โครงการสร้างเสริมสุขภาพผ่านกระบวนการคุณภาพเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน SHA

รพ.หนองจิก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เป็นรพ.ที่ผ่านการรับรอง ตามมาตรฐาน HA และรพ.ส่งเสริมสุขภาพ HPH เป็นหนึ่งในโครงการสร้างเสริมสุขภาพผ่านกระบวนการคุณภาพเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน (SHA) ที่เราคัดเลือกเข้าโครงการมาเพราะศรัทธา ในความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพแม้จะอยู่ในพื้นที่ของเหตุการณ์ความไม่สงบ

 

P

รพ. หนองจิก ค่ะ

EM150.gifEM150.gifEM150.gifEM150.gifEM150.gifEM150.gifEM150.gifEM150.gif

เมื่อมีคนชวนไป พอลล่าจึงต้องรวบรวมความกล้า ค้นหาความต้องการของตนเองเพื่อให้เกิดความสมดุลย์ระหว่างความกลัว ความกล้า และหน้าที่ ..แล้วก็ตัดสินใจไป เพราะอาจารย์ท่านหนึ่งบอกว่ารพ.เขาจะดูแลเราอย่างดี เชื่อมั่นและศรัทธา ..เอ้า...ไปไหนไปกัน อิอิ ... แล้วก็ได้เดินทางไปคนเดียว.(แต่มีเพื่อนๆนั่งไปด้วยเต็มลำเลย) จากสุวรรณภูมิตรงสู่หาดใหญ่ มีผู้ประสานงานรพ.หนองจิกมารับเข้าพักที่ ซีเอส ปัตตานี ด้วยความราบรื่น ระหว่างทางพอลล่าเห็นมีด่านทหาร ตำรวจ ตรวจรถที่เดินทางเข้าออก ระหว่างหาดใหญ่ ปัตตานี สามด่านด้วยกันค่ะ (ความจริง เขาก็ยืนดูรถผ่านไป ผ่านมา อิอิ) ไม่มีอะไรน่ากลัว สงบเงียบดี แต่เพื่อความไม่ประมาทพอลล่าขอไม่ออกไปไหน นอกจากไปชิม ชาชัก... ที่อร่อย นุ่ม หวาน(คนชง หน้าตาดี มั่กๆ อิอิ) พบกับพี่ที่ปรึกษาสองท่าน ที่รออยู่ที่หนองจิกก่อนหน้าแล้วค่ะ พูดคุยเตรียมงานเสร็จแล้วก็รีบเข้านอนเลยค่ะ

รุ่งเช้าที่ปัตตานี ที่เป็นเช้าแรกของรอบสามสี่ปีที่ได้ไปเยือน ทีมเราก็ได้เข้ามาเยี่ยมชมรพ.หนองจิก ที่นี่มีชาวมุสลิมประมาณ 80% เมื่อเข้ามาในรพ. เห็นญาติ ผู้ป่วยมาเยี่ยมและนั่งรออยู่ทั่วๆ ไปในรพ. ที่รพ.มีการจัดบริการที่ตอบสนองความต้องการและปรับให้เข้ากับบริบทของชาวมุสลิม มีป้ายที่เป็นตัวอักษร ภาษายาวี มีพยาบาลที่พูดภาษายาวีได้ ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์และให้ข้อมูล นอกจากจะมีการไหว้แล้ว การต้อนรับของที่หนองจิกจะใช้ “สลาม” ด้วย เพื่อแสดงการทักทายของชาวมุสลิมค่ะ (สลาม โมเลกุม ค่ะ)

ในห้องประชุมพอลล่าได้พบกับ ท่านผู้อำนวยการ พี่เซาะ คนคุ้นเคยจากเวทีชง SHA ผู้นำด้านการพัฒนาคุณภาพของรพ.หนองจิก ผู้ที่อยากจะพูดถึงคุณภาพตามแบบฉบับหนองจิกมานานแล้ว วันนี้พอลล่าจะมาฟังพี่เซาะค่ะ เต็มที่เลยนะคะ อิอิ

จากการรับฟังการนำเสนอความก้าวหน้าของการพัฒนาคุณภาพและเยี่ยมชมสถานที่ ชื่นชมการทำงานของชาวรพ.หนองจิกโดยท่านผอ.หนุ่มทีเป็นชาวกรุงเทพ แต่ไม่ยอมไปไหน อยู่ที่ปัตตานีมาสิบกว่าปีแล้ว ท่านได้เขียนเล่าประสบการณ์และความรู้สึกของการเป็นแพทย์ที่รพ.ชุมชน ของท่าน เปรียบเสมือนมหาวิทยาลัยชีวิต มีทั้งสุขทั้งทุกข์ และประสบการณ์ที่ผ่านมาของท่าน ได้ถูกบอกกล่าวในบันทึกของท่าน ผ่านทางโกทูโนว์ค่ะ สนใจอ่านได้ที่

 http://gotoknow.org/blog/sha-nongjik/300664 

ท่านได้ทบทวน บทเรียน ความสำเร็จ สถานการณ์ปัญหา ความท้าทายได้อย่างชัดเจน นำมาสรุปเป็นยุทธศาสตร์ของการพัฒนาคุณภาพของรพ.หนองจิกได้อย่างชัดเจน รู้จุดแข็ง จุดอ่อนของตนเองได้เป็นอย่างดีค่ะ

และแล้ว ก็ถึงคิว พี่เซาะ เภสัชกรสาวคนเก่งของพอลล่า เอ๊ยของรพ.หนองจิก ได้เล่าถึง SHA ว่าพี่เซาะทำอะไรบ้าง คำพูดและวิธีคิดของพี่เซาะ น่าสนใจมากทีเดียว ค่ะ พี่เซาะเล่าว่า เรียนรู้ SHA ด้วยวิธีตัวเองเริ่มจาก การฝึกฝนการดูแลด้วยหัวใจ ผ่านการเล่าเรื่องมี story telling ในรพ.หนองจิกหลายเรื่องค่ะ ติดตามอ่านได้ที่บล๊อกของ SHA รพ.หนองจิก ที่บันทึกตั้งแต่ผอ. รพ. พี่หัวหน้าพยาบาลและอีกหลายๆท่าน มีการพัฒนาสิ่งแวดล้อมเพื่อการเยียวยา ในหลายๆ ที่เช่นประชาสัมพันธ์ที่มีการต้อนรับที่อบอุ่น มีการปรับภูมิทัศน์ให้สอดคล้องกับวิถีชุมชน การเสริมสร้าง Humanized healthcare ในงานประจำ และอีกหลายๆ ประเด็นที่อยู่ระหว่างการพัฒนาให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น อ่านตัวอย่างของเรื่องเล่า ที่นี่ค่ะ http://gotoknow.org/blog/sha-nongjik/300679

เราแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไปตามหน่วยงานต่างๆ ของรพ. และชื่นชมกับสิ่งแวดล้อม ระบบบำบัดน้ำเสีย หน่วยซักฟอก จ่ายกลาง ที่ยังคงรักษามาตรฐานของความปลอดภัยไว้ได้ในระดับหนึ่งค่ะ

มีสถานการณ์หนึ่งที่อาจจะเป็นทั้งด้านบวกและด้านลบของรพ.คือเหตุการณ์น้ำท่วมรพ. เนื่องจากรพ.เป็นที่ราบลุ่ม ต่ำ เคยประสบเหตุการณ์น้ำท่วมมาหลายครั้ง เหตุการณ์นี้เอง รพ.ได้นำมาเรียนรู้ทั้งการทำงานร่วมกันเป็นทีมในรพ. ในการบริหารจัดการเรื่องน้ำท่วมและการวางแผนเพื่อป้องกันในอนาคต พี่เซาะบอกว่า เหตุการณ์น้ำท่วมทำให้เรารักกันมากขึ้น ...อยากให้ท่วมบ่อยๆ ... (พี่เซาะคะ รักกันโดยไม่ต้องมีน้ำท่วมได้ไหม คะ อิอิ)

การทำงานกับชุมชน พี่เซาะพาชุมชนมาพูดคุยกับเราหลายกลุ่ม มีกลุ่มอสม. กลุ่มแม่บ้านปลาเค็ม กลุ่มข้าวเกรียบ กลุ่มวัยรุ่น to be no.1 แต่ละกลุ่มมีความเข้มแข็งแต่ละด้าน กลุ่มที่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดูแลเรื่องสุขภาพ ได้แกกลุ่มแม่บ้านปลาเค็ม ซึ่งเดิมใช้สารเคมี ยาฆ่าแมลง เพื่อไม่ให้แมลงวันตอม การจัดการปลาก็ไม่สะอาด แต่ปัจจุบันยกเลิกการใช้ยาฆ่าแมลงและมีการป้องกันแมลงวันโดยการมีส่วนร่วมของหลายๆ ฝ่าย จนทำให้เกิดรายได้ที่เพิ่มพูนขึ้นในกลุ่มแม่บ้านค่ะ

 

พี่เซาะกล่าวว่า การทำงานกับชุมชน เราต้องเข้าใจเขา ถ้าเราไปพูดเรื่องสุขภาพก่อนจะไม่มีใครร่วมมือกับเรา !! แน่นอน เพราะความต้องการของชุมชน เขายังต้องเลี้ยงปากท้อง ยังมีปัญหาเรื่องการดำรงชีวิต การทำมาหากิน ซึ่งเราน่าจะเข้าไปช่วยเหลือตรงนี้ก่อน แล้วค่อยสอดแทรกเรื่องของสุขภาพ การปรับเปลี่ยนอะไรต้องประยุกต์ให้เข้ากับวิถีชีวิตของชาวบ้าน เช่นชาวมุสลิม ชาวใต้ ขาดน้ำบูดู ไม่ได้ เราต้องทำน้ำบูดู ที่ลดความเค็มลง ปรับเมนูอาหารที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตที่บ้าน เช่น ผักชีไม่รับประทาน ก็ปรับเป็นแกงที่ชอบเช่น อีแกซีแง ....แงๆ พอลล่าไม่เคยเห็น วันนั้นก็ไม่ได้ทาน เพราะเขาไม่ได้ทำมาให้ชิมค่ะ อิอิ ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยว ก็มีคนมาบอก พอลล่าเองค่ะ ตรงนี้เข้ากับแนวคิด เข้าใจ เข้าถึง จึงพัฒนาค่ะ

คำแนะนำบางอย่างของเจ้าหน้าที่ แต่คนไข้หรือญาติไม่เข้าใจ จึงไม่สามารถดูแลตนเองหรือครอบครัวได้ คำที่เราว่าง่ายแต่เขาอาจจะไม่เข้าใจเลย...เช่นคำว่า “ฟอกสบู่” ไม่เคยคิดเลยใช่ไหมคะ ว่าเขาไม่เข้าใจ พี่เซาะเล่าบทเรียนของการดูแลคนไข้ที่มีปัญหาเรื่องผิวหนังต้องใช้น้ำยาฆ่าเชื้อฟอกตัวขณะอาบน้ำ จึงได้ไปแนะนำลูกชาย ว่าให้ฟอกน้ำยานี้ให้พ่อ แต่เมื่อไปเยี่ยม พบว่า น้ำยาไม่ได้ถูกใช้ จึงเข้าไปซักถามพูดคุย พบว่า ทำไม่เป็น ไม่เข้าใจ ว่าฟอก คืออะไร พี่เซาะบอกว่า เด็กคนนี้ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ และเป็นคนมุสลิมบกๆ (คนพื้นบ้าน) ไม่เข้าใจภาษาไทย คำว่าฟอก ต้องปรับวิธีการ โดยการทำให้ดูเลย เขาถึงเข้าใจ ...ลึกซึ้งจริงๆ นะคะ การพูดคุยกับชาวบ้าน ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียว ต้องอาศัยหัวใจของความหวังดีเป็นอย่างสูงเลยค่ะ

อีกโครงการ หนึ่งที่น่าชื่นชมมากๆ คือโครงการเยียวยา ผู้สูญเสีย ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ของความไม่สงบของสามจังหวัดชายแดนใต้ ชื่อว่า”โครงการเยียวยาฟื้นฟูด้านจิตใจสำหรับผู้สูญเสียสามี อ.หนองจิก”

จัดโดยคปสอ.หนองจิก ร่วมกับงานสุขภาพจิต รพ.หนองจิก ได้มีโอกาส พูดคุย รับฟังกับ พี่ๆ ที่ได้มีประสบการณ์ผ่านการสูญเสียมาได้ จนวันนี้ได้กลายมาเป็นอาสาเยียวยา เข้าไปเยียวยาและให้กำลังใจผู้สูญเสียคนอื่นๆในชุมชน

 

 
 
 

เมื่อระลึกถึงเหตุการณ์นั้น พี่เขายังน้ำตาไหล เล่าใหเราฟังท่ามกลางน้ำตาเลยค่ะ ประสบการณ์ของพี่เขาเป็นประโยชน์สำหรับคนอื่นที่มีประสบกาณณ์เดียวกันในการสูญเสียได้อย่างดงามค่ะ เข้าเยียวยาทั้งในโรงพยาบาล และในชุมชน เกิดกลุ่มอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ขึ้น แต่ที่สำคัญมากกว่ารายได้คือ เขารู้สึกมีคุณค่า สามารถอยู่ต่อไปได้ ด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง ขอสนับสนุนโครงการดีๆ ของรพ.ต่อไปค่ะ โครงการนี้แสดงถึงการเสริมพลังชุมชนให้เกิดความเข้มแข็งด้วยความร่วมมือร่วมใจของหลายๆ ฝ่าย ที่ทำให้เกิดการเยียวยาหัวใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

สุดท้าย เราได้เรียนรู้ร่วมกัน ผ่านเวทีของการสนทนา world café ในเรื่องของสุขภาวะ เพื่อค้นหาการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงโดยโรงพยาบาลเองค่ะ

สุดท้ายนี้พอลล่าต้องขอขอบคุณท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลหนองจิก และเจ้าหน้าที่รพ.หนองจิก ทุกท่าน ที่ได้ให้การดูแลพอลล่าและพี่ๆ ทีมงานเป็นอย่างดีค่ะ ทั้งสามสาว กลับบ้านด้วยความปลอดภัยและอิ่มเอมใจค่ะ ได้เรียนรู้ภาษายาวี ภาษาใต้ด้วยค่ะ หากบันทึกนี้มีข้อผิดพลาดประการใดด้วยความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนทางด้านภาษาและวัฒนธรรมของพอลล่า ยินดีปรับปรุงและแก้ไข ขอน้อมรับทุกความคิดเห็นค่ะ ไม่ได้มีเจตนาลบหลู่แต่ประการใดค่ะ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน ขอให้มีความสุขในวันหยุดและวันออกพรรษา ชวนไปทำบุญกันนะคะ

ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้พอลล่าได้มีโอกาสทำงานที่ดีๆ และพบเจอแต่คนดีๆค่ะ