เช้านี้นั่งเขียนบันทึกอยู่ที่มงคลพิพัฒน์สมาธิ สงขลา อยู่ที่นี้ ต้องตื่นก่อนตีสี่ เป็นผู้ตามอยู่หลายเพลากลับมาอยู่นี่ก็ต้องเป็นผู้นำเช่นเคย เอาละเรามาติดตาม นครกาย ตอนที่สี่ กันต่อไปว่าเรื่องราวข้างหน้าจะเป็นเช่นไร ตอน ๑http://gotoknow.org/blog/12121200/302981 ตอน๒http://gotoknow.org/blog/12121200/303066 ตอน๓http://gotoknow.org/blog/12121200/303356 เจ้าชายจิตตราชเกือบจะเสียทีนางยักษ์วัฏฏะทุกขีอยู่แล้ว แต่ด้วยอำนาจบุญกรรมที่เคยสร้างไว้ ก็มีฤาษีตนหนึ่งนามว่า ไตรลักษณญาณ (การรู้ว่าทุกสรรพสิ่งตกอยู่ในไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ไม่แท้ ทุกขัง ไม่ทน อนัตตา ไม่ใช่ของเรา) ทราบด้วยญาณ จึงมาช่วยเจ้าชายจิตตราชไว้ทันเวลา ฝ่ายนางยักษ์วัฏฏะทุกขี พอได้เห็นพระฤาษีไตรลักษณญาณ เท่านั้นก็ตกใจเลยหนีหลบซ่อนตัวอย่างเร็วพลัน เพราะเคยโดนฤาษีปราบมาแล้ว เจ้าชายจิตตราชทรงได้สนทนากับฤาษีไตรลักษณญาณด้วยความเคารพ ท่านฤาษีไตรลักษณญาณก็ทราบความเป็นมาตามวัตถุประสงค์ว่า เจ้าชายจิตตราชต้องการจะเดินทางไปเพื่อครองเจ้าหญิงแห่งเมืองปัจจยาการนคร ท่านฤาษีทูลแก่เจ้าชายว่า เจ้าหญิงแห่งเมืองปัจจยาการ ธิดาของพระเจ้าเวทนานั้น ท่านรู้จักเป็นอย่างดี เจ้าหญิงทั้ง ๓ องค์นี้ มีรูปร่างทรวดทรงงดงามน่าพิสมัยอย่างมาก แต่นิสัยมารยาทไม่ดีสักคนเลย คือ เจ้าหญิงตัณหา มีนิสัยอยากได้ มิรู้จักคำว่าพอ ไม่ใส่ใจว่า สิ่งที่ตนได้มาจะดี ชั่ว ถูกผิดประการใด มิสนใจทั้งสิ้น ฯ เจ้าหญิงราคา ก็มีนิสัยโลเล หลายใจ รักง่าย เบื่อเร็ว รักคนนั้นบ้าง คนนี้บ้าง ไม่แน่นอนเอาแต่ใจตัวเองเป็นใหญ่ ฯ ส่วนเจ้าหญิง อรดี มีนิสัยอิจฉาริษยา ไม่ชอบให้คนอื่นได้ดี พูดยุแหย่ ให้เกิดความแตกแยกอยู่เรื่อยไป ฯ เมื่อได้ฟังดังนั้น เจ้าชายจิตตราช ก็เบื่อหน่ายไม่ออยากได้เจ้าหญิงมาครอง จึงขอติดตามท่านฤาษี เพื่อได้ศึกษาศิลปวิทยากับท่าน ฤาษี ท่านก็เมตตาสอนให้เรียน พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ ทั้งยังอธิบายให้รู้กฎไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา จนเข้าใจระดับหนึ่ง ฝ่ายมิจฉัตตะอำมาตย์ มิได้หนีไปไกลจากเจ้าชาย คอยสังเกตการณ์ความเป็นไปของเจ้าชายจิตตราชอยู่ห่าง ๆ เมื่อเห็นดังนั้นก็หาหนทางเข้าหาเจ้าชายเพื่อหว่านล้อมให้ไปยังเมืองปัจจยาการ เพื่อครอบครองเจ้าหญิง ทั้ง ๓ องค์ให้ได้ เมื่อโอกาสเหมาะก็เข้าไปหาแล้วเท็จทูลว่า ข้าพระองค์มิได้หนีไปไหน เพียงแต่ไปตามพระฤาษีไตรลักษณญาณมาช่วยเจ้าชายทันเวลา พะยะค่ะ ทูลต่อไปอีกว่า เมื่อนางยักษ์วัฏฏะทุกขี หนีไปแล้วเราควรลาพระฤาษีเพื่อเดินทางไปยังเมืองปัจจยาการนคร แต่อย่าบอกท่านว่าจะไปยังเมืองปัจจยาการ เพราะท่านคงจะห้ามมิให้ไปอย่างแน่นอน เจ้าชายเลยคล้อยตามมิจฉัตตะอำมาตย์ วันรุ่งขึ้นจึงกราบลาพระฤาษีว่าจะกลับไปยังนครกาย เพื่อพบพระบิดาพระมารดา จากมานานคิดถึงท่าน แต่ท่านฤาษีทราบเรื่องราวทั้งหมด บอกว่ามิต้องมาโกหกข้าหรอก แต่หากเจ้าชายต้องการจะไปยังปัจจยาการนครจริงเราก็มิอาจห้ามได้หรอก เราจะมอบของวิเศษไว้ติดตัวเจ้าสักอย่าง คือ แว่นวิชชามัย (ความรู้แจ้งเห็นจริงต่อสรรพสิ่งทุกประการ) หากทำอะไรมิได้คิดอะไรไม่ออก แก้ปัญหามิตก ให้ใช้แว่นนี้ส่องดู ก็จะทราบข้อเท็จจริงทุกประการ แต่ว่าเจ้าชายห้ามมิให้ใคร่รู้เป็นอันขาด เพราะจะมีภัยแก่พระองค์อย่างมหันต์ จากนั้นเจ้าชายก็กราบลาท่านฤาษีไตรลักษณญาณ มิจฉัตตะอำมาตย์ก็มาสมทบระหว่างทางมุ่งตรงสู่ปัจจยาการนครต่อไป............ โปรดติดตามตอนต่อไป ธรรมะสวัสดีขอรับ
นืทานธรรมะเรื่องนี้สนุกดีครับ ได้หลักธรรมโดยไม่ต้องสอน
มาเอาใจช่วยเจ้าชายจิตตราชเจ้าค่ะ....
อยากรู้จังว่าพระองค์พบกับเจ้าหญิงแล้วจะเป็นอย่างไร...เจ้าหญิงทั้งสามยิ่งมีรูปโฉมงดงามเสียด้วย แล้วเจ้าหญิงสามองค์นี้ องค์ไหนมีรูปโฉมงดงามที่สุดเจ้าคะ? (ในรูปกระกอบนิทานดาวว่าไม่ค่อยจะสวยซักเท่าไหร่...หรือท่านธรรมฐิตวาดไม่สวย?)
น้อมรับนิทานธรรมะดีๆ ยามเช้าเจ้าค่ะ
กราบงามๆ สามครั้งก่อนไปทำงานเจ้าค่ะ
คนบุราณว่าไว้ว่า
..สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งเห็นโคลนตม อีกคนเห็นแสงดาวพราวพราย..
สาธุๆๆ