"อาจารย์จารุวัจน์ มานั่งข้างหน้าเลยครับ"

คำเรียกแรกภายหลังจากที่ผมและท่านอาจารย์ Ibm ครูปอเนาะ ได้รับแนะนำให้นั่งแถวที่สะดวกที่สุดในการลุกนั่ง มันคือแถวหลังสุดของห้องนั่นเองครับ ซึ่งผมก็ว่า เหมาะดี เนื่องจากมานั่งเรียนนั่งอบรมแบบขอเข้ามาร่วม (ฮิฮิ เกรงใจนิดหนึ่ง) แต่อดไม่ได้ที่จะขอเข้าร่วมอบรม เพราะด้วยนามชื่อของวิทยากรในการอบรมครั้งนี้ครับ ซึ่งก็ไม่ได้ผิดหวังเลยเนื่องจากผู้จัดอย่างท่านเมตตา ชุมอินทร์ และทีมงานแห่ง มอ. ยินดีที่จะให้เข้าร่วมกิจกรรมด้วย ต้องขอบคุณเป็นอย่างยิ่งครับ

ออ. คำเรียกข้างต้นมาจากท่านวิทยากรที่ผมอยากรับฟังจากท่านมาหลายเพลาแล้วครับ นั่นคือท่านอาจารย์JJ P นั่นเองครับ ซึ่งนับได้ว่าสามปีแล้วกระมังที่ผมเรียนรู้จากท่าน แต่ยังไม่เคยได้พบพานตัวจริงๆ ตัวเป็นๆ สักที ซึ่งจากคำเรียกนี้ ผมเลยต้องลุกไปนั่งเสียแถวหน้าสุดเลยครับ

ความจริง ผมอยากเข้าไปกอดอาจารย์ตั้งแต่แรกที่ผมเห็นท่านเมื่อเข้าไปในห้องอบรมแล้วละครับ แต่เกรงว่าอาจารย์จะจำไม่ได้ ที่สำคัญเห็นท่านกำลังวุ่นๆ กับการเตรียมงาน แต่แล้วอาจารย์ท่านเรียกผมก่อน พร้อมกับได้รับการโอบไหล่จากอาจารย์ ฮิฮิ เป็นปลื้มครับ

ผมได้มีโอกาสเรียนกับท่านอาจารย์ว่า ท่านเป็นสมาชิกคนแรกใน g2k ที่เป็นสาเหตุให้ผมได้เข้ามาเป็นสมาชิกและเริ่มต้นเรียนรู้จากท่านก่อนใครเลยเกี่ยวกับการจัดการความรู้  อัลฮัมดุลิลลาห์ครับ ได้อย่างที่ต้องการในเดือนรอมฏอนพอดิบพอดี

เริ่มการอบรมด้วยอาการมึนๆ ครับ เนื่องจากการขับรถมาไกล แถมด้วยอาการผิดเวลานอน เพราะช่วงรอมฏอน ผมนอนอย่างเป็นทางการยาวๆ ก็ตอนตีห้าครึ่งจนถึงแปดโมงครึ่งหรือเก้าโมง จากนั้นก็อาบน้ำแต่งตัวไปทำงาน แต่เมื่อวานนอนไม่ได้ เพราะออกจากปัตตานีแต่เช้าเลย เข้าห้องประชุมเลยจะออกปากคุยไม่ค่อยจะมั่นใจ รู้สึกว่าห้องมันใกล้ๆ จะหมุนได้ ฮือ

ด้วยที่ติดตามบล็อกของอาจารย์ jj มานาน ก็วาดภาพการอบรมไว้ล่วงหน้านิดหน่อยครับ แต่พอเจอของจริง ถึงกับอึ้ง เพราะคาดไม่ถึงว่าท่านอาจารย์จะร่ำรวยมุข หรือ มุกจริงๆ รับมุขแทบไม่ทันเลย ฮิฮิ

ขอยกประเด็นที่เป็นเนื้อเป็นหนังไว้คุยทีหลังนะครับ ขอเล่าเรื่องทั่วไปก่อน ตอนพักเที่ยง แน่นอนครับไม่สามารถร่วมรับประทานอาหารได้ แต่นึกถึงพี่สาวที่น่ารักท่านหนึ่งได้ว่า ท่านทำงานอยู่คณะ วจก. ซึ่งเป็นที่จัดอบรม เลยโทรหาสักกะหน่อย เพราะสัญญาไว้ตั้งแต่เป็นรองคณบดีว่าจะแวะมาเยี่ยมที่ทำงานของพี่สาวท่านนี้ครับ เนื่องจากส่งนักศึกษามาร่วมกิจกรรมหลายครั้งมาก แต่ตัวเองไม่เคยมาเยี่ยมเยียนเลย ได้เจอก็ไม่ผิดหวังครับ คุยเพลินจนเกือบเข้าห้องอบรมสายแน่ะ ฮิฮิ เกือบโดนลงโทษจากวิทยากรให้ร้องเพลงหน้าห้องแล้วเชียว ฮิฮิ ออ.งานนี้ได้เจอรุ่นพี่อีกท่านหนึ่งด้วยครับ ผมจำท่านไม่ได้จริงๆ เค้าๆ ว่าจะเคยเห็นหน้าแต่ไม่แน่ใจ สุดท้ายนั่งนับรุ่นกันเลยพอจะจำได้

(ด้วยวุ่นกับกิจกรรมต่างๆ ในการอบรมครับ เลยลืมหยิบกล้องถ่ายรูปออกมาใช้งานเลยครับ เช็คพบว่าถ่ายไว้เพียงสองรูปเท่านั้นเองครับ เป็นรูปท่านอาจารย์ jj ทั้งสองรูปเลยครับ)

เสร็จจากการอบรมวันแรก เรา (หมายถึงผมกับอาจารย์ ibm ครูปอเนาะ) ก็ขับรถหาโรงแรมที่พักครับ มีหลายท่านเสนอชื่อโรงแรมไว้มากมายครับ แต่แล้วเส้นทางกลับนำเราไปที่โรงแรมหาดใหญ่รามาเช่นเดิม ฮือ ทำไมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ทั้งๆ ที่อาจจะไปโรงแรมใหม่ๆ ดูบ้าง แต่ดันขับรถมาโรงแรมนี้อีก และเมื่อเราเปิดห้องเข้าไป ก็พบว่า มีกระเป๋าใบหนึ่งตั้งอยู่ และสภาพห้องเหมือนกับว่ามันมีเจ้าของอยู่แล้ว จนเดินกลับไปที่ลิฟท์ เพื่อขอเปลี่ยนห้อง แต่ยังไม่ทันจะลงไปครับ พนักงานก็เอากุญแจมาเปลี่ยนให้ครับ ฮิฮิ ยื่นกุญแจให้ผิดดอก

จากนั้นก็ถึงเวลาไปหาร้านอาหารสำหรับละศิลอดครับ ซึ่งผมคิดไม่เยอะครับ ร้านเพื่อนละดีสุด ร้านไก่ทอดเดชา เสร็จสรรพก็กลับมาพักเอาแรงครับ

สำหรับวันที่สอง ผมมีสภาพพร้อมสำหรับการอบรมหน่อยครับ เลยคุยได้เยอะขึ้น และวันที่สองก็เน้นการฝึกบทบาทของกระบวนกรว่าควรเป็นอย่างไร และมีหน้าที่อะไรบ้าง จากนั้นก็สรุปบทเรียนกันในตอนท้ายรายการ ฮิฮิ ระหว่างที่ทุกคนได้คุย ผมก็ดูนาฬิกาไปครับ กลัวอาจารย์ jj จะตกเครื่อง ฮิฮิ

ขากลับ ฝนตกตลอดทางครับ ท่านอาจารย์ ibm เลยเตือนว่า ไม่ต้องรีบก็ได้ ขับเรื่อยๆ ก็พอ ซึ่งก็ต้องเป็นอย่างนั้นครับ เพราะมองทางแทบไม่เห็นเลยครับในบางจังหวะ ที่สำคัญทั้งขาไปและขากลับ ผมรู้สึกว่าไม่คุ้นกับบังคับพวงมาลัยรถของท่านอาจารย์ ibm เลย รู้สึกเหมือนจะจับจังหวะรถไม่แม่นเท่านั้น เลยซิ่งไม่ค่อยจะออกตั้งแต่ขาไปแล้วครับ

กลับมาถึงบ้าน ได้ยินเสียงปั๊มน้ำดัง เลยนึกได้ว่า ลืมถอดปลั๊กปั้มน้ำ ยังดีที่มันไม่ไหม้เสียก่อน แต่ที่แย่คือ ต้องใช้น้ำสำรอง เพราะปั้มมันสูบน้ำไม่ขึ้นอีกเลยครับ ฮือออออ ไม่น่าลืมเลย เดาว่ามันทำงานมาสองวันเต็มๆ โดยไม่มีน้ำในท่อเลย พรุ่งนี้สอนแต่เช้า เสร็จสอนโน้นแหละจึงจะมีเวลากลับมาตรวจซ้อมเจ้าปั้มน้ำแสนทรหดเครื่องนี้ ไม่น่าเลยยยยยยยยยย