ศธ. เพิ่ม 6 ประเด็นใหม่

ปรับแผนการศึกษาแห่งชาติ ศธ.เพิ่ม 6 ประเด็นใหม่

.....

สนองพระราชดำริฯ ดัน 3 โครงการวิจัยสู่ภาคเอกชน

ศธ.อนุมัติเปิดไฟเขียว สกศ. ปรับร่างแผนการศึกษาชาติฉบับปรับปรุง พ.ศ.2552-2559 เพิ่มเติม 6 ประเด็นใหม่ เน้นการพัฒนาคน สร้างคนดี คนเก่ง ให้ภูมิใจในความเป็นไทย สร้างแรงงานคุณภาพ สู่ภาคอุตสาหกรรม สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างรัฐและเอกชน มุ่งเตรียมความพร้อมประเทศไทยสู่การสร้างประชาคมอาเซียน ขณะเดียวกันเตรียมงบ 2 พันล้าน สนองพระราชดำริฯ ผลักดัน 3 โครงการวิจัยในพื้นที่โครงการพัฒนาที่ดินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสู่ภาคเอกชนในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและอีสาน

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผย ภายหลังการประชุมคณะกรรมการสภาการศึกษา ที่สำนักงานเลขาธิการสภาการ ศึกษา (สกศ.) ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาร่างแผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2552-2559 ซึ่งเป็นการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐ ธรรมนูญฉบับปัจจุบัน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับแก้ไขใหม่ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 และทิศทางการปฏิรูปการศึกษารอบที่ 2 รวมทั้งเพื่อเป็นการสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลด้วย

ทั้งนี้ที่ประชุมได้พิจารณามีมติให้คงรูปแบบตามปรัชญาหลักเดิมคือ ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การบูรณาการร่วมกัน โดยเพิ่มเติมในส่วนของ 6 ประเด็นที่แตกต่างแผนเดิม ได้แก่

1. เรื่องการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ซึ่งจะมุ่งเน้นการพัฒนาคนให้เป็นคนดี คนเก่ง มีความสุขและมีความภูมิใจในความเป็นไทย มีความศรัทธาเชื่อมั่นในระบอบประชา ธิปไตย รังเกียจการทุจริต ซื้อสิทธิขายเสียง

2.เน้นการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อนำไปสู่การยกระดับคุณภาพทางการศึกษา

3.เน้นการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมให้สังคมไทยเป็นสังคมคุณธรรมจริยธรรม ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

4.เน้นพัฒนาผลิตกำลังคนให้สอด คล้องกับความต้องการในภาคอุตสาหกรรม การบริการ เศรษฐกิจและสังคมต่างๆ โดยจะมีการกำหนดกรอบมาตรฐาน คุณวุฒิวิชาชีพให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

5.เน้นการมีส่วนร่วมของภาครัฐเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสมาคมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และ 6. มุ่งเน้นเตรียมความพร้อมของประเทศไทยไปสู่ความพร้อมในการสร้างประชาคมอาเซียน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรต้องรีบเร่งดำเนินการในปัจจุบันคือ การเร่งรัดการกำหนดกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ ในการศึกษาระดับต่างๆ ซึ่ง ณ ขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการในระดับอุดมศึกษาแล้วและต่อไปจะเน้นไปที่ระดับของอาชีวศึกษาด้วย ในขณะเดียวกันก็จะต้องผลักดันให้ประเทศในภูมิภาคอาเซียนมีเกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพที่เป็นมาตรฐานกลางของอาเซียนต่อไป

นอกจากนี้กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการเพื่อเป็นการสนองตามพระราช ดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยเตรียมผลักดันและพัฒนาโครงการวิจัยสู่ภาคเอกชนในพื้นที่โครงการพัฒนาที่ดินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ใน 3 โครงการหลัก

สำหรับโครงการดังกล่าวได้แก่ 1.โครงการ Green Engineering for Green Society 2.โครงการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมอาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ และเกษตรครบวงจร 3.โครงการส่งเสริมศักย ภาพใช้ชีวภาพและชีวมวลผลิตเชื้อเพลิงและเคมีภัณฑ์ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถ ในการผลิตเชิงอุตสาหกรรม และเพื่อการส่งออกเทคโนโลยี

คาดว่าจะใช้งบประมาณในการดำเนินการรวม 2,450 ล้านบาท โดยใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 3 ปี คือระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ.2553-2555

รายละเอียดของโครงการวิจัยสู่ภาคเอกชนดังกล่าว เป็นการมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ความเข้มแข็งของชาวไทย โดยเฉพาะภาคอีสานและภาคเหนือตอนล่าง โดยจากการประเมินผลลัพธ์ที่ได้คือโรงงานต้นแบบเพื่อส่งเสริมและพัฒนาขีดความสามารถในการผลิตแก่อุตสาหกรรม 15 โรงงาน ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 60 ผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยีต้นแบบ 15 เทคโนโลยี การถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคเอกชน 45 เรื่อง ศูนย์/หน่วยปฏิบัติการเพื่อการออกแบบ ตรวจสอบ/ทดสอบ 8 ศูนย์/หน่วย การผลิตผลงานทางวิชาการ/สิทธิบัตร 2,500/50 เรื่อง/ชิ้นใน 10 ปี สนับสนุนงานวิจัยระดับปริญญาโท/เอก 1,200/300 คน ใน 10 ปี เป็นต้น”