และแล้วฝันร้ายที่สุดก็เกิดขึ้นกับครอบครัวอันมีสุขของผม


        
       "
าจารย์ครับ   พ่อผมบอกว่าให้อาจารย์ช่วยแต่งกลอนให้แม่ผมด้วยครับ”   ลูกศิษย์ชั้น ม.๖/๓ ผู้ซึ่งเพิ่งสูญเสียแม่จากอุบัติเหตุเพียงไม่นาน   เดินมากระซิบบอก

“เธอจะนำไปใช้ในโอกาสใดคะ ? ก็งานศพแม่เธอก็เผาเรียบร้อยแล้วมิใช่หรือคะ ?

“พ่อผมจะนำไปติดที่กรอบรูปแม่ครับ   พ่อบอกว่าถ้าคุณครูไม่ช่วย    พวกเราก็คงไม่มีปัญญา...”

“ว่าง ๆ ครูค่อยแต่งให้นะคะ....”

ผู้เขียนรับปากนักเรียนด้วยความรู้สึกสะเทือนใจไม่น้อย   ในชีวิตบ่อยครั้งที่ถูกขอร้องให้ช่วยแต่งกลอนในโอกาสต่าง ๆ มากมายหลายงาน   โดยเฉพาะวันคล้ายวันเกิด   แต่วันนี้ต้องมาแต่งให้คนที่จากไป   ทิ้งไว้แต่ความอาลัยของครอบครัวที่โศกเศร้า    แล้วครูจะแต่งอย่างไร ? แต่งให้คนอ่านเศร้าไปกว่าเดิม  หรือจะคอยปลุกปลอบใจ   

อนิจจาลำธารชีวิตที่เรื่อยไหล    แต่ละชีวิตไยต้องพลัดพรากเจ็บปวดรวดร้าว  ก่อนวัยอันควรด้วยเล่า
             
คืนนี้มานั่งอ่านเรียงความของเด็กคนเดิมที่ครูมอบหมายให้นักเรียนทุกคนเขียน  เนื่องในโอกาสวันแม่  และนำไปให้คุณแม่อ่านเขียนแสดงความรู้สึกก่อนส่งครู  ขอตัดตอนข้อความบางส่วนที่เขียนถึงแม่...ดังนี้

      

        “...แม่ผมเป็นคนใจเย็น  อารมณ์ดี  ยิ้มง่าย  มีนิสัยคือ ขี้เหนียวสุด ๆ  ใช้เงินไม่เกินวันละ ๕ บาท  จนถูกขนานนามว่า “ทะเล”  ... แม่เคยสอนไว้ว่า “ คนต้องมีศักดิ์ศรี  ศักดิ์ศรีซื้อหาไม่ได้แต่สร้างมาได้”  เช่นแม่ค้าทอนเงินเกินต้องนำไปคืนเพราะมันบาป  นี่คือสิ่งที่แม่สอน   และในตอนเย็นหลังทำกับข้าวกับปลาเสร็จจะมานั่งคุยกันในครอบครัว   หัวเราะกันอย่างมีความสุข   ภายในจิตใจผมคิดเสมอว่า  ผมคือคนที่โชคดีที่มีแม่เป็นร่มโพธิ์ต้นใหญ่ที่ให้ที่กับลูกนกได้อาศัยใบบุญ  แม่จึงยิ่งใหญ่มากสำหรับผม

         และแล้วฝันร้ายที่สุดก็เกิดขึ้นกับครอบครัวอันมีสุขของผม  และอยากจะคิดว่านี่คือความฝันไม่ใช่ความจริง วันที่แม่จากผมไปไม่มีวันกลับ เช่น สายน้ำที่ไหลย้อนคืนมาไม่ได้  ผมเห็นภาพเก่า ๆ ที่แม่ทำงาน แม่นั่งคุย แม่นั่งยิ้ม หัวเราะกัน... เหตุเพราะแม่เดินทางไปบ้านยายแล้วเกิดอุบัติเหตุจนถึงแก่ชีวิต  มันยากเกินที่ผมจะทำใจ   ผมนอนร้องไห้คิดถึงแม่ผมเหลือเกิน  ตอนที่ทราบข่าวว่าแม่เกิดอุบัติเหตุ  ผมเหมือนถูกฟ้าผ่าตรงกลางใจ   ยืนแทบจะไม่ไหว ทุกวันผมจะนึกถึงอาหารที่แม่ทำไว้ให้มื้อสุดท้าย คือผัดกะเพราที่อร่อยที่สุดที่เคยได้กินมา

          ในวันแม่ปีนี้ผมไม่มีแม่ให้กอดแล้ว  ผมคิดเสมอว่าอยากกอดแม่สักครั้งก็ยังดี   อยากอยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่นของแม่อีกสักครั้ง  แต่มันเป็นเพียงสิ่งที่คิดไว้ในใจเท่านั้น  ผมเฝ้ามองแม่หมดลมหายใจไปต่อหน้าต่อตา  มันยังฝังติดอยู่ในใจ  และเจ็บปวดทรมานอยู่จนทุกวันนี้  รูปถ่ายของแม่ที่ถ่ายคู่กับผมมันมีน้อยเหลือเกิน แต่นั่นคือความทรงจำที่ดี  และผมจะเก็บไว้ในใจ ผมรู้สึกภาคภูมิใจมากที่ได้เกิดเป็นลูกแม่ที่ชื่อว่า สอางค์ สามบุญเที่ยง ชาติหน้าผมขอเกิดเป็นลูกแม่อยู่ร่ำไป ..."
(นายพรภวิษย์  สามบุญเที่ยง  ผู้เขียน
)

           ข้างหลังเรียงความของเพื่อนๆ จะมีแม่แสดงความคิดเห็นหลังจากอ่านงานเขียนของลูกด้วยความปลื้มใจ แม้เรียงความฉบับนี้จะไม่มีลายมือแม่ให้ครูเห็น แต่ครูเชื่อแน่ว่าคุณแม่สอางค์  คงเฝ้ามองลูก ๆ และอ่านเรียงความฉบับนี้จากสรวงสวรรค์ด้วยความซาบซึ้งและภูมิใจในตัวลูกชายไม่น้อย

      จงเข้มแข็งและก้าวเดินบนถนนชีวิตที่เต็มไปด้วยขวากหนาม  อย่างอดทน  มุ่งมั่น  อนาคตเธอยังต้องพบกับความทุกข์อันเกิดจากความพลัดพรากสูญเสียจากสิ่งที่รักโดยไม่มีที่สิ้นสุดเฉกเช่นเดียวกับทุกชีวิตที่เกิดมาซึ่งครูเองก็เคยเผชิญมาแล้ว   ขอเพียงเรียนรู้ด้วยความเข้าใจ  รู้จักแปรเปลี่ยนความหมองหม่นโศกเศร้าให้เป็นพลังสร้างสรรค์เพื่อประโยชน์ต่อผู้อื่นสืบไปเถิดนะศิษย์รัก.

      


"การพลัดพรากจากสิ่งรักย่อมเป็นทุกข์"