สภาพปัญหาทางสังคมอันเกิดจากความรุนแรงภายในครอบครัว (Domestic Violence) หรือที่หลายๆคนเรียกว่า “ภัยใกล้ตัว” หรือ “อาชญากรรมเงียบ” ในสังคมไทยปัญหาความรุนแรงมีหลายระดับที่เห็นชัดเจน คือความรุนแรงที่มีตัวบุคคลเป็นผู้ก่อ เช่น การฆาตกรรม การทำร้าย เป็นต้น แต่ความรุนแรงที่มองเห็นยากที่ถือว่าเป็นใจกลางของปัญหา ก็คือความรุนแรงในบ้าน ที่ถือเป็นอาชญากรรมเงียบในครอบครัว โดยผู้ถูกกระทำคือ ภรรยาและลูก เช่น กรณีพ่อข่มขืนลูก สามีข่มขืนภริยา การตบ ตี เตะ ต่อยทำร้ายร่างกายลูกและภริยาของตนเอง เป็นต้น

ซึ่งจะเห็นได้ว่าความรุนแรงภายในครอบครัวที่ปรากฏเป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือตามเป็นสื่อต่างๆเป็นระยะๆไม่ว่าข่าวนายแพทย์ชื่อดังคนหนึ่งตกเป็นผู้ต้องหาต่อการหายตัวไปของภรรยา หรือที่ด็อกเตอร์อีกคนหนึ่งตกเป็นผู้ต้องหาทำร้ายภรรยาจนเสียชีวิตและหลบหนีไป รวมถึงข่าวเล็กข่าวน้อยจนกลายเป็นข่าวรายวันที่เพิ่มดีกรีและความถี่ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น สถานการณ์ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในครอบครัวด้วยความเชื่อที่ปลูกฝังกันมาแต่โบราณว่าหญิงเป็นสมบัติของชาย เด็กเป็นสมบัติของพ่อแม่ หรือไฟในอย่านำออก ไฟนอกอย่านำเข้า แม้แต่ปัจจุบันก็ยังคงมีความเชื่อเช่นนั้นกันอยู่ การที่สามีแสดงความเป็นใหญ่ในครอบครัว โดยสามารถบงการชีวิตความเป็นอยู่และกิจกรรมต่างๆของภริยาและลูกได้

 แม้ว่ารัฐธรรมนูณแห่งราชอาญาจักรไทยจะมีบทบัญญัติให้ความคุ้มครองสิทธิของบุคคลภายในครอบครัวจากการใช้ความรุนแรงและการปฎิบัติที่ไม่เป็นธรรมไว้อย่างชัดเจน ว่า “เด็ก เยาวชน และบุคคลในครอบครัว มิสิทธิได้รับความคุ้มครองโดยรัฐจากการใช้ความรุนแรงและการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม” แต่พบว่ายังไม่มีมาตรการที่เป็นรูปธรรมจากทางภาครัฐที่เข้ามาปกป้อง คุ้มครองหรือให้ความช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมจากความรุนแรงในครอบครัว และเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวก็ไม่มีมาตรการทางกฎหมายในการลงโทษ บำบัด ฟื้นฟูผู้กระทำความผิดมิให้มีการกระทำผิดซ้ำอีก         

ระบบความยุติธรรมจึงจำเป็นต้องเข้ามาจัดการกับปัญหาความรุนแรงดังกล่าว โดยจะต้องมีมาตรการทางกฎหมายและมาตรการอื่นๆออกมารองรับกฎหมายรัฐธรรมนูณเพื่อคุ้มครองป้องกันเหยื่ออันเกิดจากความรุนแรงภายในครอบครัว และที่สำคัญควรที่ภาครัฐจะต้องให้ความสนใจในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นพิเศษ 

กระบวนการยุติธรรมในสังคมควรที่จะช่วยกันป้องกันมิให้ความรุนแรงเกิดขึ้นภายในครอบครัว ซึ่งหลักการนี้เป็นการยื่นยันถึงหลักพื้นฐานทางสิทธิมนุษยชน ซึ่งจะต้องตระหนักถึงความเสี่ยงของเหยื่อที่ถูกทำร้ายจากคนในครอบครัวไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือเด็ก สำหรับมาตรการทางกฎหมายในการให้ความคุ้มครองและป้องกันสิทธิของเหยื่อที่ถูกทำร้ายนั้น

ซึ่งในตอนนี้ได้มีกฎหมายที่มีผลใช้บังคับแล้วคือ  พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 ซึ่ง พ.ร.บ.ฉบับนี้  มุ่งแก้ไขปัญหาการใช้ความรุนแรงในครอบครัวที่มีความละเอียดอ่อนซับซ้อน  การใช้มาตรการทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญาจึงไม่เหมาะสม  เนื่องจากเจตนารมณ์ของกฎหมายอาญามุ่งที่ลงโทษผู้กระทำความผิด  จึงทำให้ต้องมีการออก พ.ร.บ.ฉบับนี้ขึ้นมาเพื่อให้ผู้กระทำความผิดมีโอกาสกลับตัวและยับยั้งการกระทำผิดซ้ำ  รวมทั้งยังรักษาความสัมพันธ์อันดีในครอบครัวได้ด้วย แต่ถามว่ามีใครกี่คนที่ทราบว่ามี พ.ร.บ. ฉบับนี้บ้างก็ต้องตอบว่ามีน้อยมาก

บทนิยามศัพท์ใน พ.ร.บ ดังกล่าว

"ความรุนแรงในครอบครัว" หมายความว่า การกระทำใดๆ โดยมุ่งประสงค์ให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพ หรือกระทำโดยเจตนาในลักษณะที่น่าจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพของบุคคลในครอบครัว หรือบังคับหรือใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรมให้บุคคลในครอบครัวต้องกระทำการ ไม่กระทำการ หรือยอมรับการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดโดยมิชอบแต่ไม่รวมถึงการกระทำโดยประมาท

"บุคคลในครอบครัว" หมายความว่า คู่สมรส คู่สมรสเดิม ผู้ที่อยู่กินหรือเคยอยู่กินฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส บุตร บุตรบุญธรรม สมาชิกในครอบครัว รวมทั้งบุคคลใดๆ ที่ต้องพึ่งพาอาศัยและอยู่ในครัวเรือนเดียวกัน

จากบทความและนิยามดังกล่าว ตัวคุณ คนในครอบครัวคุณ คนรู้จักคุณหรือคนข้างบ้านคุณประสพกับชะตากรรมอย่างนี้หรือเปล่า