เรื่องเล่าต่อไปนี้ป็นเรื่องจริงที่คุณครูหลายคนและหลายๆ โรงเรียนคงได้รู้เห็นเช่นเดียวกับครูพรรณา....

" ครูขานังบีมันหนีไปแล้วค่ะ...หนูกลัวมันถูกหลอกไปขาย... "

" เฮ้ย !  แล้วทำไมเพิ่งมาบอกเอาป่านนี้วะ  ทีเมื่อเช้าถามหาก็ไม่มีใครพูดถึงเงียบกันสนิทเชียวนะ "  ...ฉันรู้สึกหัวเสียเพราะเมื่อเช้าตอนเข้าแถวตรวจสอบผู้ขาดเรียนและดูแลความเรียบร้อยกันก่อนเข้าเรียน  แล้วนี่ก็บ่ายป่านนี้แล้วเหลือเวลาอีก 40 นาทีก็เข้าแถวกลับบ้านแล้ว  ป่านนี้จะเหลืออะไรฉันคิดไม่ตก จะเอายังไงดีล่ะ

" อาจารย์อย่าเอะอะไปนะ  หนูกลัวมันตบเอาถ้ามันรู้ว่าหนูบอกอาจารย์ "  แก๊งสาวซ่าส์มากระซิบกระซาบอีกครั้ง

" เออ! ถ้ากลัวนักก็ไม่ต้องช่วยมันหรอก  เธอบอกครูแค่นี้ครูก็ช่วยอะไรไม่ได้  รายละเอียดเป็นไงบ้าง  มันไปกับใคร  บ้านไอ้หนุ่มนั่นอยู่ที่ไหน   บอกครูได้ไหม  พูดเร็วอย่าช้า "  ฉันเริ่มหาข้อมูลและเร่งเร้าคำตอบ

" พี่วัธ ไปตามเด็กกับหนูหน่อยได้ไหม " ฉันโทร.หารองผู้อำนวยการพร้อมกับเล่ารายละเอียดให้ฟัง โดยมีเด็กๆ ยืนมองตาแป๋วแบบลุ้นคำตอบ

" ทุกคน ไปรอที่ป้อมยามเดี๋ยวนี้ อย่าลืมเอากระเป๋าหนังสือไปด้วย " ฉันสั่งเด็กๆ แล้วรีบเก็บของ

         พวกเราตระเวนหาตามบ้านเพื่อนคนต่างๆ ของบี  แต่ก็ไม่พบ  ฉันสังเกตว่าเด็กๆ สามารถเข้านอกออกในได้แทบทุกบ้าน  และยัยนันท์ดูจะเป็นผู้รอบรู้ไปทุกเรื่อง บ้านไหนที่เธอเข้าไปดูในห้องไม่ได้เธอก็แอบอ้อมไปดูทางด้านหลัง  4 - 5 บ้านแล้วล้วนแต่คว้าน้ำเหลว

" เออ! ช่างมีเพื่อนไกลจากบ้านมากเหลือเกินนะ " เสียงพี่วัธบ่นเด็กๆ ฉันเองก็เริ่มรู้สึกว่าคว้าน้ำเหลวเสียแล้ว  และตัดสินใจกันว่าออกจากบ้านหลังนี้แล้วเราจะส่งเด็กๆ กลับบ้าน

" เฮ้ย! แล้วใครรู้บ้างว่าบ้านแฟนนังบีอยู่ที่ไหน  อย่าบอกว่าไม่รู้เชียวนะ อยากช่วยเพื่อนต้องพูดความจริง "  ฉันเริ่มคาดคั้นและเสนอความเห็นว่าจะต้องให้ผู้ปกครองแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อช่วยกันตามหา 

           บี กำพร้าพ่อและแม่ตั้งแต่แรกเกิด  พ่อแม่เลิกรากันไป แม่ก็นำเธอมาฝากยายไว้ ส่วนแม่ก็หายสาปสูญไปเลยเธอได้รับการดูแลจากยายและได้รับเงินส่งเสียจากป้าซึ่งทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ ต่อมาป้าตกงาน ก็ไม่ส่งเงินมาให้เธอกับยายก็ไม่มีกินบางวันก็มีแต่น้ำลูบท้อง ประกอบกับตามหมู่บ้านเด็กๆเริ่มมีค่านิยมเป็นหางเครืองสมัครเล่นตามวงสตริง  บีจึงไปสมัครด้วยซึ่งก็ทำให้ได้เงินมาเลี้ยงดูยายซึ่งแก่มากหูตาก็ไม่รู้เรื่องเสียแล้ว

" อาจารย์ขาไปทางวัดไผ่ค่ะ  ไกลมากเลย  จะไปไหมคะ " เสียงยัยเบญบอกอย่างไม่แน่ใจ  ยัยเบญนี่ก็ปัญหาไม่เบาตั้งแต่อยู่ชั้นป.๓ พ่อแม่ ญาติโกโหติกาพากันตบเท้าเข้าห้องขังเกือบหมดด้วยข้อหาค้ายาบ้า

" เอาก็เอา  คราวนี้หวังว่าคงได้เรื่องนะ  มีใครจะลงบ้านก่อนไหม "  พี่วัธพูดและถามเด็กๆ  แต่ทุกคนเงียบสนิทเป็นอันว่าไปหมดทั้งแก๊ง  สักพักเราก็ถึงที่หมาย

" อาจารย์อยาเพิ่งลงไปนะคะ  ให้พวกหนูลงไปก่อนเผื่อมันเห็นแล้วกลัวจะหนีไปซ่อนซะก่อน "

" ลงไปทั้งหมดนี่แหละ  มันอยากจะหนีให้รู้ไป ช่วยๆกันดูทุกทิศทาง  บ้านหลังเดียวเดี่ยวๆ กลางทุ่งโล่งอย่างนี้ " ฉันบอกเด็กๆ พร้อมกับนึกหวาดในใจถึงภัยต่างๆ

ลงรถแล้วเราถามหายัยบีกับผู้ใหญ่ของบ้าน  เขาบอกว่าไม่รู้  แต่ยัยนันท์จำรถเครื่องของแฟนยัยบีได้และมั่นใจว่ายัยบีจะต้องอยู่ที่บ้านนี้แน่นอน  เธอจึงบอกให้ฉันไปดูในบ้านส่วนตัวเธอและเพื่อนๆ จะดูที่โรงนอนด้านข้าง  ฉันพบเด็กผู้ชายคนหนึ่งเป็นนักเรียนในแถบใกล้เคียงมามั่วสุมอยู่ที่บ้านหลังนี้ด้วยจึงเรียกมาสอบถาม  และใช้ให้ไปตามแฟนยัยบีออกมาพบ .....

        รอกันอยู่สักครู่ผู้ใหญ่ของบ้านก็ไม่ให้คำตอบแก่พี่วัธเลย  เราจึงตัดสินใจจะกลับ  แต่ฉันสังเกตเห็นเด็กๆ มีอาการเหมือนตัดสินไม่ได้ว่าจะบอกครูหรือไม่

" ไปกลับ เด็กๆ ขึ้นรถเร็ว จะค่ำแล้ว  ลานะคะ "  ฉันบอกเด็กและกล่าวลาเจ้าของบ้าน  ขณะเดินผ่านโรงนอนฉันหยุดนิดหนึ่งแล้วเดินเลี้ยวไปทางนั้น  เด็กๆ รีบห้ามว่าอย่าเข้าไป  ฉันจึงคาดคั้นจนได้ความ

" จะเดินออกมาเองหรือจะให้ครูเปิดมุ้งเข้าไปดู " ฉันถามเสียงเรียบเย็น  แต่ในใจเดือดปุดๆ แล้ว 

" คอยเดี๋ยวค่ะ "

" ก็แค่นั้น "

        เราได้ตัวยัยบีกลับบ้านและนำส่งให้ยายพร้อมกับกำชับให้ยายไปโรงเรียนในวันรุ่งขึ้น

    จากปัญหาของยัยบี  วันนี้เราช่วยเธอได้แต่วันพรุ่งก็เป็นกรรมและโชคชะตาของเธอที่จะเลือกเดินด้วยตนเอง

          หลายรูปแบบเหลือเกินกับปัญหาของนักเรียน   เช้าวันนี้ผู้ปกครองก็มาแจ้งว่าลูกของตนมีปัญหาด้านสมองมาแต่เด็กๆ ทำให้เรียนไม่รู้เรื่อง  สอบถามก็ได้ความทั้งน้ำตาว่า เมื่ออายุได้เก้าเดือนเด็กหลุดจากมือแล้วหัวฟาดพื้น หลายคนรีบช่วยกันคว้าขึ้นมาอย่างรวดเร็วไม่ทันระวังอุ้มขึ้นมาได้หัวเด็กก็กระแทกกับพื้นบ้านที่อยู่บนหัว..........ทำไงดีล่ะ  ได้แต่ปลอบว่าไม่เป็นไรหรอกอ่านไม่ได้ก็ไม่เป็นไรเขาไม่เกเรก็พอแล้ว ครูจะบอกครูคนอื่นๆ ให้รู้ว่าเขาพิการทางสติปัญญา  การที่เขาได้มาโรงเรียนก็ช่วยให้เขาเรียนรู้เรื่องอื่นๆ ไป

" ไม่ต้องนอนเป็นเจ้าชายนิทรา ป้อนนำป้อนข้าว  ได้แค่นี้ฉันก็ถือว่าบุญแล้วค่ะครู ที่มานี่ฉันกลัวโรงเรียนจะให้มันออก " ผู้ปกครองบอกกล่าวการยอมรับสภาพของตนและเด็ก 

 

            

 

         บันทึกนี้ได้แรงบันดาลใจ ท่านผอ. ประจักษ์  ปานอินทร์  ( ครู....กับ.... รู้จัก ) มองภาพภาชนะแล้วบางทีก็ให้ทดท้อในใจ  เพราะภาชนะบางใบนอกจากจะปากแคบรอการกรอกแล้วยังมีดินปลวกอัดอยู่ข้างในซึ่งยากแก่การแคะเอาดินออกและกรอกน้ำเข้าไป  

                        

                                ให้ครูทุกท่านสุขกายสุขใจค่ะ