ธรรมฐิต
พระ(มหา) วิชิต ชิต สมถวิล(ฐิตธมฺโม)

อนุทินล่าสุด


ธรรมฐิต
เขียนเมื่อ

น้ำที่บริสุทธิ์ไม่ยอมให้น้ำมันแทรกซึมเข้ามาผสมผสานเป็นเนื้อเดียวได้ฉันใด

จิตที่ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอจนมีสติเท่าทันสัมผัส

ก็ไม่ยอมปล่อยให้อารมณ์ดีชั่วมาเจือปนได้ฉันนั้นเหมือนกัน



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธรรมฐิต
เขียนเมื่อ

เมื่อใดที่ใจได้ฝึกฝนเพิ่มพูนสติให้แก่กล้าเพ่งมองด้วยปัญญา

จึงรู้ว่าเพียงแค่ภาพลวงหลอก  จึงจำต้องผละจากมายาภาพนั้น

เพ่งมองด้วยสติปัญญาด้วยศรัทธาในความดีงามและความแท้จริง

แห่งมายาภาพนั้นๆ  คล้ายกับเป็นกระจกที่สะท้อนให้เราได้เห็นตัวตนที่จริงแท้

จึงสะท้อนใจให้กลับมาอยู่กับตนอีกคราครั้งหนึ่ง

เมื่อความจริงนั้นได้ปรากฏในตัวตน

ได้สัมผัสกับมันอย่างแช่มชื่นอิ่มเอิบใจ

เมื่อนั้นเราจึงหยุดการเร่ร่อนแสวงหาเพ่งมองในมายาภาพอย่างเห็นความจริงแท้

แล้วก็จะให้ความรักอันบริสุทธิ์จากก้นบึงแห่งหทัยของตน

แก่สรรพสิ่งได้โดยทั่วไป  ไม่เจาะจงใครผู้ใดคนหนึ่ง

(ต่อยอดจากอนุทินคุณหมอท่านหนึ่ง)



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธรรมฐิต
เขียนเมื่อ

กฎธรรมชาติทำให้รูปนามนี้เผยพระไตรลักษณ์อย่างกะทันหันแทบตั้งตัวไม่ทัน

ก็พยายามค้นหาทำความรู้จักกับมัน

แต่บางคราครั้งมันแปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว

จนต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอกมาปกปิดบรรเทาอีกทางหนึ่ง

แม้นกายจะอ่อนล้าด้วยเชื้อโรคแต่ก็ไม่ปล่อยให้ใจติดกับมัน

กายก็ส่วนกายใจก็ส่วนใจ..ต้องดังๆว่า..ขอบพระคุณนะที่ทำให้ฉันเข้าใจธรรมชาติมากขึ้น..



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธรรมฐิต
เขียนเมื่อ

ร่วมด้วยช่วยกันตามที่จะพอสละได้



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธรรมฐิต
เขียนเมื่อ

อย่า..ทรยศต่อบ้าน         เมืองเกิด

อยู่...มั่นกตัญญูเชิด        ชื่อไว้

รก...รากฝากกำเนิด        นับชาติ   ไทยแฮ

โลก.จะทรงเราไห้           เลิศล้ำจำเริญ

อยู่...ร่วมแต่หากไร้          ไมตรี  กันนา

ร้อน..นักยิ่งอัคคี              ลวกร้อน

นอน..หลับตื่นจักมี           แต่ทุกข์

ทุกข์..จิตทุกข์กายข้อน      คับแค้นเคืองเข็ญ..

 



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธรรมฐิต
เขียนเมื่อ

เมื่อคืนฝนตก  เพราะอากาศร้อนมาหลายเดือนแล้ว

ธรรมชาติต้องปรับเปลี่ยนเพื่อหาสมดุลของมัน

มิฉะนั้นสรรพสิ่งก็ดำเนินต่อไปอย่างติดขัด

แต่กระนั้นธรรมชาติกำลังสอนให้เราทุกชีวิตได้เรียนรู้กับความเปลี่ยนแปรงนั่นเอง

ทุกความเปลี่ยนแปรงเราต้องเรียนรู้เพื่อเข้าใจเข้าถึงแล้วพัฒนาไปสู่อีกสิ่งหนึ่ง

และทุกคนสามารถเรียนรู้เข้าใจเข้าถึงพัฒนาได้ทุกรูปนาม

มีบุรุษท่านหนึ่งเคยเอื้อนเอ่ยไว้ว่า..

..ไม่สำคัญว่าแมวจะสีอะไร  ขอให้มันจับหนูเป็นก็พอ..



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธรรมฐิต
เขียนเมื่อ

ทำตัวให้ยุ่งมาสองสามวันเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่สาธารณชน

เมื่อวานก็ตั้งแต่ตีสี่ยันสี่ทุ่ม  เสร็จสรรพแล้วใจบอกยังไหวนะ

แต่กายบอกขอพักก่อนนะ  ใจว่านอนสอนฟังก็ต้องยอมกายซึ่งเป็นเพื่อนที่คบกันมาสามาบกว่าปีแล้ว  ไม่อย่างนั้นเกิดอาการงอนกันขึ้นมาเดี๋ยวเป็นเรื่องแน่

ใจนะสอนง่ายถ้าดูแลเค้าอย่างดีแต่กายสิไม่ค่อยเชื่อฟังดื้อมาก

เมื่อกายดื้อทีไรใจจะไม่ใส่ใจทันที  ...ฯลฯ...



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธรรมฐิต
เขียนเมื่อ

นี้ผ่านพ้นไปอีกปีแล้วหรือ  ปีใหม่ผ่านไปแล้วต่างคนต่างสนุกรื่นเริงหรือบางคนอาจจะโศกเศร้าเสียใจ  ก็ขึ้นอยู่กับเค้าเหล่านั้นว่าจะนำมุมมองไหนใส่ให้ใจได้ยินยล

เช้านี้อ่านบันทึกคุณหมอท่านหนึ่งท่านพูดไว้น่าศึกษาว่า..

..ปีใหม่สำหรับข้าพเจ้าจึงเป็นเพียงอีกวันที่พระอาทิตย์ยังขึ้นทางทิศตะวันออก และตกในทางทิศตะวันตกเช่นทุกวันที่ผ่านมา.....
ธรรมฐิตอ่านแล้วมีอะไรซ่อนเร้นที่น่าศึกษาอยู่.........
หากยอมรับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นได้..ทุกอย่างก็ลงตัวขอรับ
 


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธรรมฐิต
เขียนเมื่อ

ตอนนี้ธรรมฐิตนั่งพิมพ์อนุทินนี้อยู่ใต้แสงจันทร์นวลผ่อง

ข้างนอกที่พักอันโล่งแจ้ง  เพราะมีความอยากเรียนรู้ความรู้สึกของเพื่อนแต่ละคนที่กำลังต้อนรับปีใหม่ซึ่งถึงก่อนประเทศไทย

นี่ก็มีเพื่อนที่ญี่ปุ่น    ซิดนี่ย์  ได้ฉลองไปแล้ว 

ธรรมฐิตกำลังรียนรู้  อารมณ์แห่งปรากฏการณ์แต่ละคน  เพื่อย้อนถามใจตนว่านายละต้องการอะไรในชีวิต?..



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธรรมฐิต
เขียนเมื่อ

ทุกคราครั้งแห่งปรากฏการณ์ที่เราได้สัมผัส

สิ่งที่เรากระทำขอให้ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจอย่างแท้จริง

เพราะเราคาดหวังอันคลุกเคล้าด้วยความอยากมากไป

จึงได้ทำเชื้อแห่งความทุกข์ให้เกิดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

แม้สิ่งที่อยู่ตรงหน้าบางคราครั้งเรายังรั้งไว้ไม่ได้

ลองดูแสงเรืองรองของสุรีย์อันงดงามยามใกล้ลับขอบฟ้าสิ

ก็ใช่ว่าเราจะรั้งมันไว้เชยชมได้ตลอดเวลา..

เมื่อตั้งใจทำแล้วจงปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตามธรรมชาติที่มันจะเป็น..

เฉกเช่นผลไม้ที่เร่งสารถึงสุกงอมก็ไม่หอมหวานเท่าไรนัก..

 



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธรรมฐิต
เขียนเมื่อ

น้ำใสในแก้วยังมีสิ่งเจือปนที่มองไม่เห็น

คนเราเกิดมาแม้แต่ตัวเราที่ถูกสอนให้เป็นคนดียังมีบางอย่างที่ดี/เลว

 ถ้าจะว่าดีหรือไม่ดีก็อาจจะอยู่ที่ความเห็นของคนหมู่มาก

แต่ใช่ว่าจะถูกเสมอไป

อาจจะถูกต้องแต่ไม่ถูกใจก็ได้

หรือถูกใจแต่ไม่ถูกต้อง

ถ้าจะมองผิดก็ผิด

ถ้าจะมองถูกก็ถูก

หากตั้งใจจะทำความดีแล้วไซร้

ต้องยอมรับทั้งคำติและคำชม

ขอบคุณ..GTK..ที่ให้ธรรมฐิตมีส่วมร่วมนำเสนอความคิดเห็น..



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธรรมฐิต
เขียนเมื่อ

สวดมนต์แผ่คุณงามความดีที่ได้กระทำ

ให้แก่เพื่อนผู้ร่วมเกิดแก่เจ็บตาย

เดินกลับกุฏิมองดูสายน้ำที่ใหลซึ่งเกิดจากฝนตกติดต่อกันหลายเพลา

ช่างงดงามอะไรเยี่ยงนี้เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์แห่งการเรียนรู้จริงๆ

ผ่านไปไม่เคยหวนกลับมองดูต้นน้ำ

ชีวิตนี้เล่าก็คงตั้งหน้าผ่านไปที่ไหนสักแห่งหนึ่ง

ต้องดิ้นรนต่อไปอย่างมุ่งมั่นด้วยสติไม่ท้อแท้

สักเพลาหนึ่งคงถึง  ณ  ที่แห่งนั้น



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธรรมฐิต
เขียนเมื่อ

ตื่นขึ้นมาเช้านี้ณ  ใต้ร่มเงาโลหะปราสาทวัดราชนัดดาราม  กทม.

แถมยังมองเห็นภูเขาทองฝั่งตรงข้ามอีกต่างหาก

ใจเลยอิ่มเอิบเมื่อได้ระลึกถึงคุณและค่าของสองสิ่งที่ปรากฏอยุ๋เบื้องหน้าเมื่อลืมตาขึ้นมา

แม้กรุงเทพจะวุ่นวายตามถิ่นเมืองกรุงแต่นั้นหาใช่ประมาณไม่

ใจต่างหากที่จะเป็นปริมาตรวัดค่าของความวุ่นวาย

เมื่อเท่าทันมันใจนี้ก็สุขท่านี้ก็เกินพอ..



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธรรมฐิต
เขียนเมื่อ

เป้าหมายของการปฏิบัติธรรมก็เพื่อฝึกสติให้อยู่กับ..ปัจจุบัน..

ผู้ที่ท้อแท้ล้มเหลวมักติดอยู่กับปัญหาอุปสรรคมากกว่าเป้าหมาย

แต่ผู้ที่ถึงจุดหมายเขาไม่ได้ยึดติดกับปัญหาและอุปสรรค..



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธรรมฐิต
เขียนเมื่อ

ในชีวิตของเรานั้นอย่าไปห่วงเลยว่าจะมีใครรู้หรือไม่ว่าเราเก่งหรือมีความสามารถเพียงใด

แต่พึงตระหนักรู้ว่าสักเพลาหนึ่งเมื่อมีคนมายกย่องเชิดชูหรือเลื่อนยศตำแหน่งนั้น

เราจักมีความสามารถหรือเก่งได้สมกับที่เขายกย่องเชิดชูได้หรือไม่เพียงใด..นี่สิสำคัญ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธรรมฐิต
เขียนเมื่อ

สรงน้ำ(อาบน้ำ)เสร็จเรียบร้อยแล้วมานั่งหวนระลึกอย่างมีสติว่า..

มนุษย์เราอาบน้ำชำระกายขจัดสิ่งสกปรกวันละครั้งสองครั้งเป็นประจำ

แต่เหตุไฉนใยมิเคยมั่นชำระขัดสีจิตใจให้ใสสะอาดบ้างเล่า

สังคมปัจจุบันจึงเกิดความเศร้าหมองเครียดเคร่ง

เกิดปัญหาวิกลกิการทางสังคมแก่งแย่งชิงเด่นชิงดีกัน

จนกลายเป็นสงครามเผ่าพันธ์มนุษย์ด้วยกันอย่างที่ปรากฎให้ยลยิลกัน

 



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธรรมฐิต
เขียนเมื่อ

ชีวิตนี้มองได้หลายแง่มุม

แต่เราจะมองในแง่มุมไหนนั้นไม่เป็นประมาณ

ขอเพียงแต่ให้เป็นประโยชน์ต่อการดำรงอย่างผาสุขก็เกินพอ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธรรมฐิต
เขียนเมื่อ

นั่งหาอ่านหนังสือแล้วระลึกถึงคำของอาจารย์ที่เคยสอนไว้เป็นสำนวนชาวใต้ว่า..

หมากินก้าง แต่ไปขวางคอควาย

กวางกินข้าวในไร่  แต่ดันไปทำรั้วในนา

หมอเห็นคนบ้า  กลับไปต้มยาให้หมากิน..

คัมภีรภาพด้วยอรรถรสยิ่งนัก..

ซึ่งน่าจะเข้ากับการเมืองที่กำลังสาดฟันกัน  ณ  เวลานี้ได้ดีทีเดียว..



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธรรมฐิต
เขียนเมื่อ

แสงสุรีย์ก่อนจะลาลับขอบฟ้ายังมีแรงเปล่งปลั่งทอแสงอย่างเฉิดฉายให้ยลยิล

แต่ยังไงก็ต้องลาลับเพื่อหมุนเวียนให้อีกฝั่งได้ยลโฉม

ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา

แล้วเราละก่อนจะจากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่งได้จารึกสิ่งใดไว้ให้ผู้คนได้ดูเยี่ยงบ้างเล่า..



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธรรมฐิต
เขียนเมื่อ

บางคราครั้งเรามุ่งมั่นจนเกินไปจึงไม่ได้ดูข้างทางที่พานพบ

มุ่งแต่จะเข้าสู่จุดหมายปลายฝันอย่างเดียว

ซึ่งมีมากมายที่จุดหมายปลายฝันอาจอยู่ข้างทางที่เราฝันฝ่า

แต่กลับล่วงเลยมันไปอย่างน่าเสียดาย

จนมุ่งหายังไงก็ไม่ถึงสักที

ลองมองดูรอบๆเส้นทางวิถีบ้างอาจจะสุขได้ตลอดวิถีขอรับ..



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธรรมฐิต
เขียนเมื่อ

      ข้าคือคน     ธรรมดา     ในหล้าโลก
      ข้าคือคน     มีโชค     ในโลกหล้า
      ข้าใช่คน     ใหญ่โต     ในโลกา
      ข้าจึงเบา     ในอุรา     และอารมณ์



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ธรรมฐิต
เขียนเมื่อ

นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ระเบียงมองเห็นสุนัขที่เลี้ยงไว้เจ็ดตัวซึ่งเป็นพี่น้องกัน

กำลังกัดกันเพราะแย่งของกิน

เฉกเช่นชีวิตคนที่แย่ง

ที่แย่งที่กันอยู่  แย่งคู่กันพิศวาท

แย่งอำนาจกันเป็นใหญ่.........

ก็คงไม่ต่างอะไรกับเจ้าสี่ขาเจ็ดตัวนี้แหละ...



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี