ใครว่าดู หรืออ่านสามก๊ก..จะเป็นคนคบไม่ได้

                                    สามก๊ก..วรรณกรรมที่ต้องศึกษา

 

      วันนี้...หลังจากทำงานเสร็จและสมองตื้อแล้ว  เพราะเริ่มลังเลใจว่า แบบการวิจัยของเราน่าจะซับซ้อน และใช้ทรัพยากรมาก  ได้แก่ เวลา  งบประมาณ และบุคคล  ในใจก็เริ่มหวั่น  จึงรู้สึกอยากจะหยุดไว้ก่อน...พรุ่งนี้ค่อยตัดสินใจอีกที  และตอนนี้อากาศเปลี่ยน  ส่งผลต่อร่างกายพอควร...เลยนั่งเพลิน ๆ  และเริ่มอยากดูสามก๊กฉบับผู้บริหารอีกแล้ว

      อันที่จริงผู้เขียนรู้จักสามก๊กมาตั้งแต่เด็กๆ  แต่พอจะเข้าใจก็ตอนอายุ 6 ปี และจำฝั่งใจ ตอนอายุ 15 ปี  เนื่องจากป๋า กับ มามี๊ ได้พาไปไหว้เทพเจ้ากวนอู จำได้ว่า ไหว้ครั้งใหญ่มาก  ต้องใส่ชุดใหม่  สีแดงทั้งชุด ฮามากๆ ...มามี๊ เล่าว่า

              "วันนี้เราจะมาขอซื้อตัวลูกคืนจากเทพเจ้ากวนอู  เพราะผู้เขียนถูกขายให้เป็นลูกเจ้าตั้งแต่เกิดใหม่ ๆ  เนื่องจากเป็นเด็กที่เลี้ยงยาก และเกือบถึงชีวิตหลายครั้ง คนที่เป็นเซียนซือ จึงแนะนำให้ต้องขายเป็นลูกของเทพเจ้ากวนอู"

      ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องที่อ่านแล้วดูน่าประหลาด และงมงาย  แต่ในทางกุศโลบาย ก็ได้ผลดีกับตัวผู้เขียน  เนื่องจากผู้เขียนจะถูกปลูกฝังลักษณะนิสัยที่ดีจากท่านเจ้าองค์นี้มาโดยตลอด ซึ่งท่านผู้อ่านคงทราบว่า เทพเจ้าองค์นี้มีคุณลักษณะนิสัยอย่างไร  จึงเป็นที่นับถือกันอย่างมากมาย  

      และจากที่จำฝั่งใจมาโดยตลอดว่าต้องหาดูให้ได้  และไม่เชื่อว่าคนอ่านหนังสือสามก๊กครบสามรอบเป็นคนคบไม่ได้ (ได้รับการเล่าต่อ ๆ กันมา) ประกอบกับเจอมรสุมในชีวิตเกี่ยวกับการทำงาน  และเป็นคนที่ชอบศึกษาพฤติกรรมมนุษย์จากตัวละคร  วันหนึ่งก็โชดดีมากที่ฝันเป็นจริง จุดเริ่มต้นของการดูสามก๊กอย่างจริงจังของตัวผู้เขียนจึงเกิดขึ้นด้วยเหตุนี้

     ผู้เขียนดูสามก๊กฉบับผู้บริหารนี้ ถึง 7 ครั้ง  ก็พบว่า ไม่จริงเลย ที่เขาเล่าอ้างกันอย่างนั้น ดีนะที่มีความเชื่อเรื่อง"กาลามสูต"  แต่วรรณคดีเรื่องนี้ กลับทำให้ผู้เขียน ได้เข้าใจถึง  ภาวะผู้นำที่ดี และคุณลักษณะที่ดีอีกหลายอย่างจากเล่าปี่  และความฉลาดในการครองใจลูกน้อง  เช่น  ตอนที่จูล่งไปชิงลูกชายของเล่าปี่กลับมาได้ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะชื่อ อาเต๊า  ได้คุณลักษณะที่ดีจากเทพเจ้ากวนอู เช่น ความซื่อสัตย์ ซื่อตรง มีเมตตา จงรักภักดีต่อหัวหน้า (แต่ต้องเป็นหัวหน้าที่ดี)  ซึ่งโดยส่วนตัวก็เชื่ออย่างนั้น  เพราะถึงแม้ว่า ถ้าผู้เขียนได้หัวหน้าที่ไม่ดี  ก็จะทำงานให้เต็มที่  แต่จะเลียนแบบเฉพาะพฤติกรรมที่ดีเท่านั้น และไม่นินทาว่าร้ายใด ๆ  และจาการดูวรรณคดีเรื่องนี้  ทำให้ทราบว่าทำไมท่านจึงเป็นเทพเจ้าที่มีคนกราบไหว้มากมาย  อีกทั้งได้คุณลักษณะที่ดี เช่น ความสุขุมรอบคอบ  การมองการณ์ไกลของท่านขงเบ้ง  และยังได้คุณลักษณะที่ดีจากจูล่ง 

     ส่วนตัวละครที่เป็นผู้นำที่ไม่ดีอย่างโจโฉ  ก็ได้ข้อคิดมากมาย  อย่างเช่น  ผู้นำที่ไม่ดี  โจโฉชอบที่จะทำลายลูกน้องของตนที่คิดว่าเก่ง  และคิดว่าอาจจะเป็นภัยในการแก่งแย่งอำนาจของตน  แต่ก็ได้แง่คิดที่ดีจากโจโฉอย่างหนึ่ง คือ โจโฉ จะกำจัดคนที่ทำให้กองทัพของตัวเองแตกแยก โดยทันที   ถ้าเป็นในสังคมการทำงานปัจจุบัน อาจเปรียบได้กับพวกชอบยุแยงตะแคงรั่ว  หรือบ่างช่างยุ  หรือคนที่ชอบนินทา  หรือคนที่ชอบใส่ร้ายป้ายสี  เพื่อให้ตนเองได้ประโยชน์ ทั้งนี้ก็ได้เจอะเจอจากประสบการณ์  และทำให้เกิดแง่คิดว่า ในบางครั้งผู้นำ หรือผู้บริหาร ก็เป็นบุคคลที่น่าเห็นใจ  ถ้ามีบริวารเช่นที่กล่าวมาอยู่ใกล้ตัว  อาจทำให้เกิดการตัดสินใจผิดพลาดได้  และเสียลูกน้องที่ดีไป  ดังเช่นในวรรณคดีไทยก็มีให้เห็นเป็นตัวอย่าง  ดังนั้นคนที่เป็นผู้บริหารต้องสุขุมหนักแน่น   คุณลักษณะนี้ก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ชาวตะวันตกเล่นในเรื่อง Big Five Personality แต่ชาวตะวันออกรู้จักกันมานานเช่นกัน  อย่างเช่น เซน หรือวิถีพุทธอย่างไทยเรา 

    และในเรื่องขององค์การ  เช่น  วัฒนธรรมองค์การ   หรือเทคนิคที่ผู้บริหารชอบใช้ในการบริหารบางอย่าง  ผู้เขียนก็ได้เกิดการเรียนรู้  ซึ่งทำให้ผู้เขียนรอดพ้นวิกฤตในการทำงานมาได้หลายครั้ง แต่ทั้งนี้เชื่อในความดี  และเชื่อว่า ทำดี..ได้ดีมีแน่นอน    

    ดังนั้นในส่วนตัว  เวลาที่สอนที่มหาวิทยาลัย  เช่น  วิชา พฤติกรรมมนุษย์กับการพัฒนาตน  การพัฒนาตนเพื่อความสุขของชีวิต  บุคลิกภาพและการปรับตัว  การวัดและประเมินผลการศึกษา  ข้าพเจ้าจะแนะนำให้นิสิตหาโอกาสศึกษาวรรณคดีเรื่องนี้  เพื่อเตรียมพร้อมต่อการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนที่จะสายเกินไป  ดังคำกล่าวที่ว่า "รู้เขา..รู้เรา..รบร้อยครั้ง..ชนะร้อยครั้ง"

                                                         ด้วยรักและเมตตา

 

หมายเหตุ  ท่านต้องลองศึกษาและวิเคราะห์พฤติกรรมของตัวละคร  แล้วจะได้แง่คิดมากมาย