การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ความคืบหน้าในการเลือกผู้แทนครู"อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา
ได้อ่านข่าวมติชน วันที่ 2 ตุลาคม 2552 กรณีนายประเสริฐ งามพันธุ์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธาน เมื่อเร็วๆ นี้ ได้พิจารณาเรื่องการเลือกตั้งผู้แทนครูและสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ก.ค.ศ. และคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา 178 เขตทั่วประเทศ และ อ.ก.ค.ศ.ส่วนราชการอีก 6 เขต โดยมีมติให้แก้ไขประกาศกฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยการเลือกตั้งผู้แทนครูและการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ก.ค.ศ., อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา และส่วนราชการ โดยให้ตัดกฎ ก.ค.ศ.ข้อ 15 ที่ระบุว่าให้สำนักงาน ก.ค.ศ.ขึ้นบัญชีรายชื่อผู้ได้รับการเลือกเป็นกรรมการผู้แทนเป็น 2 เท่า เป็นเวลา 2 ปีออก เนื่องจากมีผู้แทนครูในคณะกรรมการ ก.ค.ศ.ทักท้วงไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการขึ้นบัญชีผู้ที่ได้รับเลือกเป็นผู้แทนครูใน อ.ก.ค.ค.เขตพื้นที่ฯ เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยกับผู้ที่ได้รับการเลือกขึ้นบัญชีเอาไว้ ซึ่งการแก้ไขกฎ ก.ค.ศ.ดังกล่าวจะทำให้การเลือกตั้งผู้แทนครูใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ 178 เขต และ อ.ก.ค.ศ.ส่วนราชการอื่น ต้องเลื่อนเวลาออกไป เพราะจะต้องเสนอร่างกฎ ก.ค.ศ.ฉบับแก้ไขนี้เข้าไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งต้องส่งไปที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง โดยขณะนี้นายจุรินทร์ได้นำเสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาเห็นชอบแล้วเมื่อการประชุมวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา จึงคาดว่าน่าจะใช้เวลาไม่นานที่กฎ ก.ค.ศ.ฉบับแก้ไขนี้จะผ่านออกมาบังคับใช้ จากนั้นสำนักงาน ก.ค.ศ.จะเร่งดำเนินการให้มีการเลือกตั้งผู้แทนครูโดยเร็วให้ทันภายในเดือนตุลาคมนี้
"แต่เดิมที่ได้นำร่างกฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยการเลือกตั้งและการสรรหาฯเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการ ก.ค.ศ. ไม่ได้ระบุข้อ 15 เอาไว้ แต่เมื่อเสนอไปที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วมีความเห็นและข้อเสนอว่า ควรจะประกาศขึ้นบัญชีเอาไว้ เพราะจะได้ประหยัดงบประมาณของประเทศ โดยไม่ต้องจัดเลือกตั้งหลายครั้งเมื่อมีผู้แทนครูลาออก ซึ่งการเลือกตั้งในแต่ละครั้งต้องใช้งบประมาณเขตพื้นที่การศึกษาละ 45,000 บาท รวมแล้วเกือบ 100 ล้านบาท" เลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าวไว้
นายประเสริฐ งามพันธ์ ระบุว่าที่ประชุมคณะกรรมการ ก.ค.ศ.ยังได้เห็นชอบหลักเกณฑ์การเลือกผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ และส่วนราชการ โดยได้ปรับแก้ไขหลักเกณฑ์ใหม่ คือให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สามารถเสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิใน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการศึกษา ด้านกฎหมายหรือการเงินการคลัง ด้านบริหารบุคคล และด้านอื่นๆ ด้านละ 2 คน รวม 8 คน ได้ จากเดิมที่ให้ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เป็นผู้เสนอเข้ามา 8 คน ดังนั้น จะทำให้มีการเสนอรายชื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามายัง อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเฉพาะกิจที่ดูแลเรื่องนี้พิจารณาเขตพื้นที่การศึกษาละ 16 คน ก่อนเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ก.ค.ศ.พิจารณาต่อไป ทั้งนี้การเปิดโอกาสให้ สพฐ.เสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิได้ด้วยนั้น ถือเป็นสิ่งดี เพราะจะทำให้มีตัวเลือกมากขึ้น
ฉะนั้น คงรอกันอีกนิด คงจะได้ชุดใหม่อีกไม่นาน และกรรมการชุดเดิมก็ยังทำหน้าที่ต่อไป