ฝนคงจะตกมาก่อนหน้านี้หลายวัน และน่าจะหนักหนาเอาการ เส้นทางที่ต้องฝ่าลุยไปบางช่วง ซึ่งนับว่าขับยากแล้วในเวลาปกติก็เพิ่มความยากลำบากอีกโข ทั้งคดเคี้ยว แคบ สูงชันและลื่น

     สายวันหนึ่งปลายเดือนกรกฎาคม ผมขับรถยนต์คู่ใจตามเส้นทางพหลโยธินจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ เพื่อที่จะเดินทางต่อไปบ้านเมืองน้อย อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ในวันรุ่งขึ้น

     ที่ต้องขับรถระยะทางเกือบ ๑,๐๐๐ ก.ม. เพราะรู้มาว่าปลายทางที่บ้านเมืองน้อย ถนนเข้าหมู่บ้านในช่วงต้นฤดูฝนเช่นนี้ เส้นทางที่คดแคบและลาดชันก็จะเพิ่มความยากลำบากในการขับขี่ไม่ว่ายานพาหนะชนิดใด การที่ฝนตกติดต่อกันหลายวันจะทำให้ถนนเฉอะแฉะ บางช่วงมีน้ำขัง บางช่วงน้ำเซาะผิวถนนเป็นร่องลึก ฯลฯ นอกจากรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อแล้ว ผมนึกไม่ออกว่ารถยนต์ขับเคลื่อนสองล้อแบบปกติจะเข้าออกพื้นที่นี้ได้อย่างไร จึงเป็นความจำเป็นต้องบึ่งเจ้า DMAX RODEO 4WD รถคู่ใจเดินทางไกลจากกรุงเทพฯ

     ในวันที่เงิน ๑,๐๐๐ บาท เติมน้ำมันดีเซลได้แค่ ๓๐ กว่าลิตร ผมต้องขับรถแบบประหยัดน้ำมันที่ความเร็วราว ๑๐๐ ก.ม. ต่อชั่วโมง ซึ่งแน่นอนว่าเวลายืดออกไปจากที่เคยขับจากกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ราว ๘ ชั่วโมง เป็นกว่า ๑๒ ชั่วโมง

     สายวันรุ่งขึ้นผมออกเดินทางจากตัวเชียงใหม่พร้อมเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่งมุ่งหน้าสู่บ้านเมืองน้อยตามเส้นทางเชียงใหม่ ปาย แม่ฮ่องสอน

     โชคไม่ค่อยดีนักเพราะฝนตกพรำตลอดทาง ผมต้องเพิ่มความระมัดระวังในการขับรถ เนื่องจากเส้นทางคดเคี้ยว ลาดชัน และเมื่อเจอน้ำฝนก็จะยิ่งทำให้ถนนลื่นเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุของรถยนต์ที่สัญจรไปมา ระยะทางจากแยกตลาดแม่มาลัยถึง อ.ปาย แค่เกือบ ๑๐๐ ก.ม. แต่ต้องใช้เวลากว่า ๒ ชั่วโมง

     ฝนหยุดตกเมื่อเราเดินทางถึง อ.ปาย และตกลงมาอีกครั้งเมื่อออกเดินทางเข้าบ้านเมืองน้อย เพื่อนรุ่นน้องผู้นั่งรถไปด้วยคงไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับฝนที่ตกลงมานัก แต่ผมเองรู้สึกกังวลใจเล็กน้อยกับเส้นทางที่จะเจอข้างหน้า แม้ว่าสมรรถนะของรถจะเต็มร้อยและประสบการณ์ขับรถในเส้นทางวิบากของผมเองในหลายเส้นทางรวมทั้งเส้นทางที่จะนำเราไปสู่ปลายทางภายในค่ำคืนนี้

     รถเริ่มไต่ความสูงขึ้นหลังจากออกจาก อ.ปาย ราว ๑๕ นาที ผมเห็นเพื่อนผู้น้องเริ่มนั่งเกร็ง สีหน้าเริ่มวิตก มือหันไปคว้าเข็มขัดนิรภัยมาคาดไว้ ผมเองทำได้แค่ชวนคุยแบบสบาย ๆ ให้หายวิตกกังวล

     ฝนคงจะตกมาก่อนหน้านี้หลายวัน และน่าจะหนักหนาเอาการ เส้นทางที่ต้องฝ่าลุยไปบางช่วง ซึ่งนับว่าขับยากแล้วในเวลาปกติก็เพิ่มความยากลำบากอีกโข ทั้งคดเคี้ยว แคบ สูงชันและลื่น

     ผมค่อยบังคับรถให้ลัดเลาะไปตามไหล่เขา ค่อยปีนเส้นทางบางช่วงที่ตัดขึ้นไปบนสันเขา บางช่วงก็ค่อยคลานลงบนทางลาดลงที่ดิ่งจมลงไปด้านล่าง ทั้งชันและลื่น ต้องแตะเบรคและทดเกียร์ต่ำในคราวเดียวกันเพื่อให้รถไหลลงไปยังถนนเบื้องล่างอย่างเชื่องช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้

     อันที่จริงแล้วการเดินทางจะยากลำบากกว่านี้หลายเท่า หากองค์การบริหารส่วนตำบลเวียงเหนือไม่ให้การสนับสนุนงบประมาณสำหรับการปรับปรุงเส้นทางเป็นระยะ ๆ ด้วยการทำถนนซีเมนต์เสริมไม้ไผ่ บางช่วงก็เทซีเมนต์ตลอดความกว้างของถนน บางช่วงงบน้อยแต่อยากให้ได้ความยาวมากที่สุด ก็ต้องลดพื้นที่ทางกว้าง ลาดซีเมนต์เฉพาะที่ล้อรถจะไต่ไปได้ราว ๕๐ ซ.ม. สองเส้นขนานกันไป พอที่จะให้รถยนต์ผ่านไปได้คราวละคันเท่านั้น หากจะมีรถสวนก็ต้องให้คันที่มาก่อนพ้นไปเสียก่อน ชาวบ้านเรียกถนนนี้ว่า ถนนสองเลน

     เส้นทางที่ลาดซีเมนต์นี้จะทำเฉพาะช่วงที่ลำบากจริง ๆ ซึ่งก็ไม่ครอบคลุมทั้งหมด บางช่วงก็ยังโหดเอาการอยู่ ดังที่ผมเกือบจะพลาดท่าตกเขาเหมือนกับรถยนต์ของชาวบ้านที่พลาดท่าหล่นลงไปหุบเขาด้านล่างเมื่อเกือบเดือนที่ผ่านมา วันนี้ซากรถยังกองเป็นเศษเหล็กอยู่เบื้องล่าง

     ช่วงที่ผมเกือบจะพลาดท่าเสียทีนั้นเป็นช่วงที่ถนนไต่สูงชัน ลื่นและเป็นร่องลึก ผมตัดสินใจไม่ไปตามร่องเดิมเพราะค่อนข้างลึก แม้ว่ารถผมจะสูงกว่ารถปกติแต่เห็นร่องแล้วก็ยังนับว่าลึก และด้านหนึ่งของร่องมีคันดินสูงอาจจะทำอันตรายแก่ตัวรถได้ กว่าจะรู้ว่าผมตัดสินใจพลาดรถก็ไปค้างเติ่งอยู่กลางเนิน ล้อทั้งสี่หมุนฟรีอยู่กับที่แล้วตัวรถค่อยไหลเลื่อนลงไปคาอยู่ในร่อง พยายามเร่งเครื่องก็ไม่เป็นผล ในที่สุดก็ค่อยถอยลงกลับไปตั้งหลักเสียใหม่

     การถอยรถกลับไปตั้งหลักใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย พอถอยรถพ้นจากร่องลงมาก็เจอกับสภาพถนนที่ชันโค้งและลื่น ดอกยางรถขณะนี้หายไปหมดเนื่องจากดินโคลนเข้าไปอุดจนมองไม่เห็นร่องรอย ทำให้รถไถลลงไปเบื้องล่างอย่างช้า ๆ เบรกใช้ประโยชน์ไม่ได้อีกต่อไป แม้ล้อไม่หมุนแต่น้ำหนักรถขนาด ๓๐๐๐ ซีซี ก็หนักพอที่ัวมันเองจะไหลลงสู่เบื้องล่างตามแรงดึงดูดของโลก ผมทำได้แค่บังคับพวงมาลัยไม่ให้รถไหลออกนอกเส้นทางหล่นลงเหวอย่างรถชาวบ้านที่เคยหล่นไปรออยู่เบื้องล่างแล้ว

     จนรถหยุดและเห็นว่าไม่พลาดท่าตกเหวแล้วก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก นั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัยกับลมหายใจตัวเองและกับเพื่อนผู้น้องที่ร่วมทางซึ่งขณะนี้นั่งนิ่งเกร็งไม่พูดไม่จา แต่ก็ยังเก็บอาการ (กลัว) ได้ดี นี่ถ้าเป็นคนอื่นคงวี้ดว้ายสนั่นดอยไปแล้ว

     ผมตัดสินใจใหม่ว่าไต่ลงร่อง หลังจากตรวจดูการเข้าเกียร์โลว์เพื่อความมั่นใจแล้วก็ค่อยเคลื่อนรถออกไป บังคับพวงมาลัยให้ล้อทั้ง ๔ ลงไปในร่อง แล้วเร่งคันให้รถพุ่งไปด้านหน้า ความไม่สม่ำเสมอของผิวและร่องถนนทำให้รถกระแทกซ้ายทีขวาทีจนอดสงสารมันไม่ได้ เสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มลั่นดอย ชั่วเวลาไม่ถึงนาทีที่รถพยายามไต่ขึ้นแต่ก็ให้ความรู้สึกยาวนานซะเหลือเกิน ในที่สุดเราก็ผ่านเนินนั้นมาได้อย่างอกสั่นขวัญแขวน

     ก่อนเข้าหมู่บ้านต้องผ่านลำธารเส้นหนึ่งที่ไหลตัดผ่านถนน น้ำสูงท่วมราว ๓ ใน ๔ ของความสูงของล้อ ทันทีที่รถแช่อยู่ในน้ำ ความร้อนของเบรกซึ่งเกิดจากการใช้งานมาตลอดทางกระทบเข้ากับความเย็นของน้ำก็เกิดไปไอน้ำพวยพุ่งขึ้นจากล้อทั้ง ๔ เหมือนรถลอยอยู่ท่ามกลางเมฆหมอก

     จะว่าไปแล้วผมมาบ้านเมืองน้อยค่อนข้างบ่อย บ่อยกว่าลูกหลานชาวบ้านบางคนที่ลงจากดอยไปร่ำเรียนบ้าง ทำงานบ้าง หลายคนไม่ค่อยได้กลับมาเยี่ยมบ้านเป็นแรมปี ผมมาถึงคราใดก็ประทับใจกับความงดงามของบ้านเมืองน้อยทุกที เป็นเสน่ห์ที่ทำให้ผมอยากกลับมาเยือนที่นี่อยู่ร่ำไป คนที่แพ้ภูเขา ทุ่งนา ท้องฟ้า ดวงดาว และแสงจันทร์อย่างผม แม้ว่าเส้นทางจะยากลำบากทุลักทุเลก็คุ้มค่าที่จะดั้นด้นไปให้ถึง

     เรา หมายถึงผม เพื่อนผู้น้องและเฉาก๊วยรถคู่ใจผม เดินทางถึงบ้านเมืองน้อยราวหกโมงเย็น ระยะทางจากปากทางเข้าเมืองน้อยถึงหมู่บ้านระยะทางราว ๒๓ ก.ม. แต่ต้องใช้เวลาเดินทางกว่า ๒ ชั่วโมง ถ้านับรวมเวลาการเดินทางจากเชียงใหม่ก็ปาเข้าไปเกือบ ๖ ชั่วโมง

     แม้ว่าจะขับรถมาไกลแสนไกล นานแสนนาน แต่ทันทีที่เข้าเขตหมู่บ้านเห็นภูเขาสูง ทุ่งนาเขียวขจีอยู่ระหว่างหุบเขา เถียงนาหลังน้อยกระจายอยู่ในทุ่งนา ควายแทะเล็มหญ้าอย่างอารมณ์ดี ลำน้ำปายไหลอยู่ข้างทาง ความดีใจของชาวบ้านที่เห็นเรามาเยือน (อีกแล้ว) นี่ก็เพียงพอสำหรับการหายเหน็ดเหนื่อยแล้วครับ