เมื่อวันที่ ๑ ต.ค. ๕๒ ผมได้ความรุ้ใหม่เรื่อง ผู้รับเหมาจัดหลักสูตรบัณฑิตศึกษา    จากการประชุม กกอ.   ผมได้เอาไปถามความเห็นของผู้คน ว่าการกระทำนี้ถูกต้องหรือไม่    อ่านความเห็นของคนที่เข้ามาตอบได้ที่นี่    แต่ในบันทึกนั้น ผมอาจตั้งประเด็นไม่ตรง 
 
          วันรุ่งขึ้น ผมก็ได้ข้อมูลอีก ว่ามีการตั้งบริษัทรับจัดหลักสูตรบัณฑิตศึกษาหลายบริษัท   และมีการนำไปเสนอขายหรือทำข้อตกลงกับมหาวิทยาลัยที่ต้องการมีผลงาน   โดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์    เพราะทางบริษัทมีความรู้ความสามารถที่จะดำเนินการให้ทั้งหมด   มีอาจารยืที่มีคุณวุฒิสูงมากตรงตามข้อกำหนดของ สกอ.
 
          โดยมีสัญญาหรือข้อตกลงเรื่องผลประโยชน์ระหว่างกัน
 
          ที่จริงก็เป็นวิธีการที่ชาญฉลาด  แบบเดียวกับการสร้างบ้านสมัยนี้   ที่เราต้องการจัดภูมิสถาปัตย์ให้สวยงาม    ก็มีผู้รับเหมาปูหญ้าและปลูกต้นไม้    โดยล้อมเอาต้นไม้ใหญ่มาปลูกสำเร็จรูป    สมัยนี้เป็นสมัยพัฒนาแบบสำเร็จรูป   
 
          การตั้งบริษัทรับเหมาจัดการศึกษาแบบนี้มีมานานหลายปีแล้ว ในหลายมหาวิทยาลัย   แต่ทำกันลับๆ ไม่เปิดเผย ทั้งฝ่ายมหาวิทยาลัย และฝ่ายบริษัท   
 
          ผมเองมองว่ากิจกรรมแนวนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย   ทำอย่างไรสังคมจะได้รับประโยชน์ด้านดี   โดยมีด้านเสียน้อยที่สุด   ผมจึงอยากให้มีการนำประเด็นเช่นนี้ขึ้นมาในที่แจ้ง   ทำวิจัยเร็วๆ (quick research / rapid appraisal) เอาข้อมูลมา ลปรร. กัน   เพื่อทำความเข้าใจกิจกรรมแนวนี้อย่างถ่องแท้  
 
          นี่คือข้อท้าทายต่อระบบอุดมศึกษา ในเรื่องการทำธุรกิจอุดมศึกษา    ว่าเราจะยอมรับธุรกิจที่ไปไกลขนาดไหน   หากยอมรับในระดับที่ไปไกลมากๆ จะก่อผลดีและผลร้ายต่อสังคมอย่างไรบ้าง    มหาวิทยาลัยที่ร่วมมือธุรกิจแบบนี้จะได้รับผลกระทบในระยะสั้นและระยะยาวในด้านดีและด้านเสียอย่างไรบ้าง    นักศึกษาจะได้ไร เสียอะไร   ฯลฯ
 
          ผมอยากให้ประเด็นนี้ เป็นหนึ่งในตัวอย่างโจทย์วิจัยเชิงระบบ   ที่ อนุ กกอ. ด้านวิจัยระบบ / สคช. จะร่วมมือกันดำเนินการได้   และเกิดผลเชิงข้อเสนอแนะต่อการจัดการระบบอุดมศึกษาภายในเวลา ๖ เดือน
 
        ผมมีความเชื่อส่วนตัวว่าการจัดการ/กำกับดูแลระบบต่างๆ ที่ดี   ทำได้โดยหลักการสำคัญอย่างหนึ่งคือ   เอาสิ่งที่อยู่ใต้โต๊ะหรือลับๆ ล่อๆ   ขึ้นมาไว้บนโต๊ะ หรือในที่สว่างเสีย   จะได้สบายใจด้วยกันทุกฝ่าย   และจะได้ช่วยกันสร้างผลดีแก่บ้านเมือง ลดผลร้ายที่อาจเกิดขึ้น
 
 
 
วิจารณ์ พานิช
๒ ต.ค. ๕๒