ชื่อเรื่อง รายงานผลการพัฒนาทักษะการอ่านเพื่อจับใจความ โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านและแบบฝึกทักษะการอ่านเพื่อจับใจความ วิชาภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ 33101 นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ โรงเรียนสหัสขันธ์ศึกษา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2551
ผู้ศึกษ นางสาวนลิน นาถ้ำพลอยโรงเรียนสหัสขันธ์ศึกษา อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำและพัฒนาหนังสือส่งเสริมการอ่านและแบบฝึกทักษะการอ่านเพื่อจับใจความ วิชาภาษาอังกฤษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสหัสขันธ์ศึกษา จำนวน 5 เรื่อง ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 ศึกษาดัชนีประสิทธิผลทางการเรียนของนักเรียนโดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านและแบบฝึกทักษะการอ่านเพื่อจับใจความ วิชาภาษาอังกฤษ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2551 ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนที่เรียนด้วยหนังสือส่งเสริมการอ่านและแบบฝึกทักษะการอ่านเพื่อจับใจความ วิชาภาษาอังกฤษ และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2551 โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านและแบบฝึกทักษะการอ่านเพื่อจับใจความ วิชาภาษาอังกฤษ โดยทำการทดลองกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2551 โรงเรียนสหัสขันธ์ศึกษา อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1 จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวน 41 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้ามี 5 ชนิด คือ หนังสือส่งเสริมการอ่านและแบบฝึกทักษะการอ่านเพื่อจับใจความ วิชาภาษาอังกฤษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสหัสขันธ์ศึกษา จำนวน 5 เล่ม คือ 1.My hometown 2.Dinosaurs 3.Making model fossils of dinosaurs 4. Somtam & Kungten 5. Songkran Festival at Laem Nonwiset แผนการเรียนรู้โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านและแบบฝึกทักษะการอ่านเพื่อจับใจความ วิชาภาษาอังกฤษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 5 แผนการเรียนรู้ จำนวน 19 ชั่วโมง แบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน ของหนังสือส่งเสริมการอ่านและแบบฝึกทักษะการอ่านเพื่อจับใจความ วิชาภาษาอังกฤษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสหัสขันธ์ศึกษา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2551 แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยแผนการเรียนรู้โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านและแบบฝึกทักษะการอ่านเพื่อจับใจความวิชาภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2551 แบบแผนทดลองครั้งนี้เป็นแบบกึ่งทดลอง (Quasi Experimental Research) วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 หาค่าดัชนีประสิทธิผลทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านและแบบฝึกทักษะการอ่านเพื่อจับใจความ วิชาภาษาอังกฤษ โดยใช้วิธีของกูดแมน เฟลทเชอร์และชไนเดอร์ เปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษระหว่างก่อนการใช้และหลังการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านและแบบฝึกทักษะการอ่านเพื่อจับใจความ วิชาภาษาอังกฤษ โดยใช้ค่าสถิติ t-test (Dependent Samples) ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .01 วิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยแผนการเรียนรู้โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านและแบบฝึกทักษะการอ่านเพื่อจับใจความ วิชาภาษาอังกฤษ โดยใช้ค่าเฉลี่ย (Mean) เปรียบเทียบกับเกณฑ์ 5 คือ มีความพึงพอใจมากที่สุด มีความพึงพอใจมาก มีความพึงพอใจปานกลาง มีความพึงพอใจน้อย และมีความพึงพอใจน้อยที่สุด
ผลการศึกษาพบว่า (1) หนังสือส่งเสริมการอ่านและแบบฝึกทักษะการอ่านเพื่อจับใจความวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสหัสขันธ์ศึกษา ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น มีประสิทธิภาพเท่ากับ 81.02/82.26 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 75/75 ที่ตั้งไว้ (2) ดัชนีประสิทธิผลทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านและแบบฝึกทักษะการอ่านเพื่อจับใจความ วิชาภาษาอังกฤษชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสหัสขันธ์ศึกษา มีค่าเท่ากับ 0.5523 แสดงว่านักเรียนมีความรู้ด้านภาษาอังกฤษในเนื้อหาที่เรียนในภาคเรียนที่ 1 เพิ่มขึ้นร้อยละ 55.23 (3) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษก่อนการใช้และหลังการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านและแบบฝึกทักษะการอ่านเพื่อจับใจความ วิชาภาษาอังกฤษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสหัสขันธ์ศึกษา แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .01 โดยคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านและแบบฝึกทักษะการอ่านเพื่อจับใจความ วิชาภาษาอังกฤษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสหัสขันธ์ศึกษา ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น ทำให้นักเรียนมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษมากกว่าก่อนการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านและแบบฝึกทักษะการอ่านเพื่อจับใจความ วิชาภาษาอังกฤษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสหัสขันธ์ศึกษา และ (4) ความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยแผนการเรียนรู้โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านและแบบฝึกทักษะการอ่านเพื่อจับใจความ วิชาภาษาอังกฤษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสหัสขันธ์ศึกษา ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นโดยรวมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.60 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.30 ซึ่งหมายถึง นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ด้วยแผนการเรียนรู้โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านและแบบฝึกทักษะการอ่านเพื่อจับใจความ วิชาภาษาอังกฤษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสหัสขันธ์ศึกษา ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นอยู่ในระดับมากที่สุด
เป็นงานวิจัยที่ดีน่ะครับ