ชีวิตที่ดีงามในทางธรรม คือ การที่มนุษย์สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมโดยสันติ พัฒนาความสามารถของตนตามศักยภาพจนถึงจุดสูงสุด จนทำให้พบความสุขที่แท้จริงและถาวร มีความเกื้อกูลซึ่งกันและกัน

การปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธองค์ แม้อาจจะไม่สามารถบรรลุจุดสูงสุด คือสงบเย็น จนเป็นพระอรหันต์ได้ แต่อย่างน้อยก็ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างเป็นสุข ยกระดับวิญญาณ จากปุถุชน เป็นกัลยาณปุถุชน สู่พระอริยะระดับต้น ค่อยๆละกิเลส จนยกระดับจิตสูงขึ้นไป
การจะตัดกิเลสได้ ต้องใช้จิตที่เป็นสมาธิ ที่มีความตั้งมั่น บริสุทธ์ ควรแก่การใช้งาน
จิตที่เป็นสมาธิ อันควรแก่การนำไปใช้พิจารณาธรรมให้เกิดปัญญาตัดกิเลส เกิดได้ 2 ทาง คือโดยธรรมชาติ ซึ่งได้เคยบันทึกถึงแล้ว และโดยเร่งรัดเอาด้วยเทคนิค
คราวนี้ขอบันทึกถึงการเร่งรัดด้วยเทคนิคนะคะ
ในการปฏิบัติ การดำเนินชีวิตต้องกลมเกลียวกันด้วยมรรคมีองค์ 8 เพราะจะทำให้จิตค่อยๆลดทอนการปรุงแต่ง (อันนำไปสู่การเกิดของวงจรปฏิจสมุปบาท )

เหตุที่ดำเนินชีวิตด้วยอริยมรรคมีองค์ ๘ แล้วจะไม่ปรุง เพราะมีการมองโลกอย่างถูกต้อง ( สัมมาทิฏฐิ )
และมีดำริที่จะอยู่อย่างไม่ร้อนรนตามอำนาจกิเลส ดำริที่จะออกจากกาม ไม่เบียดเบียนผู้อื่น และไม่พยาบาท ( สัมมาสังกัปปะ )
เมื่อมีสองสัมมาอย่างนี้แล้วจะหยุดการปรุงได้ระดับหนึ่ง
และเมื่อดำริจะไม่เบียดเบียนผู้อื่น ก็จะรักษาศีล ระวังวาจาไม่ให้ก่อความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ( สัมมาวาจา ) เช่น ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดให้เขาแตกกัน ไม่พูดเท็จ พูดแต่ในสิ่งที่สร้างสรรค์
มีการกระทำทางกายที่ถูกต้อง ( สัมมากัมมันตะ ) เช่น ไม่คร่าชีวิตอื่นไม่ลักขโมย ไม่เป็นชู้กับคู่ของผู้อื่น ไม่ดื่มของมึนเมา
มีการประกอบอาชีพที่ถูกต้อง คือละมิจฉาชีพทั้งปวง ( สัมมาอาชีวะ )
ในแง่สัมมาอาชีวะ ทางกฎหมายก็เช่นไม่ค้ามนุษย์ เป็นต้น แต่ในแง่ศาสนา การประกอบอาชีพที่จัดว่าเบียดเบียนผู้อื่น เป็นถูกห้ามทั้งหมด เช่น การค้าขายสิ่งมีชีวิตที่เขานำไปฆ่า การค้าอาวุธ



แวะมาอ่านบันทึกดี ๆ ครับ
"ให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง"
อนุโมทนาบุญครับ
เอากุหลาบมาฝากไปเด็ดจากเว็บเพื่อนมาค่ะ...
สวัสดีค่ะ...เข้ามาอ่านหลักสูตรเร่งรัด...เพื่อน้อมนำไปปฏิบัติค่ะ...วันนี้มืดฟ้ามัวดิน ฝนตก พี่ณัฐรดาดูแลสุขภาพด้วยนะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ
แวะมาชมกุหลาบตามคำชวนค่ะ....
อ่านแล้วทั้งหลักสูตรโดยธรรมชาติและหลักสูตรเร่งรัด เข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้างก็จะค่อยๆ พิจารณาไปเรื่อยๆ ค่ะ
คงต้องขอความกรุณาผู้รู้ ผู้มีประสบการณ์อย่างคุณณัฐรดาและพี่นกคอยชี้แนะแนวทางค่ะ
ขอบคุณนะคะ ^-^
มีความสุขใจเสมอที่เข้ามาอ่านบันทึกที่นี่ ขอบคุณที่แบ่งปันความคิด ตัวตน และภาพวาดที่สวยงามมากเสมอๆ ค่ะ
พี่ครับ
ช่วยส่งที่อยู่ไปที่ อ.เหมียว [email protected] ด่วนครับ พอดีท่าน ดร.วิรัตน์ ท่านจะส่งหนังสือเล่มใหม่ล่าสุดมาให้ครับผม
^
^
ขอบคุณน้องเอกครับ .. กำลังจะเข้ามาขอที่อยู่จากคุณณัฐรดาพอดีเลยค่ะ
ขอบคุณทุกท่านที่แวะมานะคะ
ขอบคุณคุณจตุพร และ อ.ณัฐพัชรด้วยนะคะ สำหรับเรื่องหนังสือค่ะ
สวัสดีค่ะ ภาพวาดสวยจังเลยค่ะ
นำดอกกรันเกรามาฝากค่ะ ไม้มงคลกลิ่นหอมมากค่ะ
ดอกกุหลาบมาฝากพี่สาวค่ะ...ชอบๆเลยเอามาฝากพี่สาวด้วยค่ะ....
สวัสดีค่ะ
มาน้อมรับธรรมที่ผ่านการเรียบเรียงแล้วจนงดงาม เรียบง่าย
จนทำให้เข้าใจแจ่มแจ้งในเส้นทางทั้งในวิธีธรรมชาติและวิธีลัด
เหมือนท่านผู้เขียนจะรู้ว่าเหล่าผู้มาใหม่ มีความสงสัยในเส้นทางและวิธีการ
ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งค่ะสำหรับบันทึกอันทรงคุณทั้งสองบันทึกนี้
ขอให้คุณณัฐรดามีความเจริญ ยิ่งๆขึ้นไป
คุณณัฐรดาเผู้เปี่ยมแล้วซึ่งเมตตาจะนำพาผู้สนใจให้ไปสู่เส้นทางอันงามได้โดยแยบยล ....เป็นธรรมชาติโดยแท้
ขอบพระคุณค่ะ
มาชม
งามดอกกุหลาบสีงาม ๆ งามคำแห่งธรรมะด้วยละ...
ปฏิบัติการเพ้นท์แล้วค่ะพี่ตุ๊กตา...โยคาเว ชยาเต ภูริ ..ปัญญาย่อมเกิดจากการปฏิบัติ...
http://gotoknow.org/blog/watcharee08/304751
http://gotoknow.org/blog/frind08/304965
มาชวนพี่ตุ๊กตาเดินทางไปด้วยกันนะ...
สวัสดีค่ะ
มาน้อมนำใจรับธรรมะ และซึมซับความงามของภาพดอกกุหลาบ...
ขอบคุณมากค่ะ
(^___^)
ภาพงามจับตา
ข้อเขียนลึกซึ้ง
จับใจ ค่ะ
สติจับ
ปัญญาตัด
สัมมาสติเป็นองค์พื้นฐานของอีก 7 องค์ที่เหลือ
หมั่นมีสติโดยรู้สภาวะธรรม แล้วหมั่นเจริญสติเนือง จนเห็นไตรลักษณ์ และค่อยๆสะสมปัญญา
สาธุครับ
ตัดกิเลสแบบเร่งรัด ผมถนัดการ "ดูจิต" ครับ มองจิตให้เห็นว่า "สภาพจิต" เป็นอย่างไร สภาพจิตที่ขุ่นมัว ก็จะเกิดจากการคิดครับ ส่วนใหญ่จะคิดฟุ้งซ่าน ก็เฝ้าดูและติดตามเจ้าความคิดฟุ้งซ่านนั้นไว้ครับ
ก็ได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้างครับ
คุณ small man คะ
จะว่าไปแล้วก็คือมีสัมมาสตินั่นเองค่ะ เพราะกำลังใช้สติกำกับ ดูการกระทบของอายตนะ
อนุโมทนากับการปฏิบัติด้วยค่ะ
แต่ก็ต้องระวังค่ะ อย่าให้กลายเป็นวิปัสสนูปกิเลส คือคอยระวังให้จิตผ่องใสอยู่ตลอดเวลา จนสติ (จิตที่มีชื่อว่าสติ)หมดไปกับการนี้ ไม่ได้ใช้จิตในการพิจารณาธรรม กับระวังว่าจะเป็นวิปัสสนาระดับโลกิยะ คือรู้การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป แต่ไม่ได้ใช้ปัญญาอบรมจิต(ชี้โทษให้จิตเห็น)หลังจากที่เวทนาดับ เพราะการวิปัสสนาแบบนี้ กิเลสจะค่อยๆผอม แต่ไม่ตายค่ะ
คุณ Phornphon คะ
ทั้งหมดเหมือนด้าย 8 เกลี่ยวที่ฟั้นรวมกันเป็นเชือกเส้นเดียวที่ชื่ว่าอริยมรรคค่ะ แต่ถ้าว่าอะไรเริ่มก่อน คงต้องเป็นสัมมาทิฏฐิค่ะ เพราะถ้าไม่มีด้ายเส้นแรกนี้ เส้นอื่นๆก็ไม่ตามมาค่ะ