ผมเองคาดหวังกับเฌวาไว้หลายประการ มีภาพอยู่ในใจพอสมควรว่าอยากเห็นเฌวาเป็นอย่างไร
ไม่เพียงอธิฐานขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น ผมยังให้ความสำคัญกับการสร้างปัจจัยเงื่อนไข และสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการหล่อหลอมเฌวาด้วย
การเลือกโรงเรียนเป็นเรื่องหนึ่งที่ผมกับภรรยาปรึกษากันอยู่นาน ก่อนเฌวาจะหัดคลานด้วยซ้ำ ต่างช่วยกันหาข้อมูลโรงเรียนที่ดี (ในทัศนะของเรา) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนทางเลือก เช่น โรงเรียนรุ่งอรุณ, วรรณสว่างจิต, ดรุณสิกขาลัย, อนุบาลทอสี, อนุบาลบ้านรัก, จิตตเมตต์ (ปฐมวัย) และเพลินพัฒนา
และดูเหมือนจะลงเอยที่โรงเรียนเพลินพัฒนา เพราะอยู่ไม่ไกลจากบ้านนัก
เพราะรู้ว่าค่าเล่าเรียนแพงมาก ผมและภรรยาจึงเตรียมการและวางแผนด้านการเงิน เพื่อหาเงินส่งเสียเฌวา เราทั้งคู่เริ่มเก็บเงินเป็นรายเดือนเพื่อการณ์นี้โดยเฉพาะ
ผมมีเวลาคิดมากขึ้นหลังจากนั้น
แน่นอนว่าเราอยากให้ลูกได้สิ่งที่ดีที่สุด แต่ผมก็ไม่อยากให้ลูกเป็นเทวดา เป็นคนส่วนน้อยที่อยู่บนยอดของสังคม ผมพึงใจให้ลูกเป็นส่วนหนึ่งของมวลชนมากกว่า แม้จะมีความคิดจิตใจที่ต่างออกไป แต่ก็เป็นสมาชิกที่อยู่ร่วมกันได้กับมวลชน คนส่วนใหญ่ของประเทศ
ผมกลับมาคิดเรื่องโรงเรียนที่จะให้ลูกเข้า โรงเรียนเพลินพัฒนาเป็นโรงเรียนที่ดีมาก มีระบบการศึกษาที่ต้องตรงกับความคิดความต้องการของผม แต่นั่นก็มิใช่สังคมจริง เป็นสังคมที่ค่อนไปทางอุดมคติ บริบทและสภาพแวดล้อมถูกสร้างที่ผิดแผกไปจากความเป็นจริงของสังคมที่ความเป็นจริงมีเรื่องราวหลากหลายทั้งซับซ้อนและบีบคั้น และที่สำคัญมิใช่โรงเรียนของมวลชน เป็นโรงเรียนของคนกลุ่มน้อยที่มีทางเลือก มีโอกาสที่จะเลือก ผมถามตัวเองว่าจะเอาแบบนั้นไหม แน่นอนว่าผมเริ่มลังเล...
...
เมื่อก่อนบ้านเรามีเด็กทำงานบ้านคนนึง เป็นชาวพม่า ชื่อ “เอมมี่” นิสัยดีมาก ขยันขันแข็ง ซื่อสัตย์ และรักเฌวามาก
เอมมี่กลับไปเยี่ยมบ้าน และไม่ได้กลับมาทำงานที่บ้านอีก ยายก็ไม่อยากจะรับเด็กคนใหม่ เพราะยังคาดหวังว่าเอมมี่จะกลับมาอีก
เอมมี่เป็นกำลังหลักของบ้านในการช่วยดูแลเฌวา โดยเฉพาะยามผมและแม่เฌวาไม่อยู่ ทำให้ยายไม่เหนื่อยมากเกินไป วันที่เอมมี่ไม่อยู่ ยายเหนื่อยมาก เพราะเฌวาดื้อและซนสุด ๆ จนยายทนไม่ไหว จึงคิดเอาเฌวาไปเข้าโรงเรียนเตรียมอนุบาล ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านราว ๒๐๐ เมตร
แม้ผมไม่เห็นด้วย แต่ก็มิได้ขัด เนื่องจากเห็นขีดจำกัดในการดูแลเฌวา เพราะผมและแม่เฌวาต้องออกไปทำงานนอกบ้านเกือบทุกวัน
...
วันนี้เป็นวันที่สามที่เฌวาไปโรงเรียน ผม แม่เฌวาและน้าอ้น เดินไปส่งเฌวาไปโรงเรียน
ผมและแม่เฌวาจิตตกมากเมื่อเห็นเฌวาร้องให้เมื่อเราจะกลับบ้าน ครูพี่เลี้ยงอุ้มเฌวาไป ร้องลั่น ผมใจคอไม่ดี สงสารแต่ก็ต้องตัดใจ ผมเรียนรู้หลักพรหมวิหารสี่ได้อย่างลึกซึ้ง รักลูก มีเพียงเมตตา และกรุณา เท่านั้นไม่เพียงพอ อุเบกขา เป็นหลักธรรมที่ผู้เป็นพ่อแม่ต้องหมั่นเจริญภาวนา
ผมรู้ซึ้งอย่างเต็มเปี่ยมกับการเจริญภาวนา “อุเบกขาธรรม” ในระยะสองสามวันมานี้
ยิ่งมีความรักและเมตตาต่อลูกมากเท่าไร ความยากลำบากในการสร้างสมอุเบกขาก็ยิ่งยากขึ้นตามไป
เพราะรู้ว่ามันเป็นสิ่งจำเป็นต่อการสร้างความเติบโตแก่ลูก จึงไม่ทางเลี่ยงที่จะไม่ปฏิบัติ
ก่อนหน้ารู้ทั้งรู้ว่าพ่อแม่ต้องมีพรหมวิหารธรรมครบทั้งสี่ แต่เพิ่งรู้ว่าเวลาทำจริง ๆ แล้วมันไม่ง่าย
...อยากให้เวลาผ่านไปเร็ว ๆ จะได้ไปรับเฌวากลับบ้าน
...
ส่งเฌวาไปโรงเรียน
แวะทักทายผู้คนรายทาง
ก่อนที่เฌวาจะไปโรงเรียนอย่างเป็นทางการเมื่อต้นสัปดาห์ ยายและแม่พาเฌวาซ้อมก่อนไปโรงเรียนจริง ๆ วันนั้นเฌวาสนุกมาก เพราะในห้องเรียนมีของเล่นมากมาย มีเพื่อนมากมาก ยายและแม่ชวนให้กลับก็ไม่ยอมกลับ บอกให้แม่และยายกลับไปก่อน กว่าจะเกลี้ยกล่อมเอากลับบ้านแทบแย่ กลับมาถึงบ้านหน้ายังงอนนิด ๆ
วันแรกที่ไปโรงเรียน ยาย แม่เฌวาและผมเดินไปส่งเฌวาที่โรงเรียน เฌวาดูตื่นเต้นมาก เข้าไปในห้องเล่นของเล่นอย่างเพลิดเพลิน แล้วก็กลับ เฌวาอยู่ได้ไม่ร้องให้
โรงเรียนของเฌวา
ของเล่นในห้องเรียน
วันที่สองผมกับยายไปส่งเฌวาที่โรงเรียน แม้มิมีท่าทีอิดออด แต่เมื่อผมหันหลังกลับเฌวาเริ่มร้องให้ ครูต้องอุ้มเข้าห้องไปสักพักก็หยุด ผมแอบดูอยู่หน้าห้อง พี่คนหนึ่งเข้ามาเล่นด้วยเฌวาก็หยุดร้องให้
เมื่อวาน เป็นวันที่สามผมและแม่เฌวาเดินไปส่งเฌวา เมื่อจะกลับเฌวาร้องให้มาก กว่าจะตัดใจออกมาจากโรงเรียนได้ต้องทำใจยกใหญ่
ราวบ่ายสอง ยายเดินไปรับเฌวากลับบ้าน เฌวากลับมาถึงบ้านไม่ร่าเริงแจ่มใส ดูซึมและหงอยไปถนัดตา สวักพักก็หลับคาอกแม่ ตกเย็นพาเฌวาออกไปทำแปลงผัก เฌวาออกมาด้วย ให้เฌวาเล่นน้ำในท่อซีเมนต์ที่เคยเล่น แต่ดูไม่สนุกเหมือนทุกครั้ง ความดื้อ ความซน ความร่าเริงเฌวาหายไปไหน ผมสงสารลูกจับจิต...
จนกระทั่งเกือบค่ำ ๆ เฌวาคนเดิมค่อยกลับคืนมา คืนนั้นตอนเข้านอนผมเอาเฌวานอนบนอก ไม่อยากให้เช้าเร็ว เพราะเดี๋ยวเฌวาจะไปโรงเรียน ไม่อยากเห็นเฌวาร้องให้ ไม่อยากเห็นตัวเองจิตตก
...
สวัสดีครับ
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ
เพิ่งไปรับเฌวาจากโรงเรียน...
ค่อยยังชั่ว วันนี้เฌวาแจ่มใส ไม่หงอยซึมเหมือนเมื่อวาน
สวัสดีครับท่านหนานเกียรติ อ่านบันทึกของท่านบันทึกนี้แล้ว ทำให้นึกถึงโรงเรียนของผมช่วงเปิดเทอมใหม่ ๆ แถวบานหน้าต่างห้องเรียนอนุบาลทุกบานจะมีแต่ใบหน้าของผู้ปกครองที่แอบมองดูลูกหลานครับ อิ อิ
ส่งกำลังใจให้น้องเฌวาไป รร ค่ะ
สวัสดีค่ะ
น้องหนานเกียรติ
แวะมาทักทายค่ะ
และส่งกำลังใจให้เจ้าตัวน้อยเฌวาไปโรงเรียนค่ะ
เด็กก็เป็นอย่างนี้ค่ะตอนไปโรงเรียนใหม่ๆยังไม่เคยต้องจากพ่อ แม่ ก็ร้องงอแงค่ะ
พอสักพักได้เจอเพื่อนๆก็ดีขึ้นเองค่ะ
พยายามเข้านะค่ะลูกเฌวา สู้ๆๆๆ ค่ะ
..ผ่านมาหน้านี้...ฝาก อ.ขจิต...คิดถึง..การก้าวเดินของเด็กสองคน...ชมบุญ...และชมชน....ไปในสังคมอนาคต...และความรู้สึกนึกคิดของ..พ่อแม่เด็ก.....(ธรรมชาติย่อมจะ..ดูแลกันเอง...ทางเลือกสุดท้าย..เมื่อสุดสิ้นความเป็น..ความมี..)...ขอให้อยู่เย็นเป็นสุข..ยายธีค่ะ
มาชม
เห็นพ่อแม่มีส่วนสำคัญในชีวิตลูกนะครับ...
สวัสดีค่ะ ยิ่งอ่านยิ่งเห็นความรักที่มีต่อน้องเฌวา เก็บไว้ให้น้องอ่านนะคะ
การไปรร.เด็กๆจะได้เรียนรู้การอยู่ร่วมผู้อืน...แต่ก็ระวังเรื่องการป่วยบ่อย เพราะเด็กๆยังภูมิต้านทานต่ำ...หวัด ท้องเสีย...
ขอให้น้องไปรร. อย่างมีความสุข....
สวัสดีค่ะ...
ครูตุ๊กแกเคยมีโอกาสได้เข้าอบรมและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคุณครูโรงเรียนเพลินพัฒนากลุ่มหนึ่งหลายท่านอยู่เหมือนกัน เป็นเวลาถึง 1 สัปดาห์
น้องๆกลุ่มนี้ยอดเยี่ยมมากค่ะ มีหลายเรื่องที่ทำให้ครูตุ๊กแกอึ้ง และทึ่งในความสามารถ และความมีน้ำใจ
ดีใจกับน้องเฌวาด้วยค่ะที่ได้เรียนที่เพลินพัฒนา
สู้ๆนะคะเฌวาคนเก่ง ..^___^..
เฌวา คงจะเหนื่อยนะ พี่ว่า
ตอนนี้คงจะเริ่มเรียนรู้การอยู่ร่วมกับเพื่อนๆก่อน
อาจไม่สนุกเท่าวันแรกๆ ตอนแรกครูจะปล่อย
สวัสดีค่ะ...คุณ "หนานเกียรติ"
เย้ๆๆๆ เฌวาไปโรงเรียนแล้ว...ส่วนมากเท่าที่รับทราบและรับรู้มาเด็ก ๆ เขาจะติดพ่อ แม่ ยาย และคนใกล้ชิดที่เลี้ยงดูเขา...ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดจากความเคยชิน ความใกล้ชิด และความผูกพัน พอต้องแยกห่างเด็กมักจะร้องไห้เป็นธรรมดา...ไปเจอสิ่งแวดล้อมแปลกใหม่ ไปอยู่กับคนที่ไม่รู้จัก....อย่าว่าแต่เด็กเลยค่ะ ผู้ใหญ่อย่างเราจากคนรัก ห่างกันหน่อยก็ร้องไห้แล้ว...ยิ่งเป็นเด็กเล็ก ๆ ด้วยแล้ว...ทุกอย่างต้องการการปรับตัวค่ะ...สักพักก็ดีขึ้นเองค่ะ...เคยฟังพ่อแม่เ็ด็กอนุบาล บอกว่าต้องคอยชะแว๊บงาน ไปแอบดูลูกที่โรงเรียน เพราะเป็นห่วงสงสารลูกดูว่าลูกอยู่อย่างไร ร้องไห้ใหม...ฟังดูแล้วทุกข์นะคะ...มีลูกสักคนเป็นห่วงสารพัด...ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ทั้งคุณยาย คุณพ่อ คุณแม่ และน้องเฌวานะคะ...เดี๋ยวก็ชินค่ะ...ให้เขาได้รู้จักกับเพื่อน ๆ ได้ทำกิจกรรมสนุก ๆ เดี๋ยวก็จะบอกว่า..."ยายกลับบ้านไปก่อน เฌวาเดินกลับเองได้ไม่ต้องห่วง"...อิๆๆๆ แต่ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะคะ
Create Fake Magazine Covers with your own picture at MagMyPic.com
พี่เเคนมาเป็นกำลังใจให้น้องเฌวาเรียนหนังสืออย่างมีความสุขนะครับ
สวัสดีค่ะ
วันแรกที่ลุกไปโรงเรียน
แม่เหมือนจะใจหายค่ะ ไม่ได้เห็นหน้าลูกตั้งหลายชั่วโมง
ท่าทางน้องจะสนุกนะคะ
ขอบคุณค่ะที่แวะไปเยี่ยมบันทึกปัญญาเร่งรัดตัดกิเลส
สวัสดีครับพี่หนาน,
วันแรกๆอ่ะครับก็คงอดเป็นห่วงไม่ได้ ยิ่งเห็นเค้าร้องไห้ด้วยแล้ว
ผมว่าอีกหน่อย เฌวา ก็เป็นหัวหน้าแก๊งค์เด็กๆแล้ว อิอิ เฌวาสู้ๆลูก
สวัสดีค่ะ