จากการอบรมเชิงปฎิบัติการโครงการสร้างอาชีพเพื่อชุมชน(การส่งเสริมอาชีพการเกษตรอินทรีย์) เมื่อวันที่9 สิงหาคม 2552 ณ หอประชุมวิทยาลัยการอาชีพเวียงสระ ซึ่งจัดขึ้นโดยวิทยาลัยการอาชีพเวียงสระ ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอเวียงสระและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกองทุนปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ เทศบาลตำบลเวียงสระ ได้มีการนำเทคนิคการใช้ปุ๋ยสูตรต่างๆมาเผยแพร่แก่ผู้เข้ารับการอบรม

หนึ่งในหลายๆเรื่องนั้นคือการทำปุ๋ยน้ำหมักสูตรหน้ายางนิ่ม ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่จะนำไปทดลองใช้ดู ปุ๋ยน้ำหมักสูตรนี้ ได้รับการเผยแพร่โดยนายสวงค์ บุญชูวงศ์ วิทยากรจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกองทุนปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ เทศบาลตำบลเวียงสระ ซึ่งได้รับการยืนยันว่าสามารถทำให้หน้ายางนิ่ม กรีดง่ายและได้ปริมาณน้ำยางสูง ซึ่งมีส่วนผสมดังนี้
1.สับปะรด 1 ส่วน
2.เศษปลา 1 ส่วน
3.กากน้ำตาล 1 ส่วน
4.พ.ด.2


นำส่วนผสมทั้งหมดผสมกันโดยใช้น้ำให้พอท่วมส่วนผสมทั้งหมด ละลาย พ.ด.2 ให้เข้ากันก่อนแล้วจึงผสมลงไป ปิดฝาภาชนะไม่ต้องสนิท กวนทุกๆ 7 วัน เมื่อครบ 21 วันจึงกรองน้ำนำไปใช้ได้ เคล็ดลับของสูตรนี้อยู่ที่สับปะรด ซึ่งอาจจะมีกรดหรือฮอร์ดโมนที่ทำให้หน้ายางนิ่มได้ วิธ๊การใช้ ทำได้โดยใช้ปุ๋ยน้ำหมัก1 ส่วนต่อน้ำ 50 ส่วน ฉีดพ่นบริเวณหน้ายาง
ท่านที่สนใจก็สามารถนำไปทดลองใช้ดูนะครับ
โรครากเน่าโคนเน่า (Sclerotium wilt)
โรคนี้มักเกิดในดินที่ขาดแคลนอินทรีย์วัตถุ ดินที่เป็นกรดจัด หรือดินที่เป็นดินเหนียว เนื่องจากเชื้อสาเหตุของโรค คือ Sclerotium sp. นั้นสามารถเจริญได้ดีในดินดังที่กล่าวมานี้
อาการ
พริกจะแสดงอาการเหี่ยวอย่างรวดเร็วและมักตายโดยไม่แสดงอาการใบเหลือง อาการเหมือนการขาดน้ำ เนื่องจากท่อน้ำท่ออาหารและรากถูกทำลาย การจะสังเกตุพริกว่าเป็นโรครากเน่าโคนเน่าหรือไม่ ให้ดูที่พื้นดินบริเวณโคนต้นและที่โคนต้นพริก จะเห็นเส้นใยสีขาวเจริญอยู่ที่บริเวณพื้นดินหรือที่โคนต้นอย่างชัดเจน (รูปที่ 2 และ 3) บางครั้งอาจมีสปอร์ลักษณะคล้ายเม็ดผักกาดที่บริเวณพื้นดินใกล้โคนต้นพริกด้วย (รูปที่ 2 และ 4) และถ้าแกะเปลือกที่โคนต้นพริกออกจะเห็นท่อน้ำท่ออาหารไม่เป็นสีน้ำน้ำตาลเหมือนโรคเหี่ยวเหลือง และถ้าเอามีดหั่นเฉียงที่โคนต้นดูเนื้อไม้จะเห็นเป็นสีขาว หรือเทาอ่อน ๆ เท่านั้น
ต้นพริกที่เป็นโรครากเน่าโคนเน่า Sclerotium wilt
ลักษณะเส้นใยและสปอร์ที่เชื้อรา Sclerotium sp. สร้างขึ้นที่พื้นดินบริเวณโคนต้น
ลักษณะเส้นใยที่เชื้อรา Sclerotium sp. สร้างขึ้นที่บริเวณโคนต้น
ลักษณะของท่อน้ำท่ออาหารของพริกที่เป็นโรครากเน่าโคนเน่า จะไม่เป็นสีน้ำตาลเหมือนกับโรคเหี่ยวเหลือง
การป้องกันกำจัด
1. ไถดินตากแดดเพื่อกำจัดเชื้อราและแบคทีเรียสาเหตุโรคพืช (ในดินที่มีการเพาะปลูกติดต่อกันเป็นเวลานาน ไม่ค่อยได้ใส่ปุ๋ยคอก - ปุ๋ยหมัก และไม่ได้มีการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา)
2. ปรับปรุงโครงสร้างของดินด้วยปุ๋ยคอก - ปุ๋ยหมัก เพื่อให้รากพืชสามารถเจริญเติบโตได้ดีและดูดอาหารอย่างเต็มที่ สร้างความต้านทานให้ต้นพริก
3. ปรับปรุงโครงสร้างทางเคมีของดิน (pH) โดยใช้ปูนขาวให้ได้ประมาณ 6.3 - 6.8 เพื่อให้พืชสามารถดูดอาหารได้อย่าสมดุลย์
4. ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มารองก้นหลุมพร้อมปลูกเพื่อป้องกันเชื้อราสาเหตุ โรครากเน่าโคนเน่า และหลังจากปลูกอีกครั้งเมื่ออายุพริกได้ประมาณ 2 - 2 1/2 เดือน (เชื้อราไตรโคเดอร์มาสามารถใช้ป้องกันโรครากเน่าโคนเน่าของพริกได้อย่างดีมาก และเห็นผลแม้จะใส่เพียงแค่ฤดปลูกูแรกเท่านั้น)
5. เมื่อเจอต้นที่เป็นโรคให้ถอนไปเผาทำลายในทันที ใช้น้ำปูนขาวราดบริเวณหลุมปลูกที่อยู่รอบ ๆ โดยใช้ปูนขาวอัตราส่วนประมาณ 5 กำมือผสมน้ำ 5 ลิตร ราดให้ทั่วเพื่อฆ่าเชื้อโรค พร้อมทั้งขุดดินบริเวณหลุมที่เป็นโรคตากแดดและโรยปูนขาวเพื่อฆ่าเชื้อรา
ห้างหุ้นส่วนจำกัด พรจันทร์ธุรกิจการเกษตร จำหน่ายปุ๋ยปลา ตราชาวประมง
คุณสมบัติของปุ๋ยปลาตราชาวประมง
เป็นปุ๋ยอินทรีย์สภาพของเหลวที่เกิดจากการหมักวัสดุอินทรีย์ มีธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตต่อพืช ย่อยสลายออกมาเมื่อใช้ในสัดส่วนความเข้มข้นที่เหมาะสมและในสภาพที่เอื้อต่อการดูดซึมของพืช
วัตถุดิบ
ปลาสดจากทะเล : ใช้การบดละเอียดโดยเครื่องเพื่อดึงให้ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก แก่ต้นพืชให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
ไคโตซาน : เป็นไบโอโพลิเมอร์ธรรมชาติอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นองค์ประกอบอยู่ในเปลือกนอกของสัตว์พวก กุ้ง ปู แมลง และเชื้อรา เป็นสารธรรมชาติที่มีลักษณะโดดเด่นเฉพาะตัว ประโยชน์ ยับยั้งและสร้างความต้านทานโรคให้กับพืช ทำให้เกิดโอกาสการสร้างความต้านทานของพืชต่อแมลงศัตรูพืช ช่วยเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในดิน
ส่าเหล้า : สารอินทรีย์ และ อนินทรีย์ มีสีน้ำตาลเข้ม และมีธาตุอาหาร N: P: K ซึ่งเป็นสารอาหารที่พืชต้องการ
จุลลินทรีย์ : สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า เป็นตัวกลางช่วยเร่งปฏิกิริยาการดูดซึมธาตุอาหารของพืชได้เร็วขึ้น
กรดอะซิติก: มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคพืช
กากน้ำตาล: มีธาตุอาหารพร้อมทั้งธาตุหลักและธาตุรองและอื่นๆเช่น ซูโคลส เพื่อสร้างความสดชื้นให้กับต้นไม้
ใช้ได้กับทุกชนิดพืช ไม้ผล,ไม้ดอก-ไม้ประดับ,พืชสวน,พืชไร่,พืชผัก,นาข้าว,โรงเพาะเห็ด,หัวเชื้อในการทำปุ๋ยหมักแห้ง, ปาล์มน้ำมัน, ยางพารา
มีจำหน่ายขนาด 1 ลิตร 20 ลิตร มีทั้งปลีกและส่ง ราคาไม่สูงคุยกันได้ทุกเรื่อง เพราะเราเป็นแหล่งวัตถุดิบ มีใบอนุญาตผลิตพร้อม
http://www.paknamlangsuan.com/phonchan
พร้อมจัดส่ง
เราขอเสนอขายปุ๋ยปลาเพื่อเป็นหัวเชื้อในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์แห้ง และรับผลิตปุ๋ยปลาตามสูตรของท่าน ในราคาต่ำ และเรายังมีสูตรพิเศษโดยผสมไคโตซานอีกด้วย
สนใจติดต่อฝ่ายขาย คุณ พิริยะ อุสายพันธุ์ โทร 087-3422240
คุณสามารถ แสงจันทร์ โทร 083-1062524
ประโยชน์ของปุ๋ยปลาชาวประมง
1.ใช้ผสมน้ำพ่นให้พืชทางใบหรือให้พร้อมกับระบบน้ำทางดิน
2. ช่วยส่งเสริมการดูดซึมธาตุอาหารแก่พืชทางรากและใบ
3. ช่วยเสริมสร้างความเจริญเติบโตและความสมบูรณ์แก่ลำต้นดอกใบและผล
อัตราการใช้
พืช อัตราส่วน วิธีการใช้
พืชผัก-ไม้ดอกไม้ประดับ
พริก มะเขือ ถั่วฝักยาว ผักกินใบ ผักกินหัว – กล้วยไม้ หน้าวัว กุหลาบและไม้ใบทุกชนิด
20-50 ซี.ซี. / น้ำ 20 ลิตร
ฉีดพ่นทุก 7-15 วัน
ไม้ผล – พืชสวนทุกชนิด
องุ่น ลำไย มะม่วง เงาะ ทุเรียน ฝรั่ง และผลไม้อื่น ๆ
40-80 ซี.ซี. / น้ำ 20 ลิตร
ฉีดพ่นทุก 15-30 วัน
พืชไร่
ข้าว ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ถั่วเหลือง มันสำปะหลัง ยาสูบ ปาล์ม ยางพารา และพืชไร่ทุกชนิด 20-50 ซี.ซี. / น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก 15-30 วัน
หมายเหตุ ฉีดพ่นละอองเล็กๆ พอเปียกทั่วใบและทุกส่วนของพืช
ผู้ผลิต : ห้างหุ้นส่วนจำกัด พรจันทร์ธุรกิจการเกษตร เลขที่ 279/8 หมู่ที่ 4 ตำบลวังตะกอ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร 86110 โทร (077)541347, 544473 โทรสาร (077)582310
สถานที่ผลิต : เลขที่ 78 หมู่ที่ 13 ตำบลบางมะพร้าว อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร 86150
ขอบคุณค่ะที่แบ่งปันความรู้ แล้วจะมาติดตามอ่านอีกค่ะ
พ.ค.2 คืิออะไร จ๊ะ