คนตรังมีส่วนร่วมสูง..คนตรังโชคดีมีผู้นำเป็นคนเก่ง มีความกระตือรือร้นสูง


ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังเป็นประธานพิธีเปิดการประชุมเวที่เสวนา
วันจันทร์ ที่ 26 ตุลาคม 25552 มีตัวแทนภาคประชาสังคม ภาคราชการ เอกชนของจังหวัดตรัง จำนวนร่วมร้อยคน เข้าประชุมเวทีรับฟังข้อคิดเห็นตามเอกสารและหลักหรือในร่างข้อมติของระเบียบวาระสมัชชาสุขภาพ ณ ห้องประชุมอาคารเอนกประสงค์ชั้น 1 และชั้น 3 ณ เทศบาลนครตรัง จำนวน 11 ประเด็นคือ
1.การพัฒนากลไกการมีส่วนร่วมเพื่อสุขภาพเด็กและเยาวชน
2.โรคติดต่ออุบัติใหม่
3.การพัฒนาระบบการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุ สำหรับการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิเพื่อการเข้าถึงบริการที่มีคึณภาพ
4.การจัดการขยะอันตราย
5.การพัฒนาแพทย์แผนไทยคู่ขนานกับแพทย์แผนปัจจุบัน
6. การแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน
7.ยุติการส่งเสริมการขายที่ขาดจริยธรรมการจัดการปัญหาภาวะน้ำหนักเกิน
8.ยุทธศาสตร์นโยบายแอลกอฮอล์ระดับชาติ
9.แผนพัฒนาที่ยั่งยืน
ในตอนเช้าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นายไมตรี อินทุสุต ได้มาเป็นประธานท่านได้มอบนโยบายตรังทะยานว่า อีก 4 ปีจังหวัดตรังจะมีการพัฒนาเรื่องหลัก 4 ด้านคือ ประมง/ สนามบิน/รายได้และการมีงานทำ/สาธารณสุข(โรงพยาบาลตรัง )และท่านบอกว่าท่านดีใจที่คนตรังให้ความสำคัญกับการทำเวทีเสวนาครั้งนี้ ..ต่อไปจังหวัดตรังก็จะมีการทำเวทีเสวนาที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ท่านจะลดการใช้ระบบราชการ คือหนังสือตราครุฑ แต่จะใช้การเข้าถึงชาวบ้าน และท่านชมว่าคนตรังเป็นคนที่มีความกระตือรือร้น (Active Citizen ) มีส่วนร่วมสูงมีจิตอาสา ท่านผู้ว่าฯเป็นคนเก่ง เวลาพูดท่านก็ดูมีชีวิตชีวา คนจังหวัดตรังโชคดีที่มีพ่อเมืองเก่ง

รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรังคนใหม่ นายเกรียงเดช เข็มทองและผู้นำทุกภาคส่วนในจังหวัดตรัง ให้เกียรติมารับฟังผลการเสวนา นับเป็นนิมิตหมายที่มีค่ายิ่งสำหรับจังหวัดตรังของเรา
ส่วนตอนเย็นก็มีรองผู้ว่าฯ คนล่าสุด นายเกรียงเดช เข็มทอง /นายกิจ หลีกภัย / นายชาลี กางอิ่ม และอ. สุนทรี สังขยุทธ์ มารับฟังผลจากการทำเวทีเสวนาและ ให้ข้อเสนอแนะและมีการเลือกตัวแทนไปร่วมประชุมที่กรุงเทพฯ สำหรับในกลุ่ม 2 ของเวที ได้เสนอคุณประนอม เดชธราดล จากชมรมพลังผู้บริโภคไปร่วมนำเสนอที่กรุงเทพร่วมกับภาคประชาสังคมอื่น ๆและภาคราชการ ภาคเอกชน ภาคท้องถิ่น จำนวน 12 คน
สำหรับผลการทำเวทีครั้งนี้จำนำผลไปเสนอที่การประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติที่กรุงเทพ ฯ ร่วมกับจังหวัดอื่นๆ ในเดือนธันวาคม 2552..