GABA เป็นสารที่ช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับระบบประสาทหลายโรค เช่น โรควิตกกังวล นอนไม่หลับ ลมชัก และลดความดันโลหิต

สัปดาห์ที่ผ่านมาเกษตรกร จากตำบลเมืองทีได้ปรึกษาเรื่องการตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เนื่องจากมีเกษตรกรจำนวนหนึ่งได้รวมตัวกันผลิต “ข้าวเพาะงอก” ส่งไปจำหน่ายตลาดในเมืองและตลาดต่างจังหวัด และดูเหมือนลู่ทางการตลาดกำลังไปได้ดีด้วยสิ

 โดยทั่วไปเราคุ้นกับภาพการนำข้าวกล้อง (ข้าวสาร) มาทำเป็นข้าวกล้องงอก แต่ที่จะพาไปชมนี้ เป็นข้าวกล้องงอกทำจากข้าวเปลือก  ผมไปแอบสังเกตการณ์ดูวิธีการทำข้าวเพาะงอกจากข้าวเปลือก (ข้าวขาวดอกมะลิ 105) มาให้ท่านได้ชมกัน  

 เริ่มต้นด้วย เกษตรกรทำการคัดเลือกข้าวเปลือกจากแปลงที่เชื่อมั่นได้ว่าปลอดภัยจากสารเคมี แน่นอนครับว่าต้องเป็นแปลงที่ทำการผลิตตามกระบวนการเกษตรอินทรีย์

  

 

 

 

นำข้าวเปลือกมาแช่ในน้ำสะอาด เป็นระยะเวลา 48 ชั่วโมง ส่วนที่เป็นเมล็ดลีบจะลอยตัว ให้กวาดออก

 

  

 

 

นำข้าวขึ้นมาห่มผ้า (หุ้มด้วยกระสอบ) อีก 24 ชั่วโมง ช่วงนี้ละครับที่ข้าวจะเริ่มงอกตุ่มเล็กๆ ออกมา (จมูกข้าว-คัพภะ)

 

 

 

 

 

 

เสร็จแล้วนำไปนึ่งให้สุก ต่อจากนั้นนำไปผึ่งแดดอีกประมาณ 3-4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับว่ามีแดดจัดมาก/น้อย ข้าวก็จะแห้งพร้อมนำไปสีเป็นข้าวกล้อง แล้วนำมาร่อนทำความสะอาดด้วยเครื่องมือประดิษฐ์เองง่ายๆ  

 

  

 

 

นำมาคัดแยกข้าวแดง ข้าวพันธุ์อื่นที่ปนเข้ามา หรือแยกก้อนกรวดออก เพื่อความสะอาดและเพิ่มมูลค่าก่อนนำไปบรรจุหีบห่อต่อไป

 

  

 

  

ขั้นตอนการทำมีความยุ่งยากเล็กน้อย แต่มีรายงานการศึกษาวิจัยเรื่องข้าวงอก  พบว่า ข้าวหอมมะลิมีสารกาบา (gamma aminobutyric : GABA) สูงกว่าข้าวพันธุ์อื่นๆ (มก.) ซึ่งโดยทั่วไปแล้วข้าวกล้องจะมีจมูกข้าว ที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง เบาหวาน ฯลฯ จำนวนมากอยู่แล้ว การทำข้าวงอกจะทำให้มีสารอาหารเพิ่มขึ้นจำนวนมาก โดยเฉพาะสาร GABA เป็นสารที่ช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับระบบประสาทหลายโรค เช่น โรควิตกกังวล นอนไม่หลับ ลมชัก และลดความดันโลหิต

คนที่หลับยากก็ไม่ต้องพึ่งยานอนหลับอีกต่อไป

แต่จากรายงานการศึกษาก็มีข้อควรระวังในรายที่เป็นโรคเก๊าท์  เนื่องจากข้าวกล้องงอกมีกรดยูริคสูง ทำให้อาการปวดข้อรุนแรงมากขึ้น (ม.บูรพา) ถ้าอย่างไรแล้ว ศึกษาข้อมูลให้มากๆ ก็ดีนะครับ

 

 

 

 แต่การนำไปหุงเป็นข้าวต้ม คงต้องทำใจเล็กน้อย เพราะว่าใช้เวลานานมากกกก กว่าจะได้ลิ้มความอร่อยของข้าวต้ม จากข้าวเพาะงอกของชาวบ้านบุทม

 

แต่คุณภาพที่ได้รับ สมกับการรอคอย มิใช่รึ!!

 

[ขอบคุณเจ้าของข้อมูล>> คุณวรกิจ  อิ่มจิตและภรรยา   บ.บุทม ต.เมืองที อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์]