ผู้เขียนมีนโยบายในการทำงานร่วมกันคือ จะไม่ลางานในวันที่ตรงกับวันสำคัญทางศาสนาของเพื่อนชาวพุทธ

    ตลอดระยะเวลาที่ทำงานมา 30 กว่าปี ผู้เขียนมี  นโยบายอย่างหนึ่งในการทำงานร่วมกันคือ  จะไม่ลาทุกประเภทในวันตรงกับวันสำคัญทางศาสนาของเพื่อนชาวพุทธ  ดังนี้ต่อไปนี้ คือ วันปีใหม่ วันสงกรานต์ วันลอยกระทง วันเข้าพรรษา ออกพรรษา และวันหยุดทางศาสนาของเพื่อนชาวพุทธ  และรับอาสา ขึ้นปฎิบัติงานแทนให้โดยตลอด 

 ปีนี้วันทำบุญรับตายายเดือนสิบ ตรงกับวันเสาร์ คืนวันศุกร์ ขึ้นบุญดึกเวรเปล ที่โรงพยาบาล ลงบุญดึกก็ไปเรียนที่ มรภ สข.(มหาวิทยาลัยราชภัฎ สงขลา) คาดหวังว่า ปีนี้ วันฮารีรายอของพวกเราชาวมุสลิมคงต้องเป็นวันจันทร์  แต่แล้วก็มีการประกาศออกบวช(วันอิดิลฟิตรี)เป็นวันอาทิตย์ ก็ทำให้ต้องมีภาระกิจทางสังคมศาสนาตามมาคือ ต้องรับซะกัรฟิตเราฮ์(รับบริจาค) แล้วนำมาจัดสรรปันส่วนให้ผู้มีสิทธิ์ได้เงินซะกัรนี้ ก่อนเวลานมาซอีดิลฟิตรี

   เพื่อต้องการพี่น้องได้จับจ่ายใช้สอยและได้มีเครื่องนุ่งห่มใหม่ๆใส่มาร่วมในวันรื่นเริง ผู้เขียนก็นำเงินส่วนนี้ใส่ซองไปเคาะประตูยื่นซองให้ทุกคนที่มีสิทธิ์  นึกๆไปคล้ายกับคืนหมาหอนของนักเลือกตั้ง แต่ที่ต่างกันกิจกรรมที่ผู้เขียนกระทำมันมีความสุขทั้งผู้ให้และผู้รับ

  มีเพื่อนๆเคยตั้งคำถามว่า"บุญ"คืออะไร ผู้เขียนให้คำตอบแบบกว้างๆไปว่า"กิจกรรมไดก็ตามถ้าเราทำแล้วรู้สึกดีมีสุข ไม่เดือดร้อนผู้อื่น คือ "บุญ " และกิจกรรมไดก็ตามที่เราทำแล้วมันร้อนรุ่มกลุ้มใจ ถึงไม่เดือดร้อนผู้อื่น ไม่เป็นบุญ 

 เสร็จภาระทางสังคมศาสนา ก็มาอยู่บุญดึกที่ โรงพยาบาลอีก ลงบุญดึกก็ไปนมาซอิดิลฟิตรีที่ โรงเรียนศาสนูปถัมภ์

แล้วต้องไปนำเสนองานเรื่อง"ภาวะผู้นำ"ของ อาจารย์ นิรัตน์ จรจิต ทั้งๆที่จิตใจอยากรื่นเริงพักผ่อนในวันอันประเสริฐกับครอบครัว แต่วันนี้ ถ้าไม่ไปนำเสนอและไม่ส่งงานก็ไม่มีโอกาสอีกแล้วเพราะเป็นวันพบกันชั่วโมงสุดท้ายของภาคการเรียนนี้ มีความยุ่งยากกังวลใจพอสมควรเป็นอาการ "เหนื่อยใจ"  แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี เหมือนดั่งที่เอกองค์อัลเลาะฮ์ได้ทรงกล่าวว่า "ในความยากลำบากนั้น มีความสะดวกและสบายอยู่"  หายเหนื่อยแล้วครับพี่น้องกับบันทึกนี้ตอนนี้.......