การศึกษากัวิทยฐานะ

ทั้ง 2 สภา กระทรวงศึกษาธิการ และองค์กรฝ่ายปฏิบัติ รวมถึงองค์การภายนอกที่ร่วมสนับสนุนการจัดการศึกษา เพื่อตกลงกันให้ชัดเจนว่า การจัดการศึกษาของชาติจะไปในทิศทางใด

ด้านนายสมเกียรติ์ พงษ์ไพบูลย์ ที่ปรึกษากรรมการธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร์ กล่าวว่า กมธ.การศึกษาทั้ง 2 คณะศึกษาพบว่า รัฐบาลต้องจ่ายเงินปีละ 4 หมื่นล้านบาท เป็นค่าวิทยฐานะให้ครูชำนาญการประมาณ 279,000 คน และครูชำนาญการพิเศษประมาณ 72,000 คน แต่กลับไม่ได้ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนดีขึ้น ซ้ำคุณภาพนักเรียนกลับตกต่ำลงทุกช่วงชั้น โดยเฉพาะในวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เพราะฉะนั้น ศธ.ควรหยิบเรื่องนี้มาสะสางด่วน พร้อมทั้งนำพิม

การศึกษาของชาติ และนักเรียนไม่ได้อานิสงฆ์จากการให้เงินวิทยฐานะครูเลย เพราะการประเมินเข้าสู่วิทยฐานะที่ผ่าน ๆ มา นั้น มีเข้มข้นเพียงพอและไม่ได้เน้นไปที่การประเมินผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน อย่างไรก็ตาม วิธีการแก้ปัญหาเรื่องนี้ ไม่ควรไปลดอัตราเงินวิทยฐานะ เพราะจะเป็นการลดแรงจูงใจในการพัฒนาตัวเองของครู แต่ต้องปรับปรุงให้ระบบประเมินเข้าสู่วิทยฐานะเข้มข้นขึ้น และประเมินจากผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน ให้มั่นใจได้ว่า ครูที่ได้วิทยฐานะนั้น เป็นครูที่มีคุณภาพจริง ๆ นายสมเกียรติ์ กล่าว

ด้านนายจุรินทร์ กล่าวว่า ศธ.กำลังจะเริ่มใช้ระบบประเมินวิทยฐานะใหม่ในวันที่ 1 ตุลาคม 2552 .นี้ ซึ่งจะประเมินจากผลการปฏิบัติงานจริงและประเมินจากผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนด้วย นอกจากนั้น ศธ.จะมีการประเมินคุณภาพครูครั้งใหญ่ในเร็วๆ นี้ วัดออกมาและทำข้อมูลไว้เลยว่า ครูแต่ละรายมีคณภาพเพียงใด เพื่อนำครูแต่ละคนไปเข้ารับการอบรมพัฒนาครั้งใหญ่ที่ ศธ.ทุ่มงบประมาณกว่า 8,000 ล้านบาท และขอยืนยันว่า รัฐบาลนี้เอาจริงกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทุกระดับทั้งในและนอกระบบ รวมทั้งการศึกษาตอลดชีวิต เพื่อให้คนไทยได้มีโอกาสเรียนรู้ตอลดชีวิตอย่างมีคุณภาพ