หลังจากทำงานเหน็ดเหนื่อยแต่มีความสุขกับเวทีเเรกของ Humanized educare เป็นการทำงานที่ใช้พลังไปอย่างมาก หลังจากวันเสร็จเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่โรงเเรมแห่งหนึ่งใน กทม. ความรู้สึกตอนนั้นผมอยาก กระโดดน้ำ ดำดิ่ง ในแม่น้ำกว้าง ความฉ่ำเย็นของน้ำน่าจะเรียกพลังของผมกลับคืนมา

การทำงานกับผู้คน เป็นเรื่องที่ท้าทาย และในเรื่องท้าทายหากทำได้ก็เป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจ ...

ผมถือโอกาสเอาวันหยุดไป AAR.ทีมงานที่อยุธยาเหมือนเดิม (ใจเรียกร้อง) ไปครั้งนี้ส่วนใหญ่เน้นเที่ยว นั่งถอดบทเรียนร่วมกันบ้างตรงนั้นคือส่วนที่กำหนดไว้

ดร.ยุวนุช นัดพวกเรา(ผม ,อ.ศิลา และคุณวิญญาณเสรี)ที่ วัดหน้าพระเมรุ ก่อนที่จะพาไปทานก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีกชื่อดังรสเด็ดของเมืองอยุธยา อากาศร้อน ฟ้าใสได้ใจเชียวครับวันนี้ สุภาพสตรีทั้งสองท่านก็ดูสดใส ร่าเริง มีความสุข สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมในฐานะมือกล้องชอบก็คือ เเสงจัดๆแบบนี้ ถ่ายภาพได้ดี

IMG_2444 by you.

เริ่มต้นทริปที่ วัดหน้าพระเมรุ สถานที่ต่อไปคือที่ตลาดน้ำอยุธยา คลองสระบัว ก่อนที่จะไปนั่งคุยกันที่บ้านริมน้ำป่าสักในช่วงบ่ายๆ ผมเตรียมกางเกงขาสั้นเพื่อมาเล่นน้ำที่ท่าน้ำบ้านอาจารย์ ดร.ยุวนุช มาด้วยเเล้ว จะดำผุดดำว่ายให้สมใจ...(งานนี้ อ.ศิลา แอบถ่ายภาพตอนผมอาบน้ำ ว่ายน้ำ ดำผุดดำว่ายด้วย..เรียกได้ว่าเก็บทุก shot แถมขู่ว่าจะนำมาลงบันทึกใน gotoknow ด้วย)

นำเสนอภาพสถานที่นัดพบ และได้นมัสการพระที่วัดหน้าพระเมรุเป็นการเปิดทริปก่อนครับ...

IMG_2429 by you.

เพราะฟ้าใส...

IMG_2434 by you.

IMG_2430 by you.

ฟ้าเข้ม...อากาศร้อน

IMG_2439 by you.

ภาพด้านหน้าวิหารประธาน

IMG_2440 by you.

อากาศร้อน แดดเเรง แสงสวย

IMG_2437 by you.

ภายในวิหารที่สวยงาม ของวัดเดียวที่พม่าไม่เผา

IMG_2443 by you.

ตั้กแตนโยงโย่ ราคา ๒๐ บาท

IMG_2442 by you.

ดอกเข็ม ๕ แฉก ที่ผมอธิษฐานเพื่อให้พบเจอ

 

ประวัติ "วัดหน้าพระเมรุ"

วัดหน้าพระเมรุ เป็นวัดเก่าแก่ในจังหวัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สร้างขึ้นในสมัยต้นกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่ริมคลองสระบัว (ริมแม่น้ำลพบุรีเก่า) เดิมชื่อว่า "วัดพระเมรุราชิการาม" เป็นวัดเดียวที่ไม่ถูกพม่าทำลายในคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 เนื่องจากพม่าไปตั้งกองบัญชาการอยู่ที่นั่น จึงยังคงสภาพดีมาก

พระองค์อินทร์ ในรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ทรงสร้างวัดหน้าพระเมรุเมื่อ พ.ศ. 2046 เดิมชื่อ วัดเมรุราชิการาม อยู่ริมสระบัว ตรงข้ามพระราชวังหลวง ครั้งแผ่นดินสมเด็จพระมหาจักรพรรดิได้ทรงตั้งพลับพลาระหว่างวัดหน้าพระเมรุและวัดหัสดาวาสเป็นที่ทำสัญญาสงบศึกกับ พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง สถาปัตยกรรมของวัดอยู่ในสมัยอยุธยาตอนต้นคือ พระอุโบสถไม่มี หน้าต่างแต่เจาะช่องไว้เป็นลูกกรง พระประธานเป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ทรงเครื่อง ปางมารวิชัย งดงามเป็นที่ยิ่ง หน้าบันไม้สักลงรักปิดทองสลักรูปพระนารายณ์ทรงครุฑยุดนาค อยู่บนราหู ล้อมรอบด้วยหมู่เทพพนม 26 องค์ ตรงอาสนสงฆ์มีจารึกเป็นกาพย์สุภาพและกาพย์ยานี วัดหน้าพระเมรุได้รับการปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ วิหารน้อยหรือวิหารเขียนมีบานประตูไม้แกะสลักฝีมือช่างสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ภายในเคยมีจิตรกรรมฝาผนังโดยรอบปัจจุบันลบเลือนมาก และมีพระพุทธรูปประทับห้อยพระบาทสมัยทวารวดีประดิษฐานอยู่

เหตุที่ได้ชื่อว่าวัดหน้าพระเมรุนั้น เพราะพระเจ้าอลองพญาหลังจากที่ได้ยิงปืนใหญ่ใส่วัดราชบูรณะจนเสียหายแล้ว ก็ได้พยายามยิงปืนใหญ่ใส่พระบรมมหาราชวัง โดยปกติ ปืนใหญ่โบราณหลังยิงไปแล้วลูกหนึ่งจะต้องหยุดพักสักครู่แล้วจึงยิงใหม่ แต่ด้วยความใจร้อนของพระองค์ พระองค์สั่งให้ยิงปืนใหญ่โดยไม่ต้องพัก ทำให้ปืนร้อนจัดจนระเบิดใส่พระองค์ ระหว่างเดินทางกลับ พระเจ้าอลองพญาทนพิษบาดแผลไม่ไหวจึงสิ้นพระชนม์ระหว่างการเดินทาง วัดหน้าพระเมรุได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3

อ้างอิง ประวัติวัดหน้าพระเมรุ จาก วิกิพีเดีย พจนานุกรมเสรี

 

IMG_2449 by you.

สาวสวยทั้งสองท่านที่เป็นกำลังใจที่ดีให้ผมตลอดเวลา