ธรรมะกว้างขวาง หาทางนำมาใช้
ธรรมะที่พระพุทธเจ้าแสดง รวมทั้งที่ศาสดาองค์อื่นๆ แสดงไว้ มีมากมาย
กาลเวลาที่ผ่านไปนาน ทำให้มีสาวกหลายยุคสมัยศึกษาปฏิบัติและสั่งสอนต่อมา ทำให้ธรรมะมีมากเหมือนน้ำในมหาสมุทร จะตักส่วนใดมาใช้จึงจะพอเหมาะพอดีและเป็นประโยชน์แท้
จึงมีพื้นที่นี้เกิดขึ้น เพื่อรวบรวมธรรมะที่พบจากทุกแห่งทุกวิธี (รวมทั้ง copy จาก gotoknow) มารวมไว้ เบื้องแรกเพื่อประโยชน์ของข้าพเจ้าเอง เบื้องต่อไปคือประโยชน์ของท่านที่เข้ามาอ่านและร่วมนำมาเรียบเรียงไว้
เนื่องจากข้าพเจ้าเองมีนิสัยแบบอินทรีในผู้นำสี่ทิศ จึงมีความจับจด ต้องขอให้ทุกท่านที่ผ่านเข้ามาร่วมสร้างสรรค์ด้วยครับ
มีมากก็จริงแต่เมื่อเดินสู่วีถีธรรมชาติแล้วพระองค์สอนเราข้อเดียวเท่านั้นคือ..ให้เรารู้เนื้อรู้ตัวอยู่เสมอ..
ถ้าทำได้..แปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์..ก็อยู่ในใจเราขอรับ..
ไม่ได้หายไปไหนมาทุกวันขาดไปเพลาเดียวเท่านั้น
เพราะธรรมฐิตมาวันละสองเพลาหลังสวดมนต์เช้ากับค่ำ..
ธรรมะรับอรุณขอรับคุณหมอ..
ภิกษุทั้งหลาย ในธรรมทั้งหลายที่เรากล่าวไว้ดีแล้ว เป็นของง่าย เปิดเผย ประกาศไว้ชัด ไม่มีเงื่อนงำใด ๆ….” (พุทธธรรม หน้า ๖๖๒ ป.อ. ปยุตฺโต พิมพ์เป็นครั้งที่ ๘). การตรัสสอนเช่นนี้เป็นเครื่องแสดงให้เห็นว่า หลักธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้ดีแล้วหรือหลักธรรมที่ไม่ถูกเปลี่ยนแปลงนั้น จะเป็นเรื่องที่เปิดเผยในสาธารณะ เพราะมีความชัดเจนในเนื้อหา ไม่มีเงื่อนงำใด ๆ เลย เนื่องจากเป็นเรื่องที่สามารถใช้สติปัญญาตรวจสอบและพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้ทุกเมื่อหรือไม่จำกัดกาลเวลา โดยไม่ต้องหลงเชื่อ. ดังนั้น คนทั่วไปจึงสามารถเรียนรู้ เข้าใจ และนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้โดยง่าย.
พระพุทธศาสนานั้นเป็นศาสตร์แห่งการใช้สติปัญญาทางธรรมเพื่อการหลุดพ้นจากความชั่ว ความทุกข์ และมุ่งทำความดี เพื่อทำจิตใจให้มีความบริสุทธิ์ผ่องใสในปัจจุบันขณะ โดยไม่ต้องรอชาติหน้า.
วิชาพุทธศาสตร์ จึงไม่ใช่วิชาของการหลงเชื่อหรือหลงงมงายแต่ประการใด แต่เป็นความจริงที่คนทั่วไปสามารถเข้าใจ จดจำ และนำไปฝึกปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน.
จากหนังสือวิธีฝึกปฏิบัติธรรมในชีวิตประจำวันอย่างง่ายๆ ของ นพ.เอกชัย จุละจาริตต์
สวัสดีค่ะ
ธรรมะ อยู่ในกาย ในจิต ตราบใดมีชีวิต ธรรมคุ้มครอง ผู้คิดดี พูดดี ทำดีเสมอ ครูอ้อยเชื่อ อย่างนี้นะคะ
ธรรมสวัสดีค่ะ
พระคุณเจ้ากล่าวเช่นเดียวกับพระภิกษูหลายรูปและผู้สอนหลายคนเลยครับ
เพียงแค่รู้ตัวนั้นทำให้เกิดธรรมะได้อย่างไรขอรับ โปรดวิสัชชนา
สวัสดีค่ะ
จะคอยติดตามนะคะ
ให้เรารู้เนื้อรู้ตัวอยู่เสมอ..
ในที่นี้หมายถึงจิตใจสามารถรู้เท่าทันกับสิ่งที่เกิดหาหมายถึงเนื้อหนังมังสาไม่ ตามรู้สิ่งที่เกิดด้วยสติทุกลมหายใจ..
สวัสดีค่ะคุณหมอ
พระพุทธศาสนานั้นเป็นศาสตร์แห่งการใช้สติปัญญาทางธรรมเพื่อการหลุดพ้นจากความชั่ว ความทุกข์ และมุ่งทำความดี เพื่อทำจิตใจให้มีความบริสุทธิ์ผ่องใสในปัจจุบันขณะ โดยไม่ต้องรอชาติหน้า
สาธุ สาธุ มี ธรรมะ แล้ ชีวิต จะสดใสครับ
ขออนุญาติแจมค่ะ
การกำหนดระลึกรู้
-กิริยาเคลื่อนไหว เพื่อปิดกั้นอกุศลจิต เมื่อสติกำหนดอยู่กับอิริยาบท ก็ไม่แส่ส่ายไปภายนอก ช่วยให้เห็นอนิจจัง เช่น กำนดรู้อาการพองยุบของท้อง ทำให้เห็นความไม่เที่ยงและอนัตตา คือเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปและ เราบังคับไม่ได้
แต่...บางครั้งก็กลายเป็นความยึดถือมั่น หากผู้ปฏิบัติยึดถือว่าท้องที่กำลังพองยุบเป็นของตน ไม่ใช่กำหนดว่า สักแต่ว่าอาการยุบพองหนอ ไม่มีตนผู้เป็นเจ้าของ
และหากบางท่านสั้งสติมั่นอยู่กับการระลึกรู้อิริยาบทมากเกินไป อาจไม่ได้ใช้ปัญญาพิจารณาธรรมอื่น ก็กลายเป็นวิปัสสนูปกิเลส อันปิดกั้นการบรรลุธรรมไป
เมื่อกำหนดรู้รูปนามอย่างต่อเนื่อง เป็นบาทฐานที่ช่วยให้เกิดวิปัสสนาญาณได้
-กำหนดรู้ธรรมารมณ์ ส่วนใหญ่เราจะรู้มื่อเกิดอารมณ์ขึ้นมาแล้ว เพียงแต่จะรู้เร็วเพียงใด เมื่อรู้ แล้วใช้ธรรมวิจัย ก็ช่วยให้หาเหตุที่จะปล่อยวางได้
ผิดถูกอย่างไรกรุณาแก้ไขค่ะ
ข้าเจ้าไม่อาจจะแก้ถูกผิดได้ขอรับ
เชิญท่านผู้รู้ขอรับ
เคยเรียนถามพระอาจารย์ปราโมทย์ว่า เพียงแค่ตามรู้กายและจิต จะทำให้เราสามารถเห็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา แล้วเกิดความเบื่อหน่ายปล่อยวางได้เลยหรือ ท่านตอบคำเดียวว่าได้ ยังไม่ทราบว่าจะต้องคอยปฏิบัติเองอีกนานเท่าไร จึงจะทราบจริง ๗ วัน ๗ เดือน หรือ ๗ ปี หรือนานกว่านั้น
ขออนุญาติอีกนิดค่ะ อยากเล่าถึงวิปัสสนาภูมิซึ่งควรพิจารณาอยู่เสมอในชีวิตประจำวัน อันประกอบด้วย
1 อาหาเร พิจารณาความสกปรกของอาหารที่เรารัปประทานอยู่ทุกวัน ว่าก่อนจะมาสวยงามในจาน เคยเป็นอะไร หรือต้องผ่านอะไรมาบ้าง (ช่วยลดความอยากในเรื่องลิ้น)
2 กายคตาสติ พิจารณาความไม่งามในกายเรา เช่น ในช่องท้อง มองลึกลงไปใต้ผิวหนัง จะพบอวัยวะภายในต่างๆห้อนต่องแต่ง ดูไม่งามเหมือนภายนอก (ช่วยลดการยึดมั่นในรูปขันธ์ และการตกแต่งร่างกายให้ดูงดงาม)
3 มรณัสสติ พิจารณาว่าทุกคนไม่ว่าจะร่ำรวย มีอำนาจ เป็นที่รักใคร่ หรือเกลียดชัง อย่างไรเสียก็ต้องตาย (ช่วยให้ใช้ชีวิตปัจจุบันอย่างมีประโยชน์ที่สุด และไม่ประมาท มีอัปปมาทะ)
4 อศุภะ พิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายหลังจากที่หมดลมหายใจ ตั้งแต่เริ่มขึ้น
อืด จนเนื้อหนังหลุดร่อนจากกระดูก จนกระดูกค่อยๆสลาย ธาตุทั้ง 4 กลับคืนสู่ธรรมชาติ (ช่วยลดความกำหนัด สัมผัสชายหญิง ซึ่งเป็นเรื่องที่ละอยากที่สุดในบรรดาเรื่องทั้งหมด)
5 ไตรลักษณ์ พิจารณาอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ของทุกสรรพสิ่ง (ช่วยลดความยึดถือมั่น)
ดิฉันมองว่า การตามดูกายและจิต เป็นการพิจารณาไตรลักษณ์เพียงอย่างเดียวค่ะ ดังนั้น ถ้าไม่พิจารณาอีก 4 ข้อในชีวิตประจำวัน โอกาสบรรลุธรรมจะช้ากว่าการพิจารณาทั้งหมดค่ะ
ขออภัยค่ะ "ละยาก" พิมพ์เป็น "ละอยาก" (ในข้ออศุภะ)น่าตีเชียว
แวะมาเยี่ยมครับ อาจารย์
ขอบคุณคุณณัฐรดามากครับ สำหรับวิปัสสนาภูมิ แต่รู้สึกยากมากทีเดียวที่จะมองเห็นได้เช่นนั้น
ผมอ่านหนังสือของอาจารย์หมอเอกชัย จุละจาริตต์ อาจารย์แนะนำเรื่องให้หยุดคิด (โดยเลี่ยงมาคิดเรื่องง่ายๆ สบายๆ เช่นตามดูลมหายใจ) เรื่องบังคับคิด ให้คิดแต่เรื่องดีและพยายามหยุดคิดเรื่องที่ไม่ดี ซึง่ผมทำตามแล้วรู้สึกดี จากที่หลวงพ่อปราโมทย์ให้ตามดูตามรู้ ซึ่งทำจริงก็ทำให้หยุดคิดต่อเหมือนกัน ท่านบอกว่าเราจะทุกข์ก็เมื่อคิดหรือเกิดความอยาก
แต่การคิดบางทีก็ไม่ทำให้เกิดความทุกข์ ไม่ทราบว่าเกิดเพราะมีโมหะบังอยู่หรือเปล่า
สวัสดีตอนบ่ายค่ะ
แวะมาเยี่ยมค่ะ คุณหมอสบายดีนะคะ
ขอบคุณครับ ยังสบายครับ
อ้วนท้วนเชียว
สวัสดีค่ะ
คุณหมอคงงานเยอะใช่มั๊ยคะ
รออ่านบันทึกใหม่อยู่ค่ะ
สบายดีนะคะ
ทุกข์ควรรู้ครับ รู้เฉยๆ รู้ห่างๆ
แต่ถ้ากำลังสติไม่กล้าพอก็ถอยไปตั้งหลักก่อนครับ แล้วค่อยย้อนกลับมาดู
แต่ศีล 5 ต้องครบครับ
คุณหมอสบายดีนะครับ