บ้านภูฟ้ารีสอรต์ ไทรโยคน้อย จ.กาญจนบุรี

พฤหัสที่ 24 กันยายน 2552 คุณพ่อชวนเราไปเที่ยวเมืองกาญจน์ ตามคำเชิญของป้าก้อยและลุงเชาว์ (เจ้าเก่า) เอ..แต่แพนี่ เด็กไปจะปลอดภัยหรือเปล่าน๊า คิดไป..คิดมา..ตกลงว่า ไปก็ไป..ไปดูก่อนแล้วกัน ไม่ลงแพก็ได้นี่นา..

กว่าจะออกจากกรุงเทพ คุณพ่อมีงานต้องเคลียร์ๆๆๆ เราแม่ลูกก็เลยไปเดินเล่นที่คาร์ฟูร์ ลาดพร้าว ซักพักก็แวะมารับคุณพ่อที่ศาล เอาล่ะ เดินทางได้..รถแล่นไปซักไม่ถึง 10 นาที ปรากฏว่า รถของเราแอร์ไม่เย็น..ต้องแวะซ่อมที่ Volvo พระราม 7 เสียเวลาซ่อมไปอีกชั่วโมง กว่าจะได้ออกจริงๆ ก็เกือบ 5 โมงเย็นน่ะค่ะ แต่แอร์ก็เย็นฉ่ำจนน้องกู๊ดดี้หลับใน car seat ตลอดทาง

ใกล้ถึงกาญจน์ ฝนฟ้าตกตลอดทาง ไม่รู้ว่าใช่ "กิสนา" รึเปล่าน๊า.. จนเกิดอุบัติเหตุต่อหน้าต่อตา รถที่ขับหน้ารถเรา 3 คัน เบรคสัญญานไฟแดงกระทันหัน คุณแม่ก็เบรคตามนะ แต่ตามองคันหลังก่อนเลย กลัวเค๊าเบรคไม่ทันชนท้ายเรา..แต่แหม..เจ้าคันหลัง ปาดออกขวา พร้อมคันหน้าเราที่ปาดออกขวาพร้อมกัน ชนท้ายกันเสียงดังสนั่น..กระโปรงหน้ารถยุบเกือบถึงคนขับ..เหอๆๆ แม่นั่งขับต่อไป ใจก็สั่นไป..จนใกล้ถึงที่หมาย เอ๊ะ..ทำไมใจยังสั่นอยู่ ที่แท้คุณพ่อซื้อกาแฟกระป๋องให้ดื่ม เอ่อ..ท้องว่าง ใจเลยสั่นค่ะ..อิอิ

กว่าจะถึงที่หมาย ต้องฟันฝ่าอุปสรรคนานาการ ทั้งฝนฟ้าคนอง ซึ่งตกหนักมาก มากจนมองไม่เห็นทางเลย แถมถนนเมืองกาญจน์ก็มืดสุดๆ ไฟข้างทางหาแทบไม่มี..ขับไปจนในที่สุด ก็ถึงที่หมาย.. "บ้านภูฟ้ารีสอร์ต" เกือบ 2 ทุ่มแน่ะ

พวกพี่ๆ เพื่อนๆ มารออยู่ก่อนแล้ว ก็เลยรอทานอาหารเย็นพร้อมๆ กัน น้องกู๊ดดี้ทานข้าวเสร็จ งานนี้ไม่เหงา เพราะมีเพื่อนตัวเล็ก น้องปังปัง วัย 5 ขวบ ร่วมเดินทางมาด้วย กู๊ดดี้ขนของเล่นมาเผื่อพี่ปังปัง ก็อย่างที่เห็นในภาพแหละค่ะ จัดได้เต็มกระจาดพอดี..อิอิ

ซัก 5 ทุ่ม ก็ต้องเอาเด็กๆ เข้านอนกันแล้ว เพราะพรุ่งนี้มีโปรแกรม "ล่องแพ" แนว adventure กว่าจะหลับก็ต้องคอยตอบคำถามน้องกู๊ดดี้เรื่องทีวีในห้องพัก "คุณแม่คับ ทีวีที่นี่ ทำไมมัน ป่ อ ง ขนาดนี้อ่ะคับ"  เด็กสมัยนี้ชินกับทีวีจอแบน จนไม่รู้จักทีวีจอป่องกันซะแล้ว เอ่อ..ถามจนได้คำตอบ (มั่วๆ) เป็นที่น่าพอใจ ก็หลับ..สนิท อย่างมีความสุข..อิอิ นอนกอดพี่เน่าแบบเหนื่อยเลยนะคะลูก..

 

ภาพน้องกู๊ดดี้หลับกับพี่เน่า และทีวีจอ ป่ อ ง ของน้องกู๊ดดี้

เช้า...ตื่นมาดื่มด่ำบรรยากาศ โห..ไม่อยากเชื่อ สวยมากๆ ค่ะ เหมือนหลุดออกมาจากกรอบความวุ่นวายในเมืองจริงๆ พบเจอแต่ธรรมชาติล้วนๆ

 

 

 

บรรยากาศโดยรอบของ "บ้านภูฟ้ารีสอร์ต"

ลูกกู๊ดดี้ตื่นมานั่งเล่นรับบรรยากาศ คุณพ่อก็เลยพาไปทานอาหารเช้าที่ทางรีสอร์ตจัดเตรียมไว้ให้ ซึ่งเป็นอาหารเช้าสไตล์อเมริกัน และข้าวต้ม น้องกู๊ดดี้ทานไส้กรอกไป และข้าวต้ม 1 ถ้วย

 

 

อาหารเช้าสไตล์อเมริกัน

 

คิดว่าจะเล่นอะไรดีน๊า..คิดๆๆๆ จน..จนกางเกงหลุด!!!

แล้วก็ไปหามุมวิ่งเล่นกับพี่ปังปัง และชมวิวรอบๆ รีสอร์ต เห็นได้เลยว่า ลูกชอบมากกก ตื่นเต้น โวยวายเมื่อเห็น ภูเขา ต้นไม้ใหญ่..

  

 

 

แล้วก็ถึงโปรแกรม "ล่องแพ" แรกก็กล้าๆ กลัวๆ ไม่อยากให้ลูกลงแพ แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็บอกว่า ไม่น่ากลัว เพราะน้ำไม่แรงและอากาศปลอดโปร่ง ทางรีสอร์ตยังมีเรือไว้คอยดูแลอยู่ใกล้อีกด้วย..อ่ะ..ปรึกษากันพ่อแม่ (ลูกไม่เกี่ยว) ก็โอเค ลงก็ลงค่ะ..

 

ลงเรือหางยาวเพื่อไปล่องแพ แม่ก็..งงๆ นะว่า ทำไมไม่เอาแพมารับซะเลยล่ะ แต่ก็ลงเรือไปแล้วแหละ ไปถึงที่แพจอดอยู่..ก็ต้องทำการซ้อนแพ..ซ้อนแพจริงๆ ค่ะ เอาแพมาซ้อนกัน 2 แพ เพราะว่าจำนวนคน 8 คน แพเดียวรับน้ำหนักไม่ไหว..

ซักพัก แพก็เริ่มล่อง...คูณแม่ก็คว้ากล้องเก็บภาพก่อนเลย..แต่ เอ..ทำไม..ทำไม แพตรงส่วนของป้าก้อย และลุงเชาว์ มันเริ่มจมๆๆ อย่างงั้นล่ะคะ??

 

ภาพแพของป้าก้อยและลุงเชาว์ที่เริ่มจม และภาพ จนท.กำลังซ้อนแพใหม่

ไม่ทันได้สงสัย..ก็วี๊ดว๊ายกันพอสมควร...เจ้าหน้าที่รีสอร์ตต้องเริ่มซ้อนแพใหม่ อีกครั้ง...เอ้า คราวนี้ล่องกันได้ปลอดภัยซักที..อิอิ (ปลอดภัยจริงป่าวนี่)

ทัศนียภาพและบรรยากาศโดยรอบสวยมากๆๆ คุณแม่ก็ถ่ายภาพอย่างเดียวเลย..

 

 

ส่วนคุณพ่อและเพื่อนๆ ก็สนุกสนานกับลีลาท่ากระโดดน้ำในแบบฉบับของแต่ละคน ชนิดที่ว่านักกีฬาทีมชาติยังอาย..อิอิ

 

ท่าหวาดเสียงกันทั้งนั้น มีตีลังกาม้วนหน้าด้วย..

จนกระทั่ง ตาคุณพ่อกระโดดมั่งล่ะ กู๊ดดี้ตาแป๋วรอชม..พ่อจะกระโดดแล้วนะ..แป่ว...

 

 

คุณพ่อลงน้ำท่านิ่มมากๆๆ ไม่หวาดเสียวเลย..555+

ทุกคนสนุกสนานกันมาก ยกเว้น...น้องกู๊ดดี้ ที่นั่งตัวแข็งเป็นองค์ชาย 4 อยู่บนแพ..อิอิ จนซักพัก เริ่มชิน ก็เริ่มมีเสียง ถามโน่น..นี่..ตามเรื่อง

 

องค์ชาย 4 และท่านแม่ อิอิ

 

ล่องแพไปจนผ่านรีสอร์ตที่พัก จนเลยไปไหนก็ไม่รู้ เรือหางยาวก็มารับเรากลับเข้ารีสอร์ต เอ..แล้วทำไมแพไม่ส่งที่รีสอร์ตเลยนะ (แม่ก็ยังสงสัยอยู่อีก อิอิ)

 

ภาพขณะนั่งเรือหางยาวกลับรีสอร์ต และภาพสะพานไม้ใกล้พังที่มอเตอร์ไซค์ยังกล้าขับผ่าน

ถึงรีสอร์ต อาบน้ำแต่งตัวพักผ่อนซักพัก ใกล้เที่ยงก็เตรียมตัวออกเดินทางกลับ

ซึ่งขากลับเราแวะเที่ยว "แคมป์ช้าง" ขอบอกว่า เข้าไปปุ๊ป รู้ทันทีว่า เป็นที่อยู่ของช้าง..เหม็น (อึ๊) ช้างมากๆ เลยค่ะ ส่วนใหญ่แขกที่มาเที่ยวที่นี่จะเป็นชาวต่างชาติ 90% เชียวแหละ

 

ดูช้างจนหนำใจก็แวะทานอาหารกลางวัน (ซึ่งเลยเวลามาเกือบบ่ายสอง) ที่ร้าน "ครัวผักหวาน" อาหารอร่อย ราคากันเองจริงๆ ทานเสร็จก็แยกย้ายกันกลับบ้านที่กรุงเทพ ขับตามกันด้วยรถยนต์ 3 คัน..

นับว่าทริปนี้ เป็นการเที่ยวแบบ adventure สำหรับน้องกู๊ดดี้เลยทีเดียว กลับถึงกรุงเทพสารภาพกับคุณยายว่า พาน้องกู๊ดดี้ไปล่องแพมา โดนบ่นหูชาไปเลยค่ะ อ่า..ถ้าบอกคุณยายก่อนไป มีหวังอดไปกันทั้งครอบครัวแหละ..

แต่ก็จริงของคุณยาย..คราวหน้า คงต้องรอให้ลูกโตกว่านี้ซักนิด..หากมีอะไรจะได้ไม่เป็นอันตรายมากนัก ดีนะ..ที่กู๊ดดี้ไม่ใช่เด็กซน ไม่งั้นมีหวังตกแพกันแน่..

 

 


MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com