การสร้างเสริมสุขภาพผ่านกระบวนการคุณภาพเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

 

สวัสดีค่ะ ชาว SHA และชาวโกทูโนว์ที่รักทุกท่าน ว่างจากงาน Gotoknow สัญจร ก็เชิญมาอ่านบันทึกของพอลล่าบ้างนะคะ อิอิ ...เรียกคะแนนก่อนบันทึกซะงั้น อิอิ

สองรพ.แรกในโครงการที่พอลล่าและทีมงาน SHA ได้ร่วมเรียนรู้ ในนามของสรพ. เพิ่งจะได้คำแปลมาจากท่าน นพ.สุรชัย ผู้เยี่ยมสำรวจขั้นเทพว่าสรพ.คือสถาบันรักและเรียนรู้ร่วมกับโรงพยาบาล... เข้ากับ theme ของ SHA ได้อย่างงดงามมากมายทีเดียวค่ะ

หลังจากเข้าเยี่ยมเพื่อพัฒนารูปแบบของการเยี่ยมให้คำปรึกษาโดยการใช้วิธีการเข้าหาที่นำหน้าด้วยการค้นหาสิ่งดีๆ ที่น่าชื่นชม หรือ Appreciative Inquiry(AI) นั่นเองคะ เพื่อนำมาต่อยอดและกระตุ้นให้มองเห็นโอกาสพัฒนาเรื่องอื่นๆด้วยความเห็นชอบด้วยความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลเอง

ขอสรุปบทเรียนเพื่อเป็นการเรียนรู้ของตนเองในการทำงานหลังจากได้รับข้อมูลทั้งทางด้านผู้เยี่ยมสำรวจ ที่เป็นปรมาจารย์ของพอลล่า รวมทั้งจากรพ.ที่เป็นอาจารย์ของพอลล่าด้วยเช่นกัน ขอสรุปวิเคราะห์มาเป็นบทเรียนในการทำงานดังนี้ ค่ะ

          ได้เรียนรู้คำสองคำ  ที่ลึกซึ้งและมีความหมาย สื่อสารออกมาอย่างจริงใจและประทับใจโดย นพ.สุรชัย ในเวทีที่ท่านกล่าวกับรพ.แห่งหนึ่ง ที่เราได้เข้าเยี่ยม ว่า คำว่า “เชื่อใจ และ ศรัทธา” นั้นมีความหมายที่แตกต่างกัน

 

จากการที่เราคัดเลือกรพ.เข้าโครงการฯ เพราะเรามีความศรัทธาในรพ.ของท่าน ซึ่งรวมถึงศรัทธาองค์กร ผู้นำ เจ้าหน้าที่และทุกสิ่งที่ทุกอย่างที่ท่านมีคุณสมบัติเพียงพอ ของ SHAท่านมี การพัฒนาด้าน Spiritual(จิตวิญญาณ) Standard(มาตรฐาน) Suffiency Economy(แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง) safety (ความปลอดภัย)เพื่อที่จะพัฒนาคุณภาพให้ Sustain(ยั่งยืน)

 

แต่บางครั้งรพ.อาจเกิดความกดดันในความคาดหวัง ในความศรัทธา ของเรา พยายามเป็นเด็กดี และสร้างระบบการพัฒนาหรือระบบอะไรก็แล้วแต่ขึ้นมาเพิ่มเติมเพราะคิดว่าเป็นเรื่องใหม่ แต่หากเราช้าลงสักนิด คิดและทบทวนสิ่งที่มีในองค์กร คุณค่าของความดงามที่มีอยู่แล้วในองค์กร ซึ่งอาจจะไม่ได้มี 100% แต่ท่านก็มีความสุขและเห็นคุณค่าของสิ่งเหล่านั้น เรียนรู้และขยายผล ให้เกิดความสุขอย่างพอเพียง ซึ่งหมายถึง สมดุลย์ของความสุขเจ้าหน้าที่ ผู้รับบริการและองค์กร

 

SHA ไม่ใช่สิ่งใหม่ หากรพ.ท่านมี S บางตัวน้อยหรือไม่มี ก็ไม่จำเป็นว่าไม่ใช่ SHA เราพร้อมที่จะเรียนรู้ใน S ในที่ท่านภูมิใจเสนอ และขยายต่อไปยัง S อื่นๆ ตามบริบทและสถานการณ์ ความพร้อมของรพ. เช่นไปที่รพ.ซานคามิลโล

 มาพบว่า S ที่โดดเด่นมากๆ คือ Spirituality(จิตวิญญาณ) ซึ่งก็แน่นอนอยู่แล้ว เพราะ ดูจากชื่อรพ.ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น พบเรื่องราวของความดีงามในการทำความดี ที่ได้รับการปลูกฝัง หยั่งรากลึกของวัฒนธรรมของการทำบุญ เสียสละมาตามภาระกิจของโรงพยาบาลแงะปรัชญาที่น่ายกย่องว่าค่ะ“เราจะดูแลผู้ป่วยเสมือนแม่ดูแลลูกคนเดียวของตนที่กำลังป่วย”   

ปรัชญานี้ได้แทรกซึมไปทั่วทั้งองค์กรเจ้าหน้าที่รุ่นเก่ารุ่นใหม่ แพทย์ พยาบาล คนงาน พนักงานเปล ทำความสะอาด ล้วนแต่มีเรื่องเล่าการทำความดี ความงามในการทำงานอยู่เป็นเนืองนิตย์  หากเราหันกลับมามอง Standard หรือ Safety ที่อาจจะไม่ได้เป็นประเด็นหลักในการนำมาเชิดชู แต่รพ.ยังคงดำรงความมีมาตรฐานในระดับที่น่าพึงพอใจ เพราะบริบทเป็นรพ.ทุติยภูมิ ไม่ได้ดูแลโรคที่ซับซ้อนเร่งด่วน การผ่าตัดมีน้อยและไม่ได้เป็นรายฉุกเฉินมากนัก ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย

ข้อดี คืออุบัติการณ์ที่รุนแรง หรือความผิดพลาดทางการดูแลรักษาจะพบไม่มาก ศึกษาจากรายงานความเสี่ยงข้อมูลที่เป็นระดับความรุนแรงสูง G H I ไม่มีเลยในปีนี้ และอีกมุมหนึ่งก็คือ อาจจะเป็นผลเสียต่อศักยภาพของเจ้าหน้าที่ ที่จะประเมินกรณีมีผู้ป่วยเสี่ยงสูง ฉุกเฉิน มารับการรักษาที่จะประเมินเพื่อส่งตอได้อย่างรวดเร็ว ทันเวลา และได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม ก่อนส่ง ระหว่างส่งและหลังส่ง สิ่งนี้ทีมก็คงต้องนำมาพิจารณากันต่อไป

 

ส่วนทางด้านการทำงานกับชุมชนเพื่อให้ชุมชนยอมรับและเกิดสุขภาวะดังเป้าหมายสูงสุดของโครงการนั้น อาจจะเป็นระยะยาว เพราะทีมงานอาจจะพบข้อจำกัดในการทำงาน จากงานเดิม เป็นงานมูลนิธิที่เน้นชุมชนที่มีความสมัครใจ และยินดีร่วมมือแต่อยู่ไกลมากๆ หรือมีความขัดสนในหลายๆด้าน ที่ทีมได้ให้การช่วยเหลือเป็นกิจวัตรตามภาระกิจอยู่แล้ว หากทีมมีเวลานำพื้นที่ทีอยู่ใกล้เคียงโรงพยาบาลนำมาทบทวนเพื่อหาโอกาสช่วยเหลือเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง ที่ประสบปัญหาผู้ป่วยมารับบริการล้นรพ.ก็เป็นได้

 

ซึ่งทั้งนี้ก็แล้วแต่ความพร้อมของรพ.ต่อไป ที่สำคัญขอให้เชื่อใจ เราที่จะพาท่านขี่คอไปถึงฝั่งฝัน ด้วยกันกับเรา เราจะไม่ทอดทิ้งท่าน....ให้เดียวดาย เราจะพัฒนาเครื่องมือ มาให้ท่านได้มีความสะดวกและเห็นคุณค่าในการนำไปประยุกต์ใช้

สำหรับ รพ.ในดวงใจของสรพ.อีกแห่งหนึ่ง ที่เป็นความภูมิใจ ที่คัดเลือกมาด้วยความรักและศรัทธาอย่างเต็มเปี่ยมที่ได้เลือกรพ.แห่งนี้ เข้าร่วมโครงการฯ ทำให้พอลล่าได้เรียนรู้ว่า ความศรัทธาของเราอาจทำให้เขาเกิดความทุกข์ได้ ซึ่งเราควรจะรับรู้และประคบประคอง เยียวยาความรู้สึกทางด้านลบ ที่อาจเกิดจากปัญหาหลายๆ ด้านของรพ.ที่มีผลต่อการบั่นทอนสติสมาธิของบุคลากรในรพ.ให้ทำงานอย่างมีความสุขได้

 

โดยรพ.แห่งนี้ มีครบเครื่องไม่ว่าจะเป็น S ไหน  และที่สำคัญที่โดดเด่น คือพอลล่าได้เรียนรู้ การพัฒนาสิ่งแวดล้อมที่มากกว่าเรื่อง safety แต่เป็นสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยี่ยวยา Healing Environment  มากมายจากที่นี่ แสง สี ภาพ ความสงบ รวมอยู่ ณ ที่แห่งนี้

อาจจะมีจุดที่ต้องเพิ่มเติมเล็กน้อยเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ของการเยียวยาต่อไป ได้แก่ การสัมผัส การทบทวนโดยความประณีตของการใช้ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง เช่นการติดตั้งทีวี กริ่งสัญญาณในห้องน้ำ อาจจะทดลองดูหากเราเป็นผู้ป่วย เราจะสามารถใช้อุปกรณ์นั้นได้อย่างสะดวกหรือไม่

 

อีกตัวอย่างที่น่าชื่นชมของรพ.เสาไห้ คือความเข้มแข็งของชุมชน หากมองอย่างไม่เข้าข้างตัวเอง ไม่เอาเครื่องมือของเราไปจับเขา จะพบว่า คนที่ใช้เครื่องมือเราอย่างธรรมชาตินั้นคือ ชุมชน ชาวบ้านกลุ่มเกษตรกร ที่มีความเข้มแข็ง คิดโครงการเอง ทำเอง พัฒนาความรู้ความสามารถด้วยตนเอง ยึดปรัชญาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทาง สำหรับโรงพยาบาลนั้นมีหน้าที่เป็น SP(Strategic partner) ที่สำคัญ เรียนรู้ สนับสนุนชุมชน ให้เขาสามารถไปสู่ภาพฝันของเขาได้โดยเร็ววัน เพื่อสุขภาวะที่เป็นเป้าหมายร่วมกัน ของรพ.ละชุมชนนั่นเอง สิ่งนี้พอลล่าคิดว่า ทีมมีแนวคิดของการสร้างเสริมสุขภาพที่ชัดเจนและตรงประเด็น คือ ชาวบ้านคิดเองทำเอง จัดการเอง....ยอดเยี่ยมมากๆค่ะ ..

นอกจากนี้ alternative medicine หรือแพทย์แผนไทย ที่นี่มีผลงานของการรักษาที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่งค่ะ เพราะท่านผอ. ดูแลรักษาด้วยตัวของท่านเองมาโดยตลอด

เฮ่อ...เล่าเยอะไปเดี๋ยวคนอ่านจะเบื่อ เอาไว้เล่าวันหลังต่อนะคะ  สวัสดีค่ะ

จงรู้จักให้     รู้จักรัก

รู้จัก รอ        รู้จัก พอ

และรู้จัก เกรงใจ

ชีวิตนี้จะมีความสุข

สุนทรพจน์ ดีๆ จากรพ.เสาไห้ค่ะ

SHA ….. คุณค่าที่คุณคู่ควร จริงๆ ค่ะ

 ขอบคุณค่ะ