ยังไม่หายวุ่นครับ ตอนนี้งานยุ่งมาก แต่เป็นการยุ่งอยู่กับที่ ไม่ได้ไปไหนครับอยู่ที่บ้านกับที่ทำงาน และดูเหมือนว่าที่บ้านจะอยู่นานกว่าที่ทำงาน เหตุผลคือ ที่บ้านสงบกว่าที่ทำงานเยอะเลย อยู่บ้านได้ปริมาณงานมากกว่าไปนั่งทำที่ห้องทำงาน (ประหยัดค่าไฟให้มหาวิทยาลัย ฮิฮิ)

เมื่อวานเป็นผู้ประเมินภายในให้กับสาขาวิชาภาษาอาหรับ เห็นความมุ่งมั่นของหัวหน้าสาขาวิชาคนใหม่ครับ และที่สังเกตเห็นจากการสัมภาษณ์นักศึกษาคือ นักศึกษารับรู้ถึงความมุ่งมั่นของหัวหน้าสาขาวิชาครับ ผมฟังในประเด็นนี้แล้วอดดีใจแทนหัวหน้าสาขาวิชาไม่ได้ครับ งานนี้เลยขอยกนิ้วชื่นชมครับ ส่วนผลประเมินของคณะกรรมการก็ไม่ได้ต่างจากที่สาขาวิชาประเมินตนเองเท่าไรครับ

ส่วนวันนี้ ผมหลับยาวครับ เนื่องจากค้างวันค้างคืนมาได้หลายวันแล้ว วันนี้ไม่ไหวจริงๆ และงานส่วนที่เหลืออยู่จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้สมอง ดังนั้นฝืนต่อไม่ไหวครับ ทางเดียวคืนนอนพัก ปรากฏว่าหลับยาว ตื่นมาละหมาดตอนเที่ยงวัน แล้วก็หลับต่อยาวมาถึงเย็นเลย ฮือ คืนนี้เลยละหมาดตารอวีฮ์จึงเต็มไปด้วยความสดชื่น (ออ. หลับยาวได้ทั้งวัน ก็เพราะวันนี้วันหยุดครับ)

เสร็จละหมาดก็ออกตลาดครับ ไปซื้อชุดใหม่ให้กับลูกๆ สำหรับวันรายา (บ้านผม) และวันรายอ (ของสามจังหวัด ฮิฮิ) ซื้อเสร็จ นึกขึ้นมาได้ว่า วันนี้มีงานอิฟฏอร์ (การรับประทานอาหารเพื่อละศิลอด) ซึ่งพร้อมกันสองงาน และคิดว่าผมคงต้องไปให้ได้สองงาน ทำไงดี 

(เห่อมากครับ ขึ้นรถมาก็ขอลองใส่กันอีกทีหนึ่ง)

เปลี่ยนจากรถยนต์มาเป็นมอเตอร์ไซด์ ขับเข้าไปในมหาวิทยาลัย เห็นรถท่านคณบดีอยู่หน้าตึกอิสลามศึกษา เลยไม่ต้องคิดมากครับ ผมก็ต้องไปงานนั้นก่อน แล้วค่อยไปอีกงานหนึ่ง (ต้องร่วมสองงานเหมือนท่านคณบดี)

งานแรกคือ งานอิฟฎอร์ของกลุ่มนักศึกษาสตูลครับ ไปถึงห้องประชุมก็ท่านคณบดีมาเป็นประธานเปิดงานอยู่ครับ ท่านกล่าวเปิดเสร็จ ก็ออกไปงานที่สองต่อ คือ อิฟฎอรของคณะ แน่นอนครับมาเปิดงานเฉยๆ ยังทานอะไรไม่ได้เนื่องจากยังไม่ถึงเวลา

ในงานนี้มีการบรรยายโดยท่านรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ท่านอ.มัสลัน มาหะมะ ท่านบรรยายท้าวความถึงการบรรยายในตอนกลางวัน (ซึ่งผมไม่ได้เข้า)

เอี๊ยะติกาฟ เป็นประเด็นสำคัญมากครับ โดยเฉพาะในสิบวันสุดท้ายของเดือนรอมฏอน ท่านรอซูลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และจริงจังมาก ท่านให้ปฏิบัติทั้งชายและหญิงเลยครับ แน่นอนหากจะถอดความรู้จากศาสนปฏิบัตินี้ จะเห็นว่า มันมีคุณค่ามาก ไม่ใช่แค่การเรียนรู้ แต่เป็นการฝึกตน สร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับคนๆ หนึ่งได้ครับ

มองย้อนไปว่า โดยปกติ การพัฒนาความรู้ของคนทำได้หลายรูปแบบมาก ปัจจุบันเรามีเครื่องไม้เครื่องมือเพื่อให้เข้าถึงความรู้ได้ง่ายขึ้น (ผมเองทำรายงานวิจัย สามารถโหลดหาหนังสือได้แค่ทำงานอยู่ที่บ้าน ไม่เหมือนสมัยก่อนที่ต้องไปอยู่ในห้องสมุด) แต่ในความจริง ความรู้่ที่ได้รับเหล่านั้นยังไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ เพราะการเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มจากภายในของคน ต้องสร้างจิตใจที่พร้อม แล้วทุกอย่างจะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งเครื่องมือที่ท่านรอซูลใช้มาตลอดการเผยแพร่ศาสนาของท่านคือ การเอี๊ยะติกาฟ ครับ ซึ่งแน่นอนครับ สิบวันนับตั้งแต่วันพฤหัสนี้เป็นต้นไป มหาวิทยาลัยอิสลามยะลาจึงให้ทั้งบุคลากรและนักศึกษาสู่การพัฒนาจิตใจเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงด้วยความรู้

ซึ่งอันนี้เลยเป็นภาระหนักของผมช่วงนี้ครับที่จะต้องเคลียร์ทุกอย่างให้เสร็จก่อนวันพฤหัส ฮือ ซึ่งตอนนี้เดาว่าน่าจะเสร็จไม่ทันครับแน่ครับ คิดว่า เสร็จจริงๆ ต้องวันศุกร์ นี่คือความทุกข์ใจของผมช่วงนี้ครับ

ออ. อีกประเด็นหนึ่งที่ท่านรองอธิการบดีพูดถึงคือ การสำนึกผิด ซึ่งท่านอ้างอิงถึงท่านอุบัยด์ที่กล่าวว่า การสำนึกผิดต้องระวังจะตกเป็นเครื่องมือของมารร้าย เพราะความจริงของการสำนึกตน คือ ต้องมีการปรับเปลี่ยนตนเองไปในทางที่ดีกว่า การหยุดอยู่เพียงการสำนึกตนคือการตกเป็นเครื่องมือของมารร้ายครับ 

เสร็จจากการฟังบรรยาย และขึ้นกล่าวอะไรเล็กๆ น้อยๆ ให้นักศึกษาสตูลฟัง ก็ขอตัวไปร่วมงานที่คณะครับ ไปถึงก็ได้เวลาอิฟฏอร์เลยครับ ละหมาดเสร็จก็มาร่วมรับประทานอาหารกัน รอบนี้เป็นข้าวมันแพะ สูตรที่ไหนไม่ทราบ สงสัยจะเลือกนั่งกลุ่มได้เหมาะครับ เพราะเป็นกลุ่มที่ไม่เติมข้าวเพิ่ม เสร็จสำรับเดียวก็หยุด ฮิฮิ อันนี้ชอบ ซึ่งบางทีบรรยากาศมันพาไปครับ ทานอาหารแบบนี้หลายๆ คน เิติมเอ้าเติมเอาจะไม่รู้ว่าทานเยอะขนาดไหน

ออ. ได้คุยกับท่านคณบดีสั้นๆ สองเรื่องครับ คือ เรื่องการอนุมัติให้ผมได้ลาเต็มเวลาเพื่อทำวิทยานิพนธ์ให้เสร็จ ท่านบอกว่าเริ่มตั้งแต่กันยายน อ้าว ไม่ได้ครับท่าน กันยายนได้ไง ก็เดือนนี้มันผ่านไปหลายวันแล้ว แถมผมมาทำงานเจ็ดวันเต็มมาสองสัปดาห์แล้ว ที่สำคัญเดือนนี้ยังต้องสอนอีกสองสัปดาห์ ต้องนับวันลาผมเดือนตุลาคมสิครับ ฮิฮิ (กลัวขาดทุนวันลา) อีกเรื่องหนึ่งก็ อนาคตของสาขาวิชาภาษาไทย สาขาวิชาที่ผมตั้งใจจะเปิดมาหลายปีแล้วครับ ขาดแต่อาจารย์จะมาสอน ไม่ครบตามเกณฑ์สักที ซึ่งปรากฏว่ารอบนี้ท่านคณบดีตั้งใจจะขับเคลื่อนในลักษณะของศูนย์ก่อน แต่ยังงัยก็คงต้องรอให้อาจารย์ฟูอาตกลับมาก่อน 

มีเวลาเท่านี้แหละครับ จะกลับไปนั่งเขียนรายงานต่อ รอมฏอนมุบาร็อกครับ