ผมสามารถแยกแยะเสียงฝีเท้าได้ว่าเสียงไหนคือเสียงเดินของมิตรแท้ และเสียงไหนคือเสียงเดินของศัตรูที่ถาวร...

พื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำยม เป็นแหล่งกำเนิดเกิดผม ในตำบลบางแก้ว อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก...ยามเมื่อน้ำเอ่อนอง ผมมักกระโจนลงเล่นดำผุดดำว่ายอย่างสนุกสนานมาตั้งแต่เยาว์วัย บอกได้เลยครับว่าผมชอบเล่นน้ำ...การลงเล่นน้ำเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ร่างกายผมฟิตเปรี๊ยะยังกะติดเทอร์โบ...ผมเริ่มมีชื่อเสียง(ดังติดชาร์ท)ประมาณปี 2529 ด้วยความสามารถพิเศษที่ฝังอยู่ในตัวตน นั่นเป็นสัณชาตญาณแห่งนักล่าที่ชาญฉลาดและฉกาจฉกรรจ์ ทุกครั้งที่ผมออกล่าเหยื่อผมมักจะคลุกตัวลงกับพื้นดินบริเวณนั้น...เพื่อให้กลิ่นไอของธรรมชาติกลบกลิ่นตัวของผมครับ(ประมาณว่าทาลูกกลิ้ง ฉีดน้ำหอม ประแป้งก่อนออกไปจีบสาวล่ะครับ)นี่เป็นยุทธวิธีในการพลางตัวของเพชรฆาตนักฆ่าหน้าหยกอย่างผมล่ะครับ จากนั้น ผมจะค่อย ๆ หย่อง ราวกับฝึกวิชาตัวเบามาจากวัดเส้าหลิน ท่วงท่าประหนึ่งนักฆ่ามืออาชีพไม่ผิดเพี้ยน...จริง ๆ แล้วผมเป็นนักฆ่าประเภทดุดันได้ทั้งบู๊บุ๋นเชี่ยวชาญการศึกเลยล่ะครับ เรียกว่าครบสูตรนักฆ่ามืออาชีพว่างั้นเถอะ...นั่นเป็นเพราะผมสืบสายพันธุ์มาจากบรรพบุรุษที่เป็นสุนัขจิ้งจอกนั่นเองล่ะครับ...

ด้วยความสามารถและรูปร่างใหญ่กำยำของผม ทำให้ผมได้เข้ารับการฝึกทางการทหาร(หยิบได้ใบแดงครับ)ฝึกยุทธวิธีต่าง ๆ และกระโดดร่มเพื่อลาดตระเวณร่วมกับพี่ ๆ ทหาร...ครับ!! ด้วยสาเหตุนี้จึงทำให้ชื่อของผมถูกแขวนพาดไว้ตามหน้าหนังสือพิมพ์เกือบทุกวัน...แน่นอนที่สุด ผมว่าผมทำให้สุนัขพันธุ์ไทย "บางแก้ว" (bangkaew)รีเทิร์นกลับมาดังอีกแล้วครับท่าน!!...โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง...ผมมักจะหัวเราะชอบใจกับความดังเพียงชั่วประเดี๋ยวประด๋าวของผมครับ...และไม่วายที่จะปลอบใจตนเองว่า..."สิ่งเหล่านี้มันไม่จีรังยั่งยืนเสียจริง ๆ สุดท้ายก็เจือจางและหายไปดั่งสายลมและแสงแดด" ฉะนั้น จงอย่ายึดมั่นถือมั่นกับสิ่งเหล่านี้...เพราะมันเป็นกิเลสที่นำพาเราไปสู่ความเจ็บปวดเสมอ หากหลงไหลได้ปลื้มไปกับมันครับ...(ผมเตือนตนครับ)

   

ความเป็นจริงนั้น ผมก็เป็นแค่สุนัขเฝ้าบ้านดี ๆ นี่เองครับ เห็นผมดุ ดุ อย่างนี้เถอะครับ ผมรักใครรักจริงนะจะบอกให้ ซื่อสัตย์ และจงรักภักดี ท่านเชื่อไหมครับว่าผมยอมตายแทนเจ้านายได้...หากท่านสนใจสายพันธุ์บางแก้ว...ลองมาดูลักษณะรูปร่างของพวกผมกันนะครับ พวกผมเป็นสุนัขลูกผสมระหว่างสุนัขบ้านกับสุนัขจิ้งจอก มีขนยาวปุกปุยสองชั้นคล้ายอานม้า มีขนหลายสี เช่น สีน้ำตาลแดง สีน้ำตาลดำสีน้ำตาล ขาว สีด่างดำขาว และมีหางเป็นพวง ขนขาหน้าคล้ายขนขาแข้งสิงห์ แผงรอบคอคล้ายสิงโต บางแก้วเพศผู้จะมีน้ำหนักประมาณ 14-16 กิโลกรัม ส่วนเพศเมียมีน้ำหนักประมาณ 13-14 กิโลกรัม ส่วนสูงเพศผู้ประมาณ 42-53 เซนติเมตร เพศเมียสูงประมาณ 38-48 เซนติเมตรครับ...พูดถึงฉายาของผมหน่อยครับ "พชรฆาตหน้าหยก"(ผมตั้งเองครับผมว่าผมหล่อ) ทั้งนี้ มีเสียงสนับสนุนจากเจ้านายบอกว่าใบหน้าผมคล้ายกับสัตว์ป่าพันธุ์ดุอย่างพี่เสือ โอ้ว!! ช่างให้เกียรติผมเหลือเกินครับ...แต่อย่างผมคงเป็นได้แค่เสือตัวที่ 11 ที่เกาะอยู่ตามฉลากยาแก้ไอน้ำดำกระมังครับ...บางคนก็บอกว่าใบหน้าผมออกแนวพี่สิงโต อึ้ย!! ไม่ใช่สิงโตเดอะสตาร์นะครับ แต่เป็นท่านสิงโตเจ้าป่าครับผม...แต่หากมองบางมุมบางเหลี่ยม ยามเมื่อแสงตกกระทบเงาน้ำ (ว่าไปนั่น) ผมก็ละม้ายคล้ายคลึงกับสุนัขจิ้งจอก...เอ่อ!! ไม่ใช่ "จิ้งจก" นะครับ"จิ้งจอก"ครับ แต่ไม่ "กระจอก" ด้วยครับ ครว่าหมาเห่าไม่กัดครับ ผมน่ะทั้งกัดทั้งเห่าเลยล่ะครับ ดุครับพี่...นี่แค่น้ำจิ้มเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการยืนยันถึงความหล่อเหลาแบบดาราเกาหลีของผมนะครับ เอ่อ!! พี่ครับ...แบบนี้ใช่ไหมครับที่พี่บอกว่า "หมาขี้ไม่มีใครยกหาง" ฮ่า ฮ่า ฮ่า

   

สำหรับการก้าวย่างบนทางวิถี(ฟุตบาต)...ผมช่างดูงามสง่า น่าแกรงขามเสียนี่กระไร นั่นก็เพราะว่าผมต้องเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับศัตรูผู้มุ่งร้ายอยู่เสมอ ทั้งนี้ก็เพื่อปกป้องไว้ซึ่งความปลอดภัยของเจ้านายครับ แม้กระทั่งยามที่ผมนอน ฮึ ฮึ ฮึ!! (หัวเราะในลำคอ) ผมก็ยังไม่อาจไว้ใจใครหน้าไหนทั้งนั้นครับ...สำหรับผมแล้ว ความเงียบ คือศัตรูที่น่ากลัวที่สุด(กลัวใจคิดไปรักเธอครับ...อึ๊ย!! เวอร์)และด้วยสัญชาตญาณของเลือดผสมสุนัขจิ้งจอก ผมมักจะนอนเอาใบหูแนบกับพื้น เพื่อฟังเสียงแปลกปลอม...ผมไม่อยากจะโม้!! ว่าผมสามารถแยกแยะเสียงฝีเท้าได้ว่าเสียงไหนคือเสียงเดินของมิตรแท้ และเสียงไหนคือเสียงเดินของศัตรูที่ถาวร...โอ้ว!! เป็นไปได้ไงไม่อยากเชื่อเลย...แต่เชื่อเถอะครับว่ามันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ เพราะผมมีสัญชาตญาณชำนาญการเรื่องเสียงแปลกปลอมทุกชนิด และเมื่อมีศัตรูเข้ารุกราน ผมจะกระโจนใส่อย่างไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรมราวกับสุนัขจิ้งจอก ทั้งปากกัด ตีนถีบเลยล่ะครับงานนี้ และด้วยความสง่างาม ปราดเปรียว ว่องไวและแข็งแรง ประดุจดั่งขุนพลเอก อีกทั้งความเฉลียวฉลาดหรือพูดแบบผู้มีภูมิรู้หน่อย ก็คือผมมีไอคิวสูงครับ ผมจึงเหมาะที่สู้ดดดดดด สำหรับการเฝ้าบ้าน ดูแลความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของท่าน แน่นอนที่สุดผมเป็นยิ่งกว่าสุนัขรับใช้อีกครับ ฮ่า ฮ่า ฮ่า. เอ่อ!! ผมถามจริง ๆ เถอะครับพี่ครับ พี่ว่าผมหล่อไหมครับ??

สุภาษิต คำพังเพย และสำนวนไทย ที่เกี่ยวกับสุนัขหรือหมา
1. หมาขี้ไม่มีใครยกหาง >> คนที่ชอบยกยอตัวเองหรือคุยโอ้อวด (คำพังเพย)
2. ไม่มีมูลฝอยหมาไม่ขี้ >> หากไม่มีอะไรเป็นเค้ามูลอยู่ ก็ย่อมไม่มีเรื่องเกิดขึ้น (คำพังเพย)
3. หมากัดอย่ากัดตอบ >> คนเลวประทุษร้ายแล้วอย่าทำตอบ (สุภาษิต)
4. เดินตามผู้ใหญ่ หมาไม่กัด >> การทำตามหรือประพฤติเลียนแบบผู้ใหญ่จะปลอดภัย ไม่ผิดพลาด (สุภาษิต)
5. ชิงหมาเกิด >> เลวกว่าหมา (สำนวน)
6. หมาจนตรอก >> จวนตัวไม่มีทางหลบเลี่ยงเลยฮึดสู้อย่างสุดชีวิต (สำนวน)
7. หมาหมู่ >> กลุ่มคนที่รุมทำร้ายคนคนเดียว ส่วนใหญ่จะใช้กับพวกอัธพาล (สำนวน)
8. หมาเห่าไม่กัด >> พูดเอะอะดูเก่งกล้า แต่แท้จริงแล้วไม่เอาจริง (สำนวน)
9. หมาลอบกัด >> ลอบทำร้ายเมื่อผู้อื่นเผลอ (สำนวน)
10. หมาเห่าใบตองแห้ง >> คนที่พูดเอะอะทำทีว่าเก่งแต่ไม่มีทางทำอะไรได้ (สำนวน)
11. หมาหวงก้าง >> หวงจะเอาคนเดียว ไม่ให้ใครเข้ายุ่งเกี่ยวข้อง (สำนวน)
12. หมาสองราง >> เข้าด้วยกันทั้งสองฝ่าย (สำนวน)
13. ขี้หมูขี้หมา >> เล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างน้อย (สำนวน)
14. ขี้หมูรา ขี้หมาแห้ง >> เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ (สำนวน)
15. เล่นกับหมาหมาเลียปาก เล่นกับสากสากตีหัว >> เล่นกับเด็ก ๆ ย่อมลามปาม (สำนวน)
16. ยื่นหมูยื่นแมว >> แลกเปลี่ยนโดยมีของให้รับพร้อม ๆ กัน (สำนวน)
17. หมาหยอกไก่ >> อาการที่ชายหยอกล้อหญิงสาวทีเล่นทีจริง (สำนวน)
18. หมาหางด้วน >> คนที่ทำผิดพลาดจนได้รับความอับอาย (สำนวน)
19. หมาหัวเน่า >> เป็นที่รังเกียจเข้ากับใครไม่ได้ (สำนวน)
20. หมาถูกน้ำร้อน >> คนที่มีความเดือดร้อน กระวนกระวาย วิ่งพล่านไปหาที่พึ่งต่าง ๆ (สำนวน)
21. หุงข้าวประชดหมา ปิ้งปลาประชดแมว >> การทำประชดหรือแดกดัน ที่ผู้ทำรังแต่จะเสียประโยชน์ (สำนวน)
22. หมาเดือนสิบสอง >> เป็นคำค่อนขอดหรือแดกดันว่า ร่านในการประเวณี (สำนวน)
23. ทำงานเหมือนหมาเลียน้ำร้อน >> คนที่ทำงานไม่เรียบร้อยไว้ใจไม่ได้ (สำนวน)
24. หมามีปลอกคอ >> คนที่มีผู้ทรงอิทธิพลหรือผู้ทีอำนาจคอยคุ้มครองคอยสนับสนุนช่วยเหลืออยู่ (สำนวน)
และไปรยานใหญ่ครับ...
----------------
เอกสารอ้างอิง
บ้านบางแก้ว. (2552). ประวัติ สุนัขบางแก้ว. จาก http://www.baanbangkaew.com/bangkaew_story.htm
วิกิพิเดีย. (2552). ประวัติสุนัขไทยพันธุ์บางแก้ว. จาก http://th.wikipedia.org/wiki
"สุนัขบางแก้ว เจ้ามอมพันธุ์นักสู้แห่งเมืองสองแคว". (2552). จาก http://www.phitsanulok.go.th/bangkaew.html
อมรรัตน์ เทพกำปนาท. (2552). ภาษิต สำนวน คำพังเพย เรื่อง “หมา” น่าชวนคิด. สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติกระทรวงวัฒนธรรม.
อักษรา. (2552). ปีจอ ขอเขียนเรื่องเจ้าสี่ขา. จาก http://thainews.prd.go.th/Misc/speakthai/2549.html
ภาพจาก Internet