ตามที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ปรับเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2551 เป็นต้นไป อย่างที่เราทราบกันก็คือ ผู้บริหารมหาวิทยาลัย เช่น อธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการ ต้องสมัครเข้าเป็นพนักงาน ภายใน 120 วัน หรือ 4 เดือน (ภายในวันที่ 4 กรกฎาคม 2551) แต่สำหรับข้าราชการและลูกจ้างประจำ มีเวลา 365 วัน หรือ 1 ปี(วันที่7มีนาคม2551 ถึง 6มีนาคม2552) ในการตัดสินใจสมัครเข้าเป็นพนักงานโดยไม่ต้องมีการประเมินเข้า หมายความว่า รับเข้าทันทีไม่มีเงื่อนไขใด ๆ โดยแบ่งออกเป็นรอบๆ
และปลายเดือนตุลาคม2552นี้ พนักงานมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่ปรับเปลี่ยนสถานภาพมาจากข้าราชการ ได้รับเงินเดือนในอัตราเพิ่มขึ้น ร้อยละ40จากอัตราเงินเดือนเดิม และได้รับเงินเดือนในอัตราเพิ่มตกเบิกย้อนหลังตามระยะเวลาที่แต่ละคนได้แสดงความจำนงค์ขอเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย
สำหรับลูกจ้างประจำที่ขอเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยได้รับเงินเดือนในอัตราเพิ่มขึ้น ร้อยละ20จากอัตราเงินเดือนเดิม และได้รับเงินเดือนในอัตราเพิ่มตกเบิกย้อนหลังตามระยะเวลาที่แต่ละคนได้แสดงความจำนงค์ขอเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย (สำหรับอีกร้อยละ20เป็นค่าสวัสดิการ มหาวิทยาลัยจะต้องรับผิดชอบจัดให้)
ดังนั้นภายในสิ้นเดือนตุลาคม2552นี้ พนักงานมหาวิทยาลัยที่มาจากข้าราชการและลูกจ้างประจำ ก็จะได้รับเงินเดือนใหม่ และได้รับเงินเดือนเพิ่มตกเบิกย้อนหลังตามระยะเวลาที่ตนเองออกเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกของพนักงานมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่ได้รับเงินค่าตอบแทนที่มาจากการออกนอกระบบอย่างแท้จริง
มหาวิทยาลัยออกนอกระบบ ประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับ นักศึกษา ประชาชน และหน่วยงาน คืออะไร.......
ยินดีด้วยค่ะ
เหนื่อยกันมามากแล้วสมควรได้ในสิ่งที่ควรได้
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับคุณไม่แสดงตน
สิ่งที่เกิดขึ้นจากการออกนอกระบบของมหาวิทยาลัย ถือว่าเป็นสิ่งใหม่ที่มหาวิทยาลัยต่างๆที่ออกต้องพบและปรับการทำงานให้สอดคล้องกับสิ่งต่างๆที่ได้รับ.. ต้องปรับทั้งคน วิธีการทำงานและแนวคิด ด้วยครับผม
สวัสดีครับคุณkrutoiting
ขอบคุณครับที่แวะเข้ามาทักทาย และให้กำลังใจ เมื่อตัดสินใจออกเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยแล้วต้องทำงานให้เต็มที่ ครับผม
สวัสดีค่ะท่านผมคนโสตฯ ครับ.ง( โสตจริงค่ะคงรอบรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับโสตทัศนศึกษา..) มาเยี่ยมค่ะไม่ค่อยได้เข้ามาบ่อย..ยุ่งกับ 3 หนุ่มน้อยที่บ้านค่ะ..ท่านสบายดีนะคะ..ระลึกถึงค่ะ
สวัสดีครับคุณครูRinda
ขอบคุณมากครับที่กรุณาเข้ามาทักทาย สบายดีครับ ถึงแม้ว่าช่วงนี้จะมีงานมาก ทำทั้งในเวลา และนอกเวลา ครับ แต่สู้ๆๆครับ..ออกนอกระบบแล้ว ต้องทำงานให้เต็มที่..ครับผม
ออกนอกระบบ
คงต้องทำงานเหนื่อยมากขึ้นนะครับ
สวัสดีครับท่านอาจารย์jj
ขอบพระคุณมากครับที่กรุณามาเยี่ยม..ครับ
"จะทำงานให้สมกับผลตอบแทนที่ได้รับเพิ่มมากขึ้น" ครับผม
คุณ คนโสต
รบกวนเล่ารายละเอียด ความเข้าใจ้ของผม เงินเดือนเดิม+เงินเพิ่ม(1.4-1.7) +บำนาญ
ผมเข้าใจถูกหรือ เปล่า พ่อ แม่ ลูก-เมีย ยังเบิกตรงได้หรือเปล่าตัวเราด้วย ต้องเข้าประกันสังคมหรือไม่
กลุ้มใจมาก
ใครรู้บ้าง ออกนอกระบบ
ตกเบิกใช้เวลาประมาณ กี่เดือนครับ
ถามต่อ ครับ ควรออกครั้งแรกจะดีไหม ถ้าคิดจออกแล้ว ตอนประเมินเข้มหรือเปล่า
แวะมาตอบแทนคนโสตค่ะ
คุณ คน มธ.เงินเดือนออกนอกระบบ ได้ 1.4 + บำนาญค่ะ (เงินบำนาญจะได้ต้องออกจาก ก.บ.ข. ด้วยค่ะ)
สำหรับคนที่ออกจาก กบข. และเป็นข้าราชการบำนาญมีสิทธิได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลได้เช่นเดิมค่ะ สำหรับประกันสังคมจะต้องเข้าหรือไม่นั้น ขึ้นกับ พรบ.ของแต่ละสถาบันเขียนไว้อย่างไร แต่ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เขียนไว้ว่าไม่เข้าประกันสังคมค่ะ
ตกเบิกใช้เวลาประมาณเท่าใดนั้น ขึ้นอยู่กับว่าช่วงที่ออกเป็นช่วงใด เช่นถ้าเป็นช่วงที่คนเกษียณพร้อมกันทั่วประเทศ เจ้าหน้าที่ทำเอกสารเรียบร้อย ไม่มีส่งคืนแก้ไข ก็ประมาณ 3 เดือนค่ะ แต่ถ้าเป็นช่วงที่ไม่ตรงกับการเกษียณทั่วประเทศ ระยะเวลาทั้งหมดประมาณ 60 วันค่ะ
การจะออกหรือไม่ออกนอกระบบ ขอให้ศึกษารายละเอียดของกฎหมายให้ครอบคลุมทั้งหมด ศึกษากฎ ระเบียบของหน่วยงานที่ตนสังกัดด้วย การทำงานจะหนักขึ้นหรือไม่ขึ้นอยู่กับนโยบายของมหาวิทยาลัย แต่อย่างไรก็ตาม "เรา" ในฐานะข้าในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กินเงินภาษีประชาชน เราก็ควรทำงานในหน้าที่ของเราอย่างเต็มความสามารถ การประเมินจะเข้มหรือไม่เข้มไม่เป็นประเด็นปัญหา ถ้าเราทำงานตาม TOR และตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ประกอบกับการอุทิศเพื่อหน้าที่ราชการก็ควรให้สมกับการเป็นข้าราชการด้วย (ถึงแม้จะเป็นพนักงานก็ตามค่ะ)
ขอพี่คนโสตฯ มาต่อด้วยนะคะ
สวัสดีครับ
มาร่วมแสดงความยินดีด้วยครับ
สวัสดีครับคุณฅน มธ. [IP: 124.121.64.215]
ผมคิดว่าออกนอกระบบจะดี..ครับ..ในด้านค่าตอบแทนที่ได้รับแต่เราต้องทำงานหนักขึ้นไม่ใช่ทำงานมากแต่ทำงานในเชิงคุณภาพมากขึ้น..ครับ ท้าทายดีกับความสามารถของเราที่ทำได้อย่างเต็มที่อยู่แล้ว...เอาประสบการณ์เข้ามาประยุกต์ให้มากๆ...ครับผม
สวัสดีครับคุณประเสริฐ ศรีแสนปาง
ขอบคุณมากครับที่กรุณาเข้ามาทักทาย และหวังว่าคงจะได้สนทนากันอีกในครั้งต่อๆไป..ครับผม