การวิจัยเชิงประเมิน มีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างจากการวิจัยแบบอื่นๆ เนื่องจากการวิจัยทีเราเรียกว่า Academic Research นั้น มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างหรือต่อยอดองค์ความรู้เป็นหลัก แต่งานวิจัยเชิงประเมิน เป็นกระบวนการในการตัดสินคุณค่าของสิ่งที่ผู้วิจัยทำการประเมิน แต่จุดร่วมหนึ่งของการวิจัยทั่วไปและการวิจัยเชิงประเมินคือ การออกแบบการวิจัยซึ่งสามารถใช้ร่วมกันได้ ทั้งการออกแบบการวิจัยเชิงสำรวจ หรือการออกแบบการวิจัยเชิงทดลอง
บันทึกนี้อยากจะให้เป็นเกร็ดความรู้กับนักวิชาการ หรือนักศึกษาที่ต้องการทำการวิจัย แต่คิดหัวข้อวิจัยไม่ออก การวิจัยเชิงประเมินเป็นการวิจัยประเภทหนึ่งที่มีปัญหาวิจัยที่เด่นชัด ไม่ต้องทำการทบทวนเอกสารมากมาย เพื่อให้ประเด็นการวิจัยที่ต่อยอดองค์ความรู้เดิม การวิจัยเชิงประเมินต้องการเพียงสารสนเทศเชิงประเมินว่า โครงการ องค์การ หรือการกระทำใดๆ ของหน่วยงานนั้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปตามที่เจ้าของต้องการหรือไม่ ปัญหาวิจัยดังกล่าวมีความชัดเจนของมันแล้วว่า หากต้องการทราบว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงจริงหรือไม่ จะต้องมีการเปรียบเทียบกับเกณฑ์อะไรบางอย่าง เช่น ก่อนหรือหลังการดำเนินการมีทิศทางการเปลี่ยนแปลงอย่างไร เมื่อดำเนินการไปแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงไปตามเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่
แล้วนักวิจัยจะหาสิ่งที่ต้องประเมินอย่างไร? สำหรับกลุ่มที่เรียนทางรัฐประศาสนศาสตร์ ท่านสามารถดึงโจทย์นี้ได้จาก การกระทำของภาครัฐต่างๆ ที่ส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในภาคประชาชน เช่น การออกนโยบายการต่อต้านยาเสพติด หรือการออกกฎหมาย การกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
สำหรับกลุ่มที่เรียนทางบริหารธุรกิจ เช่น การตลาด การโฆษณา กลุ่มนี้สามารถมองเป็นการให้ intervention กับผู้บริโภค เพื่อเปลี่ยนแปลงการรับรู้ของผู้บริโภค เราก็สามารถใช้รูปแบบการทดลองมาใช้สำหรับการประเมินประสิทธิภาพ ประสิทธิผลของ intervention ที่กลุ่มธุรกิจใส่ไปก็ได้เช่นกัน
ดังนั้นหากมองให้ดี การวิจัยเชิงประเมินนั้นมีโจทย์วิจัยอยู่ทั่วไป สามารถค้นหาได้ง่ายกว่างานวิจัยเชิงวิชาการอยู่มาก และอยู่ในสภาพความเป็นจริงของสังคมมากกว่าการวิจัยทางวิชาการอีกด้วย