ลูกเหมือนแก้วตาดวงใจ  พ่อแม่ทุกคนย่อมรักและหวงแหนกันทุกคน  เวลาลูกไม่เจ็บไข้ได้ป่วยเลี้ยงง่าย   แต่พอป่วยพ่อแม่คนในบ้าน เป็นทุกข์  ไหนจะเรื่องยา การรักษา พาไปหาหมอ ปัญหาสาระพัด แถมเจ้าตัวเล็กงอแง  ยุ่งทั้งบ้าน

 

              เวลาไม่ถ่ายก็ทุกข์  เวลาถ่ายมาก (ท้องเสีย) ก็ทุกข์  ไม่มีความพอดีในโลกนี้เลย    แล้วอย่างไรจะเรียกว่าท้องเสีย

 

             อาการที่เด็กท้องเสียสังเกตได้จากการถ่ายอุจจาระเหลวมากว่า 3 ครั้งต่อวัน หรือถ่ายเป็นน้ำพุ่งหรือถ่ายเป็นมูกเลือด 1 ครั้งหรือมากกว่า ยกเว้นเด็กที่ดูดนมแม่อาจถ่ายเหลวสีเหลืองวันละ 5-6 ครั้ง ไม่นับว่าเป็นท้องเสีย

 

             เหมือนเช่นลูกชายเมื่อตอนอายุ 1-4 เดือน ท้องไส้ถ่ายได้ถ่ายดี  กินนมแม่สักหน่อย 2-3 ชม.ก็ถ่ายออก แล้วก็กิน สดชื่นดี ไม่ร้องงอแง  หรือภาษาหมอ คือ active  ดี ไม่มีอาการขาดสารน้ำ  ก็ถือว่าปกติค่ะ 

                

                  

 

 

            แต่ถ้าถ่ายบ่อย ร้องไห้งอแง ไข้  นอนบิด เบ่งถ่าย  ปากแห้ง ตาโบ๋  กระหม่อมลึก (เด็กเล็กจะมีแบบนี้)   ควรรีบไปหาหมอ  โดยส่วนใหญ่  เมื่อท้องเสีย  ถือว่าเป็นกลไกของร่างกายอย่างหนึ่งที่พยายามที่จะขับเอาสารพิษหรือเชื้อโรคที่ได้รับออกไปจากร่างกาย     

 

          ดังนั้นหลักการในการรักษาที่ถูกต้องคือการให้สารน้ำชดเชยส่วนที่เสียไปให้เพียงพอ เพื่อไม่ให้เด็กมีอาการขาดน้ำและรอให้ลำไส้ค่อย ๆ ฟื้นตัวและกลับมาทำงานตามปาติ สำหรับการให้ยาแก้ท้องเสีย หรือยาที่ลดอาการบีบตัวของลำไส้เพื่อให้หยุดถ่ายโดยเร็วนั้น ไม่สามารถให้ในเด็กได้ เนื่องจากจะทำให้เกิดการคั่งค้างของเชื้อโรคอยู่ในร่างกายเป็นเวลานาน และอาจเกิดการติดเชื้อแทรกซ้อนเข้าไปในกระแสเลือดได้   เพราะฉะนั้นพ่อแม่อย่าด่วนใจร้อน  ตำหนิคุณหมอเลยค่ะ

 

         

 

 

             การรักษาโดยเฉพาะในเด็กทารกอายุต่ำกว่า 1-2 ปี

- ให้เด็กดื่มน้ำและเกลือแร่ทดแทน  ซึ่งน้ำเกลือแร่ที่ผสมแล้วควรดื่มให้หมดใน 1 วัน หรือดื่มไม่หมดให้ทิ้งไปแล้วผสมใหม่วันต่อวัน 

 

- หากเด็กไม่ยอมทานน้ำเกลืออาจผสมน้ำเกลือแร่ในน้ำอัดลมที่เปิดจนแก๊สหมดแล้ว เพราะถ้ามีแก๊สอยู่ เด็กดื่มแล้วอาจท้องอืดได้ แล้วเจือจางด้วยน้ำต้มสุก 1 เท่าตัว เพราะน้ำอัดลมมีประมาณน้ำตาลมากอยู่แล้ว ใส่เกลือในสัดส่วนครึ่งช้อนชาต่อปริมาณน้ำ 1 ลิตร จากนั้นให้เด็กดื่มทุกครั้งหลังถ่าย โดยปริมาณที่ให้ควรใกล้เคียงกับปริมาณของอุจจาระที่ถ่ายในแต่ละครั้ง

 

- ถ้าเด็กดื่มนมแม่ คุณควรให้นมต่อไปได้ แต่ในรายที่เป็นมาก มีอุจจาระเป็นฟอง ผายลมบ่อย ท้องอืด อาจแก้ไขโดยบีบน้ำนมแม่ส่วนต้นของเต้านมที่เด็กจะดูดทิ้งไปประมาณ 20-30 มิลลิลิตร เพื่อให้เด็กได้ดูดนมแม่ส่วนหลังซึ่งจะมีปริมาณไขมันมากกว่าน้ำนมแม่ส่วนต้น ทำให้เด็กอิ่มนานไม่หิวง่ายไม่ต้องดูดนมบ่อย และระยะเวลาที่นมผ่านออกจากกระเพาะอาหารลงไปที่ลำไส้ช้าลง ช่วยลดการกระตุ้นการบีบตัวของลำไล้ ทำให้เด็กหลับนานและ การถ่ายจะห่างขึ้น

 

- ถ้าให้นมผสมและอาการถ่ายไม่ดีขึ้นหลัง 3 วัน อาจจะต้องเปลี่ยนเป็นนมที่มีน้ำตาลแล็คโตสต่ำ เช่นนมวัวที่ไม่มีแล็คโตส คือ โอแล็ค อัลมิรอน หรือถ้าจำเป็นก็อาจเจือจางนมลงเท่าตัว แต่ไม่ควรให้นมที่เจือจางนานติดต่อกันเกินหนึ่งหรือสองวันเพราะจะทำให้เด็กขาดอาหารได้

 

- หากเด็กท้องเสีย จากการแพ้อาหารหรือนม ควรหลีกเลี่ยงการให้อาหารนั้นและถ้าจำเป็นแพทย์อาจแนะนำให้เปลี่ยนนมให้เด็ก

 

- กรณีที่ท้องเสียเป็นเวลานานๆ และเด็กมีน้ำหนักตัวลดลงมาก การรับประทานโจ๊กวิจัย ซึ่งเป็นผลการศึกษาของงานโภชนาการ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (โรงพยาบาลเด็ก) กรมการแพทย์

 

 

         สูตรโจ๊กวิจัย

 

1.ข้าวสาร 100 กรัม

 2.เนื้อไก่ล้วน 60 กรัม

3.น้ำมันพืช 3 ช้อนชา

4.เกลือป่น 2 ช้อนชา

 

          วิธีทำ

 

ต้มข้าวใส่น้ำประมาณ 7 ถ้วยตวงเมื่อข้าวสุก ใส่เนื้อไก่ น้ำมันพืช และเกลือป่น ต้มอีก 10 นาที ถ้ามีเครื่องปั่น ให้นำเข้าเครื่องปั่นจนละเอียด ถ้าไม่มี ต้องต้มข้าวให้เปื่อย แล้วนำมาครูดผ่านกระชอน ส่วนผสมนี้จะได้โจ๊กข้นประมาณ 650 กรัม ให้พลังงานประมาณ 620 แคลอรี่ ส่วนผสมนี้ใช้รับประทานได้ทั้งวัน

 

 

  **สามารถเตรียมได้ง่าย ช่วยให้เด็กมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเร็ว และหายจากท้องเสียเร็ว

 

                              

 

 

              การป้องกัน

 

1.เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

 

2.ถ้าจำเป็นต้องเลี้ยงเด็กด้วยนมผสมคุณต้องดูแลทำความสะอาดอุปกรณ์ในการเตรียมนมอย่างดี ล้างมือให้สะอาดก่อน เตรียมนม ไม่ใช้นมผสมที่เตรียมไว้นาน ๆ โดยมีแช่ตู้เย็น

 

3.เมื่อเตรียมอาหารและน้ำให้ลูก ควรดูแลความสะอาดของอาหาร น้ำ และภาชนะที่ใส่อย่างดีโดยเฉพาะผลไม้ เช่น ส้มควรล้างให้แน่ใจว่าสะอาดจริง อาหารต้องปรุงสุกใหม่ๆ ไม่มีแมลงวันตอม ล้างมือให้สะอาดก่อนที่จะป้อนอาหารลูก

 

4.ดูแลความสะอาดของลูกให้ดี ล้างมือบ่อย ๆ โดยเฉพาะช่วงที่ลูกหยิบของเข้าปาก ตัดเล็บให้สั้น

 

5.ดูแลทำความสะอาดที่พักอาศัย ของใช้ ของเล่น ของลูกอย่างสม่ำเสมอ ของเล่นควรล้างทำความสะอาดหรือเช็ดแล้วผึ่งแดดเป็นประจำ  ถ้ามีสมาชิกในบ้านท้องเสีย ควรเข้มงวดในการดูแลความสะอาดภายในบ้านเพิ่มขึ้น

 

                 

 

 

 


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

- ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย