เรากลับบ้านด้วยเหตุผลใดบ้าง
หรือเพราะความอ้างว้างจากเมืองใหญ่
หรือเพราะบาดแผลแห่งน้ำใจ
จากผู้คนที่บอดใบ้ไม่ใยดี
หรือเพราะรักและหลงรักไม่รู้จบ
จึงกลับมาแนบซบแห่งวิถี
เพียงเพราะบ้านคือความเบิกบานอันมากมี
อดีต วันนี้ และพรุ่งนี้ไม่เปลี่ยนแปลง
มีคำตอบใดในดวงใจของเราบ้าง
ยิ่งโตยิ่งเดินทางหลากหลายแห่ง
หมื่นล้านหลักชัย หมายมั่นแสดง
บทเรียนราคาแพงทิ่มแทงใจ
วันนี้,เรากลับบ้านด้วยเหตุผลใดบ้าง
คั่นกลางความอ้างว้าง-ใช่หรือไม่
มาเติมเต็มวิถีที่แสนไกล...
ก่อนโบยบินจากไปในวันเวลา
หรือด้วยเหตุแห่งผลกลใดหนอ
หัวใจจึงร่ำรอขอหวนหา
ไกลแสนไกลยังคงหวนทวนกลับมา
คำถามนี้ มีค่า...หรือไม่มี...
...
งดงาม...
แทงใจเหลือเกินครับอาจารย์
คิดถึงพ่อ กับ แม่ ครับ ;)
เข้ามาทักทายด้วยความระลึกถึงค่ะ...
อยู่ที่นี่เพราะเหตุนี้ค่ะ..."เมืองใหญ่เมืองนี้เป็นเวทีสู้...บ่ได้เป็นที่อยู่ของใจ..."
และอยากกลับบ้านด้วยเหตุผลนี้ค่ะ..."บ้านเฮาร่มเงาป่าไพร...ยังเป็นจุดหมายที่ใจร่ำหา..."
จากบทหนึ่งของเพลง...มาจากดิน-ต่าย อรทัยค่ะ...
-----------
ขอบพระคุณมากค่ะ
บ้านเกิด ที่สำหรับจุดเริ่ม และการเติมเสริมพลังใจครับ
สวัสดีครับ หนานเกียรติ
ผมไม่ค่อยได้กลับบ้านนัก..
ในเทศกาลแห่งความสุข ยิ่งไม่ค่อยได้กลับบ้าน เพราะมีราชการให้ปฏิบัติอย่างเนืองนิจ
แต่วันนี้..ผมกลับบ้าน..
เพราะเทศกาลแห่งความเศร้า..
มันคือการจากลาอย่างไม่หวนกลับของใครสักคน
นั่นคือ แรงคิดที่ทำให้ผมต้องเขียนลำนำนี้แบบสดๆ..
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ..อ.Wasawat Deemarn
บ้าน-มีคนที่รอให้เรากลับไปทักทาย ดูแล..เยี่ยมเยียนเสมอ
บางที เราก็กลับช้าไป...เหมือนกัน
ตอนนี้เลยรู้สึกอยากกลับบ้านทุกๆ สัปดาห์เลยทีเดียวครับ
ขอบคุณครับ
สำหรับคนไกลบ้านอย่างหนู บอกได้คำเดียวว่าซึ้งค่ะ
อ่านบันทึกนี้แล้วทำให้นึกถึงที่Christian Morgenstern กวีชาวเยอรมันบอกไว้ว่า
Home is not where you live but where they understand you.
ประทับใจบทกลอนนี้มากค่ะ ขอเก็บเอาไปส่งต่อให้เพื่อนนะคะ
คิดถึง บ้านค่ะ อาจารย์
กลับบ้านทุกเสาร์ อาทิตย์เลยค่ะ
เมื่อเหนื่อยใจก็อยากไปที่บ้านบ้าง
แสนอ้างว้างต้องห่างบ้านในคืนเหงา
เมื่อเหนื่อยหนักหยุดพักใจที่บ้านเรา
ให้เขารู้ว่าบ้านเรายังมีกัน
สวัสดีค่ะมาอ่านกลอนที่ซึ้ง..และ ให้เขารู้ว่าบ้านเรายังมีกัน ของ ตาเหลิมชอบมากค่ะเพราะบ้านคือวิมานของเรานะคะ
สวัสดีค่ะ
ไม่ได้เข้ามาฝากรอยนานมาแล้วค่ะ อิ อิ อิ
สบายดีนะค่ะ
จะมาบอกว่า...
เหตุที่กลับบ้านเพราะเพื่อเติมพลังชีวิตให้พ่อแม่ค่ะ...
พร้อมทั้งมาเพิ่มพลังชีวิตของตัวเองเช่นกันค่ะ...
ขอบคุณค่ะ
ชีวิตต้องเดินก้าวไปมังคะ ที่ทำให้เราไกลบ้าน
แต่ความรัก ความอบอุ่น ยังอยู่ที่นั่น
เราจึงมักกลับบ้าน
เพื่อไปเติมพลังให้แก่ชีวิต
สวัสดีครับ พี่ Vij
เห็นด้วยนะครับ เมืองใหญ่เป็นเวทีต่อสู้ของชีวิต
เหมือนนิสิต นักศึกษาจำนวนมาก เรียนจบ รับปริญญาบัตร ต่างมุ่งหน้าเข้าไปเสี่ยงโชค เผชิญโชคตามเมืองใหญ่เพื่อเลี้ยงชีวิตและความฝันกันทั้งนั้น
นักเขียนท่านหนึ่งกล่าวไว้ในทำนองว่า "สักวันหนึ่งสายลมแห่งความคิดถึงจะพาเรากลับบ้าน"
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ อ.จารุวัจน์ شافعى
ไม่มีที่ใดจะเติมพลังชีวิตให้เราได้ดีเท่าบ้านอีกแล้ว...
นั่นคือ สิ่งหนึ่งที่ผมสัมผัสได้เช่นเดียวกับอาจารย์ นะครับ
สวัสดีครับ...หัวใจติดปีก
เรามักมีเหตุผลมากมายสำหรับการกลับบ้านในแต่ละครั้ง..ทั้งเพื่อการใช้ชีวิตและเพื่อชีวิตที่มีความหวัง พลังใจ.
แต่ผมกลับรู้สึกว่า ทุกครั้งที่กลับบ้าน-บ้าน ซึ่งหมายถึงคนที่บ้าน ไม่เคยเอ่ยถามสักคำว่า ผมคืนกลับมาด้วยเหตุใด เหนื่อยและบอบช้ำกับอะไรมาบ้าน...คำแรกที่มักได้ยินเสมอๆ นั่นคือ "กินข้าวมาหรือยัง" ..
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ น้องพอลล่า ♥paula ♥ที่ปรึกษาตัวน้อย✿
ขอให้มีความสุขกับการกลับไปหนุนตักอันแสนอุ่นของบ้านเสมอๆ นะครับ..
สวัสดี่ค่ะ
ดีใจจังเจอคนรักบ้านเกิดของตนเอง...นับถือสุดๆ..ขอให้มีความสุขทุกๆวันนะค่ะ..
บ้านคือที่แห่งเดียวที่เราสามารถแสดงถึงตัวตนที่แท้จริงของเรา
อบอุ่นและเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ของคนทำงานให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จ
สวัสดีค่ะ
- เรามักกลับบ้านเวลาต้องการความรัก ความมั่นคง ความอบอุ่น
- เพื่อชดเชยความขาดในสิ่งนั้น ..
- แต่อาจไม่ใช่เสมอในบางคน
เพราะบ้านมอบไออุ่นที่คุ้นฝัน
มีร่มเงาห่มรักพักผูกพัน
มีคืนวันปลอบขวัญมิหวั่นภัย
มีคุณค่าแห่งรักประจักษ์จิต
มีมิ่งมิตรเริงรื่นชื่นสดใส
มีคำพูดดีดีที่ปลอบใจ
เหนือสิ่งใดบ้านกูลเกื้อเอื้ออาทร....