เราพักรับประทานอาหารกันหลังจากตะวันเลยหัวไปทางทิศตะวันตกพักใหญ่ มีเพียงบางคนบ่นหิว ขณะที่สมาชิกจำนวนมากยังไม่อิ่มกับความรู้ที่ได้รับจากผู้ใหญ่พิกุล ขันทัพไชย วิทยากรผู้มาแลกเปลี่ยนในกิจกรรมข้างต้น แต่ก็ต้องพัก เพราะขนบเราเป็นเช่นนี้

     กิจกรรมต่อมา คือ “พบปราชญ์ชาวบ้านเรียนรู้เสริมรากฐานจากชุมชน”

     กิจกรรมนี้มีรายละเอียดที่น่าสนใจเป็นอันมาก ผมไม่ขอเล่าในที่นี้ ซึ่งหากมีจังหวะจะเขียนบันทึกมาแลกเปลี่ยนภายหลังครับ

     เราพักรับประทานอาหารกันหลังจากตะวันเลยหัวไปทางทิศตะวันตกพักใหญ่ มีเพียงบางคนบ่นหิว ขณะที่สมาชิกจำนวนมากยังไม่อิ่มกับความรู้ที่ได้รับจากผู้ใหญ่พิกุล ขันทัพไชย วิทยากรผู้มาแลกเปลี่ยนในกิจกรรมข้างต้น แต่ก็ต้องพัก เพราะขนบเราเป็นเช่นนี้

     แม้ว่าผมจะเอร็ดอร่อยจากอาหารกลางวันที่ทีมงานจัดให้ ซึ่งความพิเศษของอาหารกลางวันมื้อนี้อยู่ที่ข้าวสวยที่หุงจากข้าวกล้อง ที่ ดร.แสวง (ใช้ภรรยา) หุงมาให้มวลสมาชิกรับประทาน

     แต่การรับประทานอาหารกลางวันวันนี้ ก็อิกลิกในหัวใจผมไม่น้อย

     ผมเห็นกล่องโฟมจำนวนมากจากการรับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยของพวกเรา (รวมทั้งผม) นี่ไม่นับถึงแก้วน้ำที่เราดื่มจากพลาสติก ที่เราดื่มเพียงพอหายกระหาย

     ถ้าจะให้ผมเสนอแนะสำหรับการจัดกิจกรรมของ G2K ในครั้งต่อไป ประเด็นนี้จะเป็นประเด็นสำคัญที่ผมกราบกราน...

     พวกเราคุยกันเพลินมากในช่วงรับประทานอาหารกลางวัน (จริง ๆ แล้วคุยเพลินยังไม่จบมาตั้งแต่ตอนพักกินกาแฟ...)

     ช่วงพัก พอรู้ว่าใครเป็นใคร (ไผเป็นไผ) การพูดคุยแลกเปลี่ยนยิ่งเข้มข้นขึ้น มันและมีประเด็นมากขึ้น

     ช่วงบ่าย... ยังมิทันจะคุยจนหนำใจนอกรอบกับเพื่อนสมาชิก ก็ถูกเชื้อเชิญให้เข้าห้องประชุม

     กิจกรรมแรกในภาคบ่าย เป็นการพูดคุยเรื่องการปรับปรุงและการใช้งาน G2K

     ทีมดำเนินการแจกกระดาษให้พวกเราเขียนคำถามและข้อเสนอแนะในการปรับปรุง G2K ทั้งนี้แอบหยอดว่าจะมีรางวัลให้สำหรับคำถามและข้อเสนอที่โดน...

     ผู้ดำเนินการในช่วงนี้คือ ท่าน JJ และ อ.ขจิต ฝอยทอง และผู้ตอบปัญหาไขข้อข้องใจคำถามต่าง ๆ คือ ดร.ธวัชชัย

     นอกจากการไขข้อข้องใจจากมวลสมาชิกแล้ว หลายท่านได้ให้ข้อเสนอต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ในการปรับปรุง G2K ให้มีความน่าใช้งานมากยิ่งขึ้น

     จริง ๆ แล้วผมเข้าใจเนื้อหาในส่วนนี้ไม่มากนัก เพราะมีศัพท์เฉพาะทางเทคนิคค่อนข้างมาก และน่าจะเนื่องมาจากความใหม่ของการเป็นสมาชิก G2K

....

     กิจกรรมพับกระดาษเป็นกิจกรรมเกือบสุดท้าย ทางทีมงานได้เตรียมกระดาษไว้ให้สมาชิกฝึกหัดมากมาย หลากหลายสีสัน แน่นอนว่าวิทยากร คือ ดร.บัญชา  หัวหน้าแก็งค์ชมรมผู้หลงรักมวลเมฆ

     ผมแอบได้ยินมาว่า อ.ขจิต ซุ่มซ้อมฝึกฝนพับกระดาษจนดึกดื่นค่อนคืน เพื่อจะมาร่วมแจมเป็นวิทยากรในช่วงนี้ ผมเห็นแกสอนพับเสื้อให้กับสมาชิกเราหลายคน

     การฝึกพับกระดาษช่วงแรกของผมและเพื่อนสมาชิก เป็นการพับรูปปากจุ๊บ ๆ แม้จะเป็นการพับขั้นเบสิค แต่ก็ซับซ้อนเอาการ หลังจากพับตามการนำของ ดร.บัญชา จนกระทั้งได้ปากจำลองแล้ว ผมเอากระดาษแผ่นใหม่มาลองพับ ปรากฏว่าลืมไปแล้ว ต้องพึ่งน้องเอ๋-เสี๋ยวอวิ๋นให้สอนให้อีกรอบ

     พับปากเสร็จ ก็หันไปพับสุนัข มีสมาชิกมาหัดพับราวสามสี่คน ในขณะที่คนอื่น ๆ ก็ไปพับกระดาษอื่น ๆ ตามความสนใจ เช่น เสื้อ หัวใจ นก ฯลฯ

     เพื่อนสมาชิกจำนวนหนึ่ง เมื่อพับกระดาษได้สำเร็จก็ขอตัวกลับ จนสมาชิกในห้องประชุมเริ่มบางตา จนกระทั่งทุกคนสิ้นสุดการพับกระดาษ ดร.บัญชา ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนศาสตร์การพับกระดาษ ประกอบกับการนำเสนอด้วย Powerpoint

     ความรู้ที่ ดร.บัญชา นำมาแบ่งปันน่าสนใจมาก น่าสนใจขนาดทำให้ผมตะลึงอยู่ฟังจนจบทั้งที่เดิมตั้งใจจะกลับหลังจากพับกระดาษเสร็จ

     ไม่น่าเชื่อว่าศาสตร์การพับกระดาษซึ่งมีต้นตำรับมาจากญี่ปุ่นเมื่อหลายร้อยปีก่อน จะเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ มากมายมหาศาล ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ อย่างเรื่องการบายพาสหัวใจในร่างกายมนุษย์ ไปจนถึงอวกาศที่ใช้ศาสตร์การพับกระดาษทำแผงที่รับพลังงานแสงอาทิตย์ ฯลฯ

...

     หลังกิจกรรมพับกระดาษ ผมได้ตอบแบบสอบถามของทีมงาน ผมคิดเร็วเขียนเร็วตามสไตล์การกรอกแบบสอบถามเพื่อประเมินผลหลังสิ้นสุดการประชุมแบบทั่วไป

     ผมตอบไปว่าผมบรรลุความคาดหวังที่ตนเองตั้งไว้

     แต่พอกลับมาถึงห้องพัก ผมทบทวนคำตอบอีกครั้ง เกิดอาการลังเลไม่แน่ใจว่า จริงหรือที่บรรลุตามความคาดหวังที่ตั้งไว้

     ความคาดหวังประการแรก บรรลุแน่ ๆ เพราะมีโอกาสได้พบเพื่อนสมาชิก G2K ตัวจริง ๆ เป็น ๆ หลังจากที่รู้จักในโลกไซเบอร์ แม้ว่าจะผิดหวังนิดหน่อยที่มิได้พบสมาชิกท่านนึงที่ปรากฏชื่อว่าจะมา แต่ท่านก็ไม่ปรากฏกายในที่ประชุม

     ผมคิดหนักสำหรับความคาดหวังที่จะรู้เรื่อง “ความรู้” และ “การจัดการความรู้” ในทัศนะของ G2K ผ่านการแลกเปลี่ยนของบรรดาสมาชิกที่เข้าประชุม นั่นแสดงว่าผมตอบแบบสอบถามไปแบบชุ่ย ๆ ไม่ทันได้คิด

     หลังจากได้ไตร่ตรองทบทวนแล้ว สิ่งที่ผมตอบแบบชุ่ย ๆ ไปนั้นก็มิใช่คำตอบที่ผิดนัก

     ผมทบทวนคำตอบสำหรับคำถามหรือความคาดหวังไว้อย่างนี้ครับ

     ประการแรก อะไรคือ “ความรู้” ที่แลกเปลี่ยนในวงประชุม จากที่นั่งฟัง รวมทั้งการแลกเปลี่ยนของตัวเอง

     ความรู้ในที่นี้น่าจะมีสัก ๔ ประการได้แก่ ความรู้เพื่อชีวิตที่ดีงาม ความรู้เพื่อการยังชีพ ความรู้เพื่อประดับปัญญา และความรู้เพื่อการจัดการความรู้ (ทั้งหมดนี้ไว้จะมาขยายความในวันหลังนะครับ...)

     ประการที่สอง “การจัดการความรู้” คืออะไร อย่างไร เท่าที่ผมเห็นในวงส่วนใหญ่เป็นการบอกเล่า แบ่งปัน ซึ่งประเด็นนี้ผมเองยังไม่เข้าใจหรือเข้าไม่ถึงมากนัก

...

     งานเลี้ยงเลิกลาไปแล้ว มวลสมาชิกกลับไปสู่สังคมปกติของตัวเอง

     G2K คงมีเรื่องเล่า เรื่องราวจากงานนี้ให้คึกคักไปอีกพักใหญ่ รวมทั้งบันทึกนี้