ครูใหญ่สอนนักเรียนโดยใช้ภูมิปัญญาไทย รากเหง้าของวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณี มาเชื่อมโยงบูรณาการกับชีวิตประจำวัน

เพราะท่านคือ...แสงสว่างทางปัญญา... "ครูใหญ่"

ตั้งแต่ฉันเขียนบันทึกถึงความทรงจำในวัยเด็ก ณ เวลานี้มาได้เขียนถึงครูที่อบรมสั่งสอนให้มีวิชาความรู้หลายท่านแล้ว... คงต้องเขียนถึงครูที่เป็นที่สุดในดวงใจเสียที  หลายคนอาจสงสัย เป็นที่สุดของหัวใจ ทำไมไม่เขียนถึงเป็นคนแรกล่ะ... โบราณกล่าวไว้ว่า ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม  เอ  ไม่ใช่ซิ ทีหลังดังกว่า โอ๊ย! จะอะไรก็ชั่งเถอะนะ... เพราะไม่สันทัดเรื่องสำนวน... เข้าเรื่องดีกว่า... เชิญติดตามเรื่องของครูใหญ่ในดวงใจ กันเถอะนะคะ

....มอบภาพนี้เพื่อบูชาครู....


       
บุคคลที่สำคัญที่สุดในโลก...(ใช้คำนี้คงไม่เวอร์เกินไปหรอกนะ...) ก็คือครูใหญ่ที่ฉันพูดถึงมาตั้งแต่ต้นอย่างไรล่ะคะ ที่ผ่านมาฉันพูดถึงท่านในภาพรวมของการทำงานในโรงเรียน แต่ยังไม่ได้พูดถึงชีวิตและครอบครัวที่ละเอียด ถึงเวลาที่จะเล่าถึงครูใหญ่เสียที มาร่วมรับฟังคุณงามความดีของท่าน พร้อมกับฉันกันเถอะค่ะ...

ครูใหญ่ท่านเปรียบเสมือนพ่อของฉันก็ว่าได้  ท่านหยิบยื่นโอกาสให้ฉัน...ได้เรียนหนังสือตั้งแต่ 5 ขวบ  ทำให้ฉันได้รับสิ่งดีๆ ในชีวิตการเรียนได้เรียนรู้ ได้มีเพื่อนที่ฉันคิดว่า เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในวัยเด็ก


        ท่านเป็นครูใหญ่ที่มีวิสัยทัศน์ เป็นผู้นำ ผู้บริหารที่ยอดเยี่ยม (เป็นผู้นำของผู้นำก็คงไม่ผิดนัก) ท่านมองไกล คิดไกล คิดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม จิตใจท่านงดงาม รักลูกศิษย์เหมือนลูกหลาน...ทุกวันนี้ฉันประพฤติปฏิบัติโดยมีท่านเป็นแบบอย่าง...จนเป็นครูใจดีของเด็กถึงทุกวันนี้

        ครูใหญ่สอนนักเรียนโดยใช้ภูมิปัญญาไทย รากเหง้าของวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณี มาเชื่อมโยงบูรณาการกับชีวิตประจำวัน   ครูใหญ่สอนได้ทุกวิชาอีกเหมือนกัน...ตั้งแต่ เลข สังคม ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม(พระพุทธศาสนา) ภาษาอังกฤษและดนตรีไทย... ครูคนไหนป่วย ลา หรือไปราชการ ครูใหญ่ก็จะทำหน้าที่แทน  วิชาประจำของครูใหญ่ คือ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และดนตรีไทย ครูใหญ่ชอบเล่านิทานที่เป็นคติสอนใจ กล่อมเกลาจิตใจให้เรามีความเมตตากรุณา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่...เวลาเล่านิทานครูใหญ่จะสมมตินักเรียนเป็นตัวละครในนิทาน และพูดคุยซักถามพวกเรา บางครั้งชอบหันมาถามนายช้าง... “ใช่ไหมมนตรี...” ครูคงกลัวลูกชายจะฟังนิทานเพลินจนหลับแน่เลย...เลยต้องคอยกระตุ้น  แย่เลยนะ..ช้าง...  ครูใหญ่สอนให้สวดมนต์ไหว้พระและนั่งสมาธิ  ครูบอกว่า “นั่งสมาธิ...จะได้เรียนหนังสือเก่งๆ

   

...ท่านปลูกและบำรุงทะนุถนอมกล้วยไม้เหล่านั้นให้ออกดอกอย่างงดงามและทรงคุณค่า..ซึ่งก็คือ ลูกศิษย์อย่างพวกฉัน

 

        ครูใหญ่เล่นดนตรีไทยได้ไพเราะมาก ฉันชอบฟังครูใหญ่สีซอ ตีระนาด  ครูใหญ่มักจะไปตีระนาดและสีซอกับวงปี่พาทย์ บนศาลาวัดทุกวันพระ...นี่แหละ...ครูใหญ่ที่รักและเคารพของฉัน  ท่านชื่อ คุณครูเสงี่ยม  สาตรจำเริญ  ตอนนี้ท่านเกษียณราชการแล้ว...ท่านยังแข็งแรงและสง่างามเหมือนเดิม คงเป็นเพราะคุณงามความดี ที่ท่านสร้างไว้ บวกกับจิตใจที่ดีงาม ส่งผลให้ท่านมีความสุข และครอบครัวของท่านก็น่ารักทุกคน  ซึ่งฉันก็รักและเคารพทุกคนในครอบครัวของท่าน คือ ป้าหรั่ง (ภริยาของครูใหญ่ ซึ่งชอบพอกันดีกับแม่อุ๊ย และแม่ของฉัน) ลูกๆ ของท่าน คือ พี่สมเกียรติ พี่ชูกลิ่น และมนตรี หรือคุณชาย...ช้าง เพื่อนของฉัน...

        ทุกวันนี้ฉันก็ยังเคารพรักครูใหญ่ หรือพ่อเสงี่ยม ป้าหรั่ง พี่สมเกียรติ พี่ชูกลิ่น นายช้าง และไม่มีวันที่ฉันจะหมดรักครอบครัวที่แสนดี ครอบครัวนี้ “ครอบครัวสาตรจำเริญ”

ขอมอบกลอนบทนี้.สำหรับครูผู้ใหญ่ใจดี

เป็นผู้ใหญ่ใจดีที่น่ารัก

คนรู้จักประทับใจใคร่นับถือ

ชวนระลึกปรึกษาและหารือ

เพราะท่านคือ...แสงสว่างทางปัญญา

ประสบการณ์ท่านมากหลากความรู้

เปรียบประตูเปิดให้ไขปัญหา

ช่างงดงามความคิดจิตเมตตา

น้อมวันทาผู้ใหญ่จิตใจงาม

 

 ด้วยความรัก เคารพและคิดถึงคุณครูค่ะ

 

        ยังมีคุณครูที่ฉันรักอีกหลายท่าน...ที่ไม่ได้กล่าวถึง  ครูถวิล ครูสมทรง ครูบวรศักดิ์ คุณเรวดี  ล้วนแต่เป็นครูที่น่ารักทุกคน ซึ่งฉันไม่เคยลืมท่านเหล่านี้เลย...

        คุณล่ะ...มีคุณครูที่คุณรักและประทับใจตอนวัยเด็ก...บ้างไหม?  เล่าให้ฟังบ้างนะคะ...