วิธีการปฏิบัติกับต้นมะนาวในระยะออกดอกจนถึงติดผลอ่อน

ได้อ่านบทความของ รศ.ดร.รวี เสรฐภักดี ภาควิชาพืชสวน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เรื่องวิธีการปฏิบัติกับต้นมะนาวในระยะออกดอกจนถึงติดผลอ่อนซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งที่เกษตรกรสามารถนำไปปฏิบัติ ประกอบกับปัจจุบันสภาพอากาศภายในประเทศไทยมีฝนตกชุก มีพายุและลมพัดแรง จึงน่าจะนำแนวทางนี้ไปปฏิบัติเพื่อที่จะสามารถแก้ไขปัญหาดอกมะนาวหลุดล่วงและราคาผลมะนาวแพงได้ต่อไป

การป้องกันการหลุดร่วงของผลอ่อน     ต้นมะนาวจะมีการสลัดผลที่ไม่สมบูรณ์ออกไปในช่วงระหว่าง 2 - 3 สัปดาห์แรกภายหลังดอกบาน ในช่วงระหว่างนี้หากสภาพต้นไม่มีความสมบูรณ์ จะยิ่งส่งผลให้มีการหลุดร่วงของผลอ่อนมากยิ่งขึ้น  ผลที่มีเกิดจากดอกที่บานก่อน (ดอกกลาง) มักจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าและมีความสามารถในการดูดดึงอาหารเข้าไปเลี้ยงผลได้มากกว่า ดังนั้น  หากสภาพต้นไม่สมบูรณ์แล้วผลที่เกิดจากดอกข้างซึ่งมีขนาดเล็กกว่าและบานช้ากว่า ย่อมมีลักษณะอ่อนแอและมีความสมารถในการดูดดึงอาหารได้น้อยว่า  ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้  จำเป็นที่จะต้องบำรุงสภาพต้นให้มีความสมบูรณ์ให้เต็มที่  ตั้งแต่ก่อนดอกบานและในช่วงภายหลังจากกลีบดอกโรยแล้ว โดยอาจใช้ปุ๋ยที่มีสัดส่วนของ N : P : K  ในระดับ 3 : 1 : 2 หรือ 3 : 1 : 3 ทั้งทางดินและทางใบให้ทันกับเหตุการณ์ การหลุดร่วงของผลอ่อน    นอกจากความสมบูรณ์ของต้นแล้ว อาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้อีก เช่น    โรคทริสเตซ่าไวรัส (CTV) หรือ อาจเนื่องมาจากการระบายน้ำของระบบรากที่เลว  ในสภาวะที่มีฝนตกชุกอย่างต่อเนื่องหรือการให้น้ำในรูปแบบท่วมขัง  จะเป็นสาเหตุหลักที่สำคัญที่ก่อให้เกิดการหลุดร่วงของผลอ่อน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงระหว่าง 2-3 สัปดาห์แรกภายหลังดอกบาน ซึ่งจัดเป็นช่วงระยะเวลาที่ต้นมะนาวมีความอ่อนไหวอย่างมาก ดังนั้น  จึงควรจัดการให้แปลงปลูกมะนาวมีความสามารถในการระบายน้ำได้รวดเร็วที่สุด

การป้องกันการหลุดร่วงของผลอ่อน    หากว่าในทุกสภาพของการปลูกได้ดำเนินการมาอย่างดีตามที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังพบสาเหตุของการหลุดร่วงก็อาจจะต้องใช้สารควบคุมการเจริญเติบโตเข้าไปช่วย       จากผลการทดลองในส้มเขียวหวาน  พบว่า  NAA ในระดับความเข้มข้นระหว่าง 10-20 ppm และ GA    5-10 ppm ที่ฉีดพ่นให้กับช่อผลในช่วงสัปดาห์แรก สามารถช่วยลดการหลุดร่วงของผลอ่อนได้ค่อนข้างดี