ค่ายรวมใจ ไทย-ญี่ปุ่น ปีนี้จัดไปเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ที่โรงเรียนบ้านไทยสามัคคี อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว สำเร็จเรียบร้อยโดยทางพูนพลังแทบไม่ต้องเหนื่อยอะไร ด้วยความสามารถและความสามัคคีของอาจารย์ ชาวบ้าน และน้องๆทุกคน อีกไม่นานอาสาสมัครพูนพลังคงจะได้มาเล่าเรื่องพร้อมด้วยภาพที่เก็บมาจากค่ายค่ะ

ระหว่างค่าย เลขาฯมีเรื่องสะดุดใจที่ไม่อาจปล่อยไปเฉยๆ พวกเราชาวค่ายมีโอกาสได้ไปเที่ยว ละลุ แหล่งท่องเที่ยวในอำเภอตาพระยาที่กำลังมาแรง ด้วยแท่งดิน กำแพงดินรูปร่างสวยแปลก ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ดีทีเดียว รถอีแต๊กที่พาเราไปดูละลุ ยังพาเราไปสถานที่อีกแห่งหนึ่งในหมู่บ้านเดียวกัน ที่เลขาฯเห็นแล้วก็อึ้ง

หลุมขุดหาของโบราณ

มุมหนึ่งในหมู่บ้านหนองผักแว่น มีรถมอเตอร์ไซค์จอดหนาแน่นผิดปกติ บริเวณใกล้ๆชาวบ้านกำลังขะมักเขม้นขุดหลุม บ้างก็ร่อนดิน พอชาวค่ายเดินตามไกด์หมู่บ้านเข้าไป หลายคนก็เปิดถุงหยิบสร้อยลูกปัดออกมาโชว์หลายเส้น ราคาเส้นละเป็นพันถึงเป็นหมื่น นอกจากนั้นยังมีหัวกริช หม้อแตก ฯลฯ ที่ว่ากันว่าเป็นของเก่าสมัยทวาราวดี (เมื่อประมาณ 3,000 ปีก่อน ตามที่ชาวบ้านเล่ามา) บางคนเล่าอย่างภูมิใจว่า สร้อยเส้นนี้มีคนไต้หวันจองแล้ว ลูกปัดโบราณใส่แล้วจะทำมาค้าขึ้น ชาวต่างชาติก็นิยมกันมาก

 ลูกปัด(ที่ว่ากันว่า)โบราณ

หม้อไห(ที่ว่ากันว่า)โบราณ

เลขาฯลองถามไกด์ที่พาไปดูว่า หน่วยงานโบราณคดีของรัฐไม่มาบ้างหรือ ก็ได้รับคำตอบว่า มาแล้ว แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเป็นที่ส่วนตัวของชาวบ้าน ที่ตอนนี้เปิดให้นักเสี่ยงโชคมาซื้อพื้นที่ขุดหาของเก่า เราจึงได้เห็นหลุมที่ขุดกันตามมีตามเกิดเรียงรายอยู่ทั่ว และเห็นของโบราณของบรรพบุรุษถูกขุดค้นขึ้นมาขาย และคงจะค่อยๆหายออกไปจากเมืองไทยทีละชิ้น ทีละชิ้น ...

ทราบมาว่าในอำเภอตาพระยายังมีอีกหลายพื้นที่ ที่ชาวบ้านพบหม้อไหและของโบราณต่างๆอยู่ในที่ของตัวเอง หรือว่าเราจะยังคงนั่งเฉยกันต่อไปจนกว่าของมีค่าทางโบราณคดีจะถูกลำเลียงส่งออกนอกไปจนหมด เหมือนปราสาทสด๊กก๊อกธม อ.โคกสูง ที่สุดท้ายพอบูรณะออกมา ปรากฏว่าเหลือทับหลังของจริงไว้ประดับปราสาทเพียงชิ้นเดียว !?