ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 จำนวน 109 คน เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน เป็นแบบสอบถาม มีลักษณะเป็นแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ และแบบตรวจสภาวะสุขภาพของนักเรียน การเก็บรวบรวมข้อมูล แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การเก็บรวบรวมข้อมูลก่อนดำเนินโครงการ ระยะที่ 2 การเก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างดำเนินโครงการ ระยะที่ 3 การเก็บรวบรวมข้อมูลหลังเสร็จสิ้นโครงการ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าร้อยละ ผลการประเมินโครงการสรุปได้ ดังนี้ 1. ผลการประเมินด้านบริบท พบว่า ในภาพรวม ครูมีความเห็นว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด เรื่องที่มีความเหมาะสมสูงสุดมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ได้แก่ เรื่องแผนการดำเนินโครงการส่งเสริมสุขภาพนักเรียน รองลงมาอยู่ในระดับมากที่สุด ได้แก่ เรื่องการประชาสัมพันธ์โครงการส่งเสริมสุขภาพนักเรียน ตามลำดับ ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมินทุกเรื่อง 2. ผลการประเมินด้านปัจจัยเบื้องต้นที่ พบว่า ในภาพรวม ครูมีความเห็นว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด เรื่องที่มีความเหมาะสมสูงสุดมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ได้แก่ เรื่องความเพียงพอของเอกสารและคู่มือในการดำเนินโครงการส่งเสริมสุขภาพนักเรียน รองลงมาอยู่ในระดับมากที่สุด ได้แก่ เรื่องความเพียงพอของวัสดุและเครื่องมือในการให้บริการข่าวสารเกี่ยวกับโครงการส่งเสริมสุขภาพนักเรียน ตามลำดับ ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมินทุกเรื่อง 3. ผลการประเมินด้านกระบวนการ พบว่า ในภาพรวม ครูมีความเห็นว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด เรื่องที่มีความเหมาะสมสูงสุดมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ได้แก่ เรื่องการประชาสัมพันธ์โครงการส่งเสริมสุขภาพนักเรียนอย่างเป็นระบบ รองลงมาอยู่ในระดับมากที่สุด ได้แก่ เรื่องเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการส่งเสริมสุขภาพนักเรียน ตามลำดับ ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมินทุกเรื่อง<pre>
4. ผลการประเมินด้านผลผลิต ของโครงการส่งเสริมสุขภาพนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแล 4.1 ผลการประเมินสภาวะสุขภาพของนักเรียน พบว่า ผลการประเมินสภาวะสุขภาพของนักเรียน มีน้ำหนัก และส่วนสูงผ่านเกณฑ์การประเมิน สายตาไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ส่วนเหาผ่านเกณฑ์การประเมิน 4.2 ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการให้บริการสุขภาพนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกแล พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการให้บริการสุขภาพกับนักเรียนอยู่ในระดับมากที่สุด และผ่านเกณฑ์การประเมินทุกเรื่อง</pre>ชื่อเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน 3 เรื่อง โครงสร้างของสาร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)ชื่อผู้ศึกษา นางสาวศุภาภรณ์ แก้วเถื่อนสถานศึกษา โรงเรียนสาธิตเทศบาลวัดเพชรจริก สังกัดเทศบาลนครนครศรีธรรมราชปีการศึกษา 2563
บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน 3 เรื่อง โครงสร้างของสาร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)ชื่อผู้ศึกษา นางสาวศุภาภรณ์ แก้วเถื่อนสถานศึกษา โรงเรียนสาธิตเทศบาลวัดเพชรจริก สังกัดเทศบาลนครนครศรีธรรมราชปีการศึกษา 2563
บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน 3 เรื่อง โครงสร้างของสาร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)ชื่อผู้ศึกษา นางสาวศุภาภรณ์ แก้วเถื่อนสถานศึกษา โรงเรียนสาธิตเทศบาลวัดเพชรจริก สังกัดเทศบาลนครนครศรีธรรมราชปีการศึกษา 2563
บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน 3 เรื่อง โครงสร้างของสาร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)ชื่อผู้ศึกษา นางสาวศุภาภรณ์ แก้วเถื่อนสถานศึกษา โรงเรียนสาธิตเทศบาลวัดเพชรจริก สังกัดเทศบาลนครนครศรีธรรมราชปีการศึกษา 2563
บทคัดย่อ