...ส.ป.ป.ลาวมีกฎหมายอยู่ทั้งสิ้นประมาณ 88 ฉบับ ทั้งก็ยังมีการพัฒนาอยู่อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ ผู้หญิงและเด็ก เนื่องจากต้องอนุวัติการตามพันธกรณีที่รัฐลาวมีอยู่ต่อสนธิสัญญาต่างๆที่เกี่ยวข้อง

       บ่ายวันศุกร์ ที่ 8 ตุลาคม 2552 ที่ผ่านมา ด้วยสภาพอากาศที่ร้อน และความรีบเร่ง กอปรกับความคลาดเคลื่อนในการสื่อสารระหว่างพวกเรากับคุณพี่คนขับรถ และอุปสรรคอื่นๆอีกมากมาย แต่พวกเราก็ยังสามารถเดินทางไปยังศาลประชาชนสูงสุดได้ แม้จะล่วงเลยกำหนดเวลาที่นัดกับทางท่านผู้พิพากษาศาลประชาชนสูงสุดไว้เล็กน้อยก็ตาม 

       แม้ว่าครั้งนี้จะเป็นการเข้าพบในครั้งที่ 2 แล้ว แต่ด้วยความใหญ่โตและน่าเกรงขามของศาลประชาชนสูงสุดแห่งนี้ ก็ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกหวั่นๆอยู่เหมือนกัน แต่ความหวั่นเกรงทั้งหลายไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ ก็หายสิ้นไปเมื่อได้พบกับ ท่านบัวทอง จันทะมาลิน หัวหน้าห้องการศาลประชาชนสูงสุด และ ท่านคำพัน บุญพาคม ผู้พิพากษาศาลประชาชนสูงสุด ด้วยรอยยิ้มของท่านทั้งสองดูเป็นกันเองเหมือนเช่นครั้งแรก ที่พวกเราเคยได้มีโอกาสเข้าพบ ในการเดินทางเมื่อปีที่แล้ว

       โดยในการเข้าพบครั้งนี้ ท่านทั้ง 2 ก็ได้กรุณาเล่าถึงภาพรวมในทัศนะของพวกท่านที่มีต่อระบบกฎหมายของส.ป.ป.ลาว กล่าวคือ ส.ป.ป.ลาว ในฐานะที่เป็นกลุ่มประเทศในระบบ Civil Law นั้น เริ่มต้นมีรัฐธรรมนูญฉบับแรกเมื่อปี พ.ศ.2534 อันถือเป็นจุดเริ่มต้นของพัฒนาการทางกฎหมายในยุคปัจจุบัน ผ่านมาจนกระทั่งปัจจุบัน 18 ปี ส.ป.ป.ลาวมีกฎหมายอยู่ทั้งสิ้นประมาณ 88 ฉบับ ทั้งก็ยังมีการพัฒนาอยู่อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ ผู้หญิงและเด็ก เนื่องจากต้องอนุวัติการตามพันธกรณีที่รัฐลาวมีอยู่ต่อสนธิสัญญาต่างๆที่เกี่ยวข้อง

        ส่วนในประเด็นการระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับการค้าการลงทุนนั้น ท่านคำพัน  บุญพาคมได้กรุณาแสดงทัศนะแก่พวกเราต่อประเด็นดังกล่าวว่า จริงอยู่ที่ค่าใช้จ่ายที่คู่ความจะต้องชำระแก่ศาลนั้น จะเป็นค่าธรรมเนียมเพียงน้อยนิด แต่ภาคธุรกิจเอกชนส่วนใหญ่ ก็ไม่นำคดีความเข้าสู่กระบวนพิจารณา เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลานาน ตั้งแต่กระบวนการเริ่มต้นการพิจารณาไปจนถึงการบังคับคดี ดังนั้นการระงับข้อพิพาทในประเด็นดังกล่าว ส่วนใหญ่จึงอาศัยกระบวนการระงับข้อพิพาททางเลือกอื่นๆ อาทิ วิธีการระงับข้อพิพาทตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนจากต่างประเทศในส.ป.ป.ลาว ซึ่งรวมถึงการระงับข้อพิพาทโดยกระบวนการทางอนุญาโตตุลาการ

        รวมทั้งประเด็นทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแนวทางการบริหารโดยอาศัย หลักการเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์หรือ Creative Economy นั้น พบว่า กฎหมายภายในของส.ป.ป.ลาวนั้น พร้อมสำหรับการสนับสนุนให้ภาคธุรกิจดำเนินแนวทางตามหลักการดังกล่าวได้ โดยมีความพร้อมในมิติเชิงกฎหมาย อันสะท้อนออกมาในรูปของกฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา พ.ศ.2551 และดำรัสว่าด้วยเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2538 เป็นต้น

        นอกจากประเด็นข้างต้นแล้วยังมีประเด็นปลีกย่อยอีกมากมาย ที่ท่านทั้ง 2 ได้กรุณาชี้แนะให้กับพวกเรา ในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งหลังจากนั้นพวกเราคณะเดินทางก็ลาท่านทั้งสอง เนื่องจากรบกวนเวลาของพวกท่านมาเนิ่นนานแล้ว แต่ก็เหมือนเช่นครั้งแรก ท่านทั้ง 2 ก็กรุณาเดินออกมาส่งพวกเราถึงหน้าประตูทางขึ้นศาล สร้างความประทับใจให้กับพวกเราคณะเดินทางเป็นอันมาก สำหรับความเอ็นดูและความเอื้ออารีที่ท่านทั้ง 2 ได้กรุณามอบให้กับพวกเรานักกฎหมายตัวน้อยๆจากฝั่งไทย