หลายคนคิดว่า.....เป็นครู  ทำไมจะตีลูก 

เลี้ยงลูกอย่างไรกันนะ 

ไม่ตีลูกคนอื่น  แล้วกลับมาตีลูกตัวเอง 

ตีลูกของตนเอง  พ่อแม่ผู้ปกครอง ใครเขาจะไปเชื่อว่า  ไม่ตีลูกของเขา  

ทั้งหมดนี้  เป็นความคิดที่ติดตามมา 

แต่ ความคิดแรกของครูอ้อย ในวันนี้  จะเริ่มในวันนี้  กับลูกคนเล็ก เมื่อ 17 ปี เรียนอยู่ชั้น ม.5 

ครูอ้อยลั่นวาจาเอง  เมื่อเย็นวานนี้  เพราะ เห็นพ่อของเขาเกรี้ยวกราดเมื่อลูกค่ำกลับบ้านค่ำ  เพราะ  เป็นวันอาทิตย์  ควรจะอยู่บ้าน  ทำงานบ้าน  อ่านหนังสือ  แต่กลับไปทำกิจกรรมต่างๆๆที่โรงเรียนมอบภารกิจให้   

*****

ต้องมารู้พื้นฐานของลูก และ การเลี้ยงดูเสียก่อน 

ลูกคนนี้  ครูอ้อย  ไม่ได้ให้เรียนที่โรงเรียนใกล้ครูอ้อย เพราะ พี่ๆๆ โตกันหมดแล้ว  ไม่มีความจำเป็นอะไร  ที่จะติดสอยห้อยตาม แม่ตลอดเวลา 

เมื่อก่อนนี้ เราเดินทางไปทางเดียวกันหลายคน ก็คุ้มกับค่าเดินทาง  แต่เมื่อพี่ๆๆเรียนจบหมดแล้ว  คนเล็กนี้  จึงให้เรียนใกล้บ้าน  จะได้มีเวลาพักผ่อน  ไม่ต้องตื่นตีสี่พร้อมแม่  และกลับบ้านเย็นกับแม่  แม่ไปไหนก็ต้องไปด้วย  ซ้ำหากมีกิจกรรมอะไร  ก็ได้ทำได้อย่างสบายใจ  เพราะใกล้บ้าน  

แต่  เวลาผ่านไป  5 ปีแล้ว  เธอก็กลับบ้านเย็นย่ำค่ำทุกวัน.....กิจกรรมอะไรกันนักกันหนา  ไม่ใช่พ่อกับแม่ไม่ได้สอดส่องดูแลนะคะ  พ่อของเธอได้รับตำแหน่ง  เป็นถึงประธานผู้ปกครองในสายชั้น หลายปีทีเดียว  

ครูอ้อยก็เคยแอบดูในเว็บไซต์ของโรงเรียน  เธอก็ได้เป็นตัวแทนของห้อง  ทำกิจกรรมต่างๆมากมาย  แต่.....ไม่มีกิจกรรมเกี่ยวกับ  เรียนดี  เรียนเด่น 

ไม่เคยเข้าประกวดกิจกรรมอะไรที่เป็นวิชาการเลยสักครั้งเดียว.....

มาเมื่อต้นปีนี้  ครูอ้อยได้ยินเธอกระซิบกระซาบกับพ่อของเธอว่า   มีคนอยากเป็นเลขาฯ ด้วยล่ะพ่อ 

ครูอ้อย ก็เลยถือโอกาสนี้ บอกกับเธอว่า.....หากเธอเชื่อพ่อและแม่ว่า  ให้เลิกทำกิจกรรม  หันหลัง และเดินกลับบ้าน  ใครเขาจะไปว่าอะไรได้  นอกจากเสียว่า.....เธออยากทำ  อยากเด่น  อยากดัง......

นี่  ครูอ้อย ต้องตีลูกแล้วหรือ

*****

ครูอ้อยบอกกับเธอ  เมื่อวานตอนเย็นว่า  พรุ่งนี้  หากแม่กลับมา  ไม่พบลูก  เพราะลูกกลับบ้านเย็น  ทั้งๆๆที่แม่ทำงานไกลที่สุด  แม่ จะ ตี เธอ 

พ่อของเธอ เงียบ และไม่พูดอะไร  

เมื่อเช้านี้  ครูอ้อย เห็นพ่อบ้าน วางเงินไว้ให้  และครูอ้อยออกจากบ้านก่อนเธอ  ครูอ้อย ก็ไม่พูดอะไร  เพราะถือว่า  พูดกันแล้ว 

ทุกท่าน  อาจจะคิดว่า  ครูอ้อย  คิดผิด และ กำลังจะทำผิดกับลูก  

แต่  ครูอ้อยคิดว่า  ทำผิดเสียตอนนี้ ก่อนที่จะไม่มีโอกาส  ทำผิด อีกต่อไป.....

คนเป็น ลูก หาก ไม่เชื่อ พ่อแม่ แล้วจะไปเชื่อใคร 

ครูอ้อย ให้โอกาสเธอหลายครั้ง  หลายปีการศึกษา  เพราะเห็นว่า ยังเล็ก  นี่ก็ ม.5   ต้องสอบ แกท แพท  อะไรอีก 

เรื่องเรียนไม่เคยพูดถึง  ใฝ่ฝันจะไปเรียนพิเศษ เสียเงิน พ่อแม่ก็ให้ไป

กิจกรรม  เปิดหมวกที่จุฬาฯ  เธอรู้หมด.....

พ่อของเธอยังพูดว่า  เกียรติบัตร  เป็นกรรมการนักเรียน นั่นน่ะ  จะช่วยอะไรเธอได้  เวลาเรียน จบ ม.6  ก็ต่างคนต่างไป  ไม่มีใครเขามาช่วยเธอหรอก  เธอต้องช่วยตัวเธอเอง  อ่านหนังสือ ท่องตำรับตำรา  ตามหน้าที่ของเธอให้ดี  แบ่งเวลาให้ได้......

ยังมีอีกมาก  ที่ครูอ้อย  ไม่ได้เล่า.....

อนุญาต  ให้ ตี ได้ หรือยังคะ