|

ปริญญา
คว้ามาใส่ ตรงรายชื่อ
เคยเชื่อถือ
วุฒิที่รับ ด้วยมาดมั่น
หลงนิยม ชมเชย
เยี่ยงเคยกัน
ว่าสำคัญ
เชิดหน้า ชูตาคน
รองเท้าส้น
ปนคราบ อาบผงฝุ่น
ไม่มีทุน
มากมาย ฝากให้เขา
อยากจะข้อง
ต้องรู้แจก ก่อนแลกเอา
มองรองเท้า
ก้าวเตะฝุ่น ว้าวุ่นใจ
ไม่มีเซ่น
ไม่มีสาย อย่าหมายเกี่ยว
ไปขับเคี่ยว
กับลูกท่าน หลานผู้ใหญ่
กลับไปชั่ง
หนังสือขาย ก็อายใคร
ผลสอบแข่ง
ไม่แจ้งใจ มันไม่จริง
มีความรู้
แต่ไร้เส้น ไปเน้นค่า
ปริญญา
เสริมปรุง ขาดรุ่งริ่ง
สมุดตำรา
สูงเนินขอน แทนหมอนอิง
เหลือความหยิ่ง
ของบัณฑิต กระจิ๊ดเดียว

ที่ก้าวย่าง
อย่างมาก หากเป็นได้
คือได้ใช้
ความแน่นหนัก แห่งศักดิ์ศรี
เกียรติบัณฑิต
(ไม่ได้นิยม) สมควรมี
คุ้มค่าที่
พรากเพียร ร่ำเรียนมา
กว่าสามปี
กับชีวิต นิสิตซ่าส์
เพื่อเมินค่า
กระดาษบาง เกือบจางเปล่า
บนเส้นทาง
ย่างยื้อแข่ง แห่งรอยเท้า
ที่ตัวเรา
ไม่เคยเซ่น เป็นพวกพ้อง

20
กว่าปีผ่านไป ระบบมันเคยเป็นยังไง
ก็ยังเป็นอยู่อย่างนั้น
เสมอต้นเสมอปลาย
เจ้าขุนมูลนาย เจ้ายศเจ้าอย่างวางมาด
จบปีแรก
ขันแข็งทำงานราชอยู่เกือบปี เดือนละ 2,795 บาท
ตามวุฒิปริญญาตรีในสมัยโน้น ก็ค้นหาความหมายในตัวเอง
ในที่สุดก็ตัดสินใจลาออก ต่อยอดคอมพิวเตอร์โปรแกรมมิ่ง
สมัยบุกเบิกที่ต้องกำหนดฟังชั่นชุดคำสั่งด้วยกระบวนภาษา
ทำงานเอกชนครั้งแรก
มีรายได้มากกว่าทำงานรัฐ 5 - 6 เท่า
พลาดพลั้ง ผ่านผิดชอบชั่วดี ล้มแล้วลุกใหม่ ตั้งต้นจากศูนย์
พอหน่วยกล้าขาแข็ง
ได้รับเลือกไปอบรมดูงานต่างประเทศ
ยังอ่อนใส วัยแรง
ก็เปลี่ยนงานบ่อย ทำงานสัปดาห์ละ 5 วัน
ปัจจุบันยังรับจ้างเอกชน
รายได้พอประมาณเลี้ยงดูลูกหลาน
ซื้ออาคารพาณิชย์3ชั้นในกทม.
ซื้อเรือน100ตรว.ที่ปทุมธานี
เปลี่ยนรถยนต์มือหนึ่งป้ายแดง 3 คัน
จากรายได้ของตนเอง
เป้าหมายในชีวิตคือการลงทุนเป็นเจ้าของกิจการของตนเอง
10 ปีมานี้
รายได้ก็ยังเพียงพออยู่ เพราะคิดดีว่ามันพอเพียง
รายได้คิดเป็น 35
เท่า เมื่อเทียบกับครั้งแรกที่เข้าทำงานรัฐ
ฆรินทุ์
..
|
ชอบประโยคนี้ค่ะ "พลาดพลั้ง ผ่านผิดชอบชั่วดี ล้มแล้วลุกใหม่ ตั้งต้นจากศูนย์" ต่อด้วย "สุดท้ายก็ได้ดี"
"ล้มแล้วลุกได้...แล้วได้ดี" ถือว่าเป็นยอดคนเลยน่ะค่ะ ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่นยังใช้ได้อยู่ค่ะ แต่อย่าขายศักดิ์ศรีของความเป็นคน
ลึกซึ้ง คมในความคิดมากครับ
จ้ะ .. รายได้จากการเป็นมนุษย์เงินเดือน ขี้ข้า(ฝรั่ง)บริษัทเอกชน ณ.วันที่ยื่นใบลาออก 28 กุมภาพันธ์ 2549 คือ เงินเดือน 77,000 บาท (ที่นายคนไทย ซึ่งคั่นระหว่างฆรินท์และนายฝรั่ง นายไทยเขาแป๊กเงินเดือน ไม่เสนอเลื่อนขึ้น ตั้ง 3 ปี)
ตั้งใจจะลาออกปี 2550 .. แต่เผอิญ ทาง สนงฬใหญ่ที่นิวยอร์ค เขามีโครงการอาสาลาออก meeting conference ผ่านจอทีวี เมื่อ มกราคม 2549 ก็เหมือนเตะหมูเข้าปากหมาน้อยตัวจ้อย ฆรินท์ก็เลยฉวยโอกาสเสนอชื่อตนเองเข้าลิสติ้งห้อยต่องแต่งไปกับพี่ๆวัยกว่าครึ่งร้อย เกือบไม่ได้รับการพิจารณา ก็ไปออดอ้อนวอนขอร้องแกมกระเง้ากระงอด จึงบรรลุสมอารมณ์หวัง
จากนั้น ตั้งแต่มีนาคม 2549 ฆรินท์ก็เริ่มทำตามฝันของตนเอง ดังนี้จ้ะ
วันที่ 9 - 13 กันยายน 2549 ก็ไปแสดงสินค้าโอทอปของตนและที่เลือกของเพื่อนๆโอทอปไปด้วย ที่สหรัฐอาหรับอามิเรตส์ รัฐดูไบ โดยผ่านการอนุเคราะห์จากกระทรวงพาณิชย์ ช่วยออกค่าน้ำหนักไม่เกิน 100 กก.โดยทางเรือ ค่ะ
จาก : ฆรินท์ มิ้น แห่ง เรือนพระจันทร์
http://www.LunarCot.com
[email protected]