คติเตือนใจใหม่ต้องเปลี่ยนไปเป็น "ทำดีน้อยได้ดีน้อย" น้อยจนไม่มีนัยยะสำคัญทาง "สถิติ..."

จะท้อทำไม จะบ่นทำไม เอาเวลาท้อ เวลาบ่นไป "นอนหลับ" เสียดีกว่า...!
อย่างน้อยถ้าเราไม่ได้ทำความดี คือ เอาความรู้ ความสามารถของเราไปทำประโยชน์ให้กับคนอื่น เราก็ไม่ได้ "ทำร้ายตัวเอง" ไปนอนหลับก็ยังดีกว่าเอาเข็มทิ่มแทงตัวเอง

นอนหลับถึงแม้นว่าจะไม่ได้ทำประโยชน์ ก็ไม่ได้เกิดโทษทางด้าน "ความคิด..."

การทำความดี และการเสียสละนั้น จุดสำคัญอยู่ที่ "ได้ทำ" ส่วนใครจะได้อย่างไรนั้นสุดแล้วแต่เวร แต่กรรมที่เขาทำมา...

แต่กรรมของเรา กรรมดีของเรา เราต้อง "กระทำ" ต้องมี ต้องสร้างไว้ให้มาก
"ธรรมทาน" เป็นทานที่มีอานิสงส์ใหญ่ มีผลใหญ่ เพราะการให้ธรรมเป็นทานนั้นมีผลมากหลายกว่า "ทาน" ทั้งปวง...

ในขั้นทานก็เป็นอย่างนี้แล คนให้ทานมากแค่ไหนก็ไม่สามารถพัฒนาจิตใจได้เท่ากับการรักษาศีล และเจริญภาวนา
ในมนุษย์ปุถุชน "ทาน ศีล และ ภาวนา" เป็นลำดับขั้นแห่งการพัฒนาตน

บางคนติดอยู่ที่ "ทาน" ทำทานทั้งชีวิตเลย แต่ไม่ได้รักษาศีล ทำทานจนเท่าภูเขาไม่เทียบเท่ากับการรักษาศีลเพียงชั่ว "นกกระพือปีก"
คนเดี๋ยวนี้ติดหลงอยู่กับ "ทาน" มาก อะไรก็ทำทาน ทำทาน และเป็นการทำทานโดยใช้ "เงิน" เพียงอย่างเดียว
อะไร ๆ ก็สักใช้แต่ "เงิน"
เอาเงินฟาดหัวพระ แล้วก็บอกพระให้ทำโน่น ทำนี่...

จิตไม่ได้พัฒนาจิต ให้ทานร้อยก็หวังจะได้กลับมาสักล้าน คนเราถึงได้หลงทิศ หลงทางอยู่อย่างนี้
พอทำทานไปมาก ๆ ไม่ได้อะไรมาก็บอกว่า "ทำดีไม่ได้ดี"
ก็จริงของเขา เพราะสิ่งที่ดีกว่านี้ไม่ทำ มัวแต่เสียเวลา "ทำทาน"
การกระทำดีที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นไม่ทำ อ้างโน่น อ้างนี่
ทำทานแค่นี้ก็ได้บุญแค่นี้แหละ  ถูกต้องแล้ว "สมควร" แล้ว...

คติเตือนใจใหม่ต้องเปลี่ยนไปเป็น "ทำดีน้อยได้ดีน้อย" น้อยจนไม่มีนัยยะสำคัญทาง "สถิติ..."

แล้วยิ่งไม่ทำอะไรดี ๆ เลย มัวแต่ไปฟังเทศน์ แห่กันไปฟังเทศน์อย่างเดียว แล้วจะเอาใจที่ไหนไปใส่ "ความดี..."

ตอนนี้เป็นยุคเทคโนโลยีสารสนเทศที่อะไรต่ออะไรใคร ๆ ก็เข้าถึง "ธรรมะ" นั้นก็เช่นเดียวกัน
คำเทศน์คำสอนของครูบาอาจารย์มีเยอะ เยอะมาก เยอะมาก ๆ
ซีดี MP3 Internet ฟังกันไม่หวาดไม่ไหว แต่ด้วยฟังมาก รู้มากก็หลายเป็นพวกนักวิชาการขี้สงสัยไป ฟังไป ฟังไปสุดท้ายก็เอาไปเถียงกัน
ฟังแล้วไม่เอาไปปฏิบัติหรอก ฟังไปเพื่อแข่งกันว่าใครรู้มากกว่ากัน
คนนี้ก็พูดอย่างนี้ พระองค์นี้ก็พูดอีกอย่างหนึ่ง แล้วก็จับมาเถียงกัน เถียงกันไป เถียงกันมา "ตาย" เสียก่อนที่จะได้ "ปฏิบัติ"

นี่แหละวงจรของ "คนฉลาด" ฟังมาก ดูมาก อ่านมาก แล้วก็นำความมากทั้งหลายให้ลากลงไปสู่ "นรกภูมิ"
คนโง่นี่เขาเลิกฟัง เลิกอ่าน "เลิกคิด" ทำอย่างเดียว ใครจะว่าอย่างไง พูดอย่างไง ไม่รู้ ไม่ฟัง ขี้เกียจฟัง เบื่อฟัง กูจะทำของกูอย่างนี้แหละ  เสียเวลาปฏิบัติ เอาแต่เวลามานั่งถกเถียงกัน คนโง่เขาเป็นอย่างนี้นะ...

คนฉลาดอะไร ๆ ก็จะไปฟังแต่ "เทศน์" ฟังแล้วก็ไม่ปฏิบัติ
เทปก็มี ซีดีก็มี ครูบาอาจารย์ดี ๆ ทั้งนั้นไม่ฟัง โน่น หอบสังขารไปฟัง "นักวิชาการ" บรรยายเรื่อง "ธรรมะ..."

พระพุทธศาสนานั้นอยู่ที่การ "ปฏิบัติ"
ธรรมะของพระพุทธเจ้านั้นเป็นสิ่งที่ "รู้ได้ด้วยตนเอง"
พูด สอน ก็ให้พอดี ถ้ามากไปเดี๋ยวก็กลายเป็น "ธรรมเมา"
เมาธรรมไปเรื่อย เมาฟังไปเรื่อย

ต้องพาเขานั่งสมาธิ เดินจงกลม ทำความดีและเสียสละให้มาก
ทำไปมาก ๆ ปฏิบัติไปมาก ๆ เดี๋ยว "ธรรมะ" ก็เกิดขึ้นในจิตในใจของเขาเอง

ศีล และภาวนานั้นเป็นบุญให้ยิ่งใหญ่นะ
ถ้าเขารักษาศีลและเจริญภาวนามากแล้ว เขาจะเลิกคิดถึงคำว่า "ทำดีได้ดี" เขาจะรู้ซึ้งถึงคำว่า "ทำชั่วได้ชั่ว"
พาเขาทำให้มาก ๆ และตนเองก็ทำให้มากกว่าเขา แล้วตัวเราจะรู้ถึงซึ่ง "ธรรม..."

(ที่มาจากบันทึก เสียสละสอนทำไม?)