ข้าวสาก (ภาษาอีสาน) หรือ ฉลากภัตร

 

 

 

วันนี้  เป็นวัน ทำบุญข้าวสากหรือข้าวสลาก ( ฉลากภัต ) ตรงกับวันขึ้น15 ค่ำ เดือนสิบพอดี  ฉันได้รับฉันทานุมัติจากคุณแม่ซึ่งอยู่จังหวัดฉะเชิงเทรา   ให้เป็นผู้นำอาหารไปทำบุญข้าวสากที่วัด (กาฬสินธุ์) ที่มีอัฐิของคุณพ่ออยู่ที่นั่น โดยบอกว่าน้องสาวฝันว่าคุณพ่อหิวข้าว  ฉันจึงต้องรับคำทั้งที่ไม่เคยรู้เรื่องบุญข้าวสากมาก่อนว่ามีความสำคัญอย่างไร  ทำไมจึงต้องไปให้ได้  ทั้งๆที่ตอนเป็นเด็ก  พอถึงวันนี้คุณแม่จะพาห่อข้าวต้ม ขนมประเภทต่างๆ ใส่บาตรพระ  ส่วนคนที่ไปวัดคือคุณพ่อ  ไม่ได้สนใจหรือใส่ใจกับความหมายของวันนี้เลยสักครั้งเดียว

ไปถึงวัด  ฉันเห็นผู้คนมากมายตั้งใจมาทำบุญ  ทุกคนจะมีอาหารมาถวายพระและไม่ลืมที่จะมีอาหารหรือห่อข้าวน้อยมาให้คนที่รักหรือญาติ ผู้ล่วงลับไปแล้ว

สิ่งที่ฉันได้รับในวันนี้  มีทั้งความสุข  ความสงบของจิตใจ  และสะทือนใจ ฉันน้ำตาไหล เมื่อได้ฟังบทสวดสรภัญญะที่กล่าวถึงบุพการีที่ไม่มีญาติมาทำบุญในวันนี้  ท่วงทำนองที่เศร้าสร้อย  ทำเอาอารมณ์คล้อยตามไป  ให้นึกเสียดายว่าลืมมาทำบุญข้าวประดับดินเมื่อ 15 วันที่ผ่านมา

ความเอื้อเฟื้อและมิตรภาพ  ก็เกิดขึ้นที่วัดได้ในวันนี้  ญาติที่มีอัฐิอยู่ใกล้กันก็จะทักทายกัน  แบ่งข้าวปลาอาหารผลไม้มาให้แก่ผู้ล่วงลับ  เรียกให้มาทานข้าวด้วยกัน  

แต่ความใจร้อน  แข่งกับเวลา  เพราะพระท่านฉันท์เช้ามาก  จึงทำให้ฉันสะเพร่าทำสิ่งของหล่นหลุดมือได้ถึงสองครั้งสองครา 

ฉันได้กำหนดจิตตั้งสมาธิให้อยู่กับตัวแล้วค่อยๆ ขับรถกลับบ้านอย่างช้าๆ  โทรศัพท์หาคุณแม่รายงานให้ทราบว่าได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แล้ว  และสิ่งที่ได้รับนั้นมีมากล้น  จนฉันสัญญาว่าถ้าไม่ติดงาน  จะพยายามไปทำบุญที่วัดทุกวันพระ

ธรรมมะจากพระธรรมเทศนาที่ได้รับคือ  ทำบุญที่ไหนก็ได้ขึ้นอยู่กับใจของเรา  ทำไมเราต้องเดินทางไปทำบุญที่วัดดังๆไกลๆ  ในขณะที่มีพระเดินบิณฑบาตผ่านหน้าบ้านของเราทุกวัน    เรื่องของความกตัญญูกตเวทีต่อบุพการี  ทำไมเราต้องถวายแต่อาหารชั้นเลิศแต่พระภิกษุสงฆ์  ในขณะที่เทวดาในบ้านยังอดอยาก  พระท่านบอกว่า บิดาและมารดาคือเทวดาในบ้านของเรานี่เอง 

การจากไปของคุณพ่อ  ทำให้ฉันมีโอกาสได้เข้าวัดมากขึ้น  ฉันขอขอบพระคุณคุณพ่อมากค่ะ