สัมผัสกับธรรมชาติ..ของการเรียนรู้

เมื่อได้มีโอกาศเป็นนักศึกษา(โก้ไม่หยอก)..กรุงเทพมีเพียงแปดมหาวิทยาลัย..เป็นปีแรกที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา..คือมีทบวงมหาวิทยาลัยเกิดขึ้น..เราจะต้องสอบข้อสอบรวมที่เรียกปรนัยถ้าจำไม่ผิด..เพราะมันปีมะโว้มาแล้ว....เราได้มีโอกาศเป็นนักศึกษาโหลๆ..ชุดนี้ที่ติดคณะมัณฑณะศิลปมีถึงสามสิบคน...ก่อนหน้าเรามีคณะหนึ่งๆไม่ถึงสิบคน...สังคมสมัยใหม่ที่เริ่มมีการแข่งขัน...ที่ตามมาทุกสภาพการต่อมา...ในสมัยนั้นเรายังได้รับการถ่ายทอดแบบพี่สอนน้อง..ขอเงินครูบาอาจารย์ได้..เวลาอดข้าว  (ไม่เคยผิดหวัง)..ในมหาวิทยาลัยมีเพียงชื่อกับครูบาอาจารย์รุ่นพี่..รุ่นน้อง..เหมือนวงศาขนาญาติ..ที่เม้าสประจำคือใต้ต้นไม้..ที่กินประจำก็ใต้ต้นไม้เหมือนกัน...วิธีเรียนก็ใช้ลอกเอาเลียนเอา..เป็นต้นว่าลอกผนังวัดเขาเรียกวิชานี้เรียกโก้ๆว่า..รีเสริท..มีผู้สอนเรืองนามประจำวิชา..สุวรรณี..สุคณธานักเขียน(อาจารย์)ผู้ล่วงลับไปแล้ว...ค่าเล่าเรียนตอนนั้นก็แพงโขเหมือนกันปีหนึ่งเสียค่าธรรมเนียมเท่าที่จำได้สี่ร้อยห้าสิบบาท...พ่อให้เดือนละสามร้อย...(พอ)..แอบไปตีโบลิ่งได้..(สมัยอเมริกันเข้าไทยไปตีเวียตนาม)..เริ่มมีถนนฝรั่งที่เรียกว่าพัฒนพงค์..ราชประสงค์..มีคาเฟ่..ที่ราคาต่างจากข้างถนนห้าเท่าตัว..แต่ก็ชอบไปนั่งกินเพราะตอนนั้นคิดว่าโก้เหลือหลาย...เวลาที่มีเหลือก็ไปรับจ้างเขียนแบบกับร้านเฟอร์นิเจอร์ที่เจ้าของส่วนใหญ่จะเป็นคนจีนไม่รู้จักคำว่า..ดีไซน์..กับ..ดีไซน์เนอร์...เวลาเขียนแบบส่งไป..ช่างแก้แบบหมดบอกว่า..ทำไม่ได้..เปลืองไม้หรือไม่ก็ล้อว่าจะทำไว้ให้ช้างนั่งหรือไง...เขาเรียกเราว่าช่างแบบ...ความรู้ที่ได้มาก็คือการเรียนรู้จากช่างที่ไม่มีความรู้เรื่องการเขียนแบบ..เขาเป็นครูเรา..แถมยังได้เงินเดือนน้อยกว่าเราเสียอีก....(เอาเปรียบจากการเรียนรู้..ระบบ)..เรียนรู้ผิดธรรมชาติ..ได้อย่างเสียอย่าง..แถมคิดไม่เป็นเพราะเอาแต่เชื่อเท่าที่เขาบอก..และลอกตำรา..นอกตำราก็คือมีการจับกลุ่มต่อสู้การคอรัปชั่น.ในมหาวิทยาลัย..นี่เป็นเรื่องของครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ...ของการเรียนรู้..