นั่นเป็นการเปิดประเด็นเพื่อหาความรู้ เพื่อทำการปฏิบัติต่อยอดที่ดีกว่า นับได้ว่าการติดต่อเพื่อหาข้อความรู้ก่อนจัดทำค่ายของน้อง

ค่ายนี้....เพื่อน้องและเด็กน้อยบ้านควนเสม็ด

 

         สวัสดีค่ะ....จริงๆ แล้วสำหรับบันทึกนี้ครูแอนควรนำลงมานานแล้วนะคะ  แต่ไม่ค่อยว่าง...เลยเพิ่งได้เอามาลง...เพื่อเป็นการบันทึกไว้ก่อนถึงค่าย Know knew known ที่ตนเองร่วมกับพี่ๆ ครูชาวมัธยมในเขต สพท. จัดให้กับเด็กๆ ชั้น ม.6 เพื่อพัฒนาปรับปรุงการเรียนรู้ทางภาษาอังกฤษไงคะ...เลยขอลงไว้ก่อนค่ายตนเอง...นะคะ

 

      เมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาครูแอนได้รับโทรศัพท์จากบล็อกเกอร์ท่านนี้ค่ะ...Pน้องครูอ๋อย แจ้งความประสงค์ว่า “น้องจะทำค่ายภาษาอังกฤษให้เด็กน่ะค่ะพี่....น้องยังไม่เคยทำ  น้องจะต้องทำอะไร...อย่างไรบ้างคะ...”

 

      นั่นเป็นการเปิดประเด็นเพื่อหาความรู้ของน้องครูอ๋อยหลังจากที่น้องครูอ๋อยได้ร่วมประชุมร่วมกับสมาชิกเพื่อนครูในโรงเรียนบ้านควนเสม็ดแล้ว  เลยส่งเสียงเจื้อยแจ้วมาถามครูแอนในฐานะที่ครูแอนเคยจัดค่ายให้กับเด็กๆ ที่โรงเรียนมาก่อนหน้านั้น  เลยบอกน้องไปว่าน้องต้องทำอะไรบ้างและต้องเตรียมอะไรบ้าง  นับได้ว่าการติดต่อเพื่อหาข้อความรู้ก่อนจัดทำค่ายของน้อง  เราติดต่อกันทางโทรศัพท์บ่อยมาก  และมาลงตัวที่น้องจะเชิญท่านวิทยากรบล็อกเกอร์จิตอาสา ท่าน อ.ขจิต  ฝอยทองP มาเป็นวิทยากร  และจะจัดในช่วงวันที่  7 – 9 สิงหาคมที่ผ่านมานั้น  ท่านขจิตเลยชักชวนครูแอนให้ไปช่วยน้องครูอ๋อยทำค่ายให้เด็กๆ ร่วมกันอีกแรงหนึ่ง  ครูแอนก็ตกลงไปช่วย อ.ขจิต อีกแรงหนึ่ง...เพราะน้องครูอ๋อยและเด็กน้อยของน้องครูอ๋อยนั่นเอง…ด้วยแค่หวังอยากให้เกิดเจตคติที่ดีในรายวิชาภาษาอังกฤษให้กับเด็กน้อยในชั้นประถมศึกษา...เผื่อว่าจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการสร้างความชอบที่จะเรียนภาษาอังกฤษในระดับที่สูงขึ้น....เช่น..เมื่อเค้าขึ้นมาสู่ระดับมัธยมศึกษา(ระดับที่ครูแอนสอน)...(เผื่อบุญที่ทำจะมาส่งเสริมให้เด็กๆ ที่ครูแอนสอนรักที่จะเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นไงล่ะคะ  อิอิอิ) 

 

       ก่อนวันที่ 7 สิงหาคมนั้น  ท่านขจิตชวนครูแอนไปเยี่ยมน้องๆ ที่ Usable Lab เลยทันได้ร่วมอวยพรวันเกิดให้น้องกุ้งเต้นพอดี  สักครู่ใหญ่เราก็มีโอกาสได้พบกับท่านบล็อกเกอร์ใจดีP  ผู้ที่มีรอยยิ้มหวานและยิ้มเก่งตลอดทุกเวลาที่ท่านส่งยิ้มมา...ท่าน อ.ยูมิ...นั่นเอง และที่นี่ครูแอนได้ตกหลุมรักหนุ่มน้อยคนนี้ไปแล้วล่ะค่ะ 5555 ...น้องเต้  ลูกชายคนเก่งของ อ.ยูมิ....น่ารักเชียว...ยิ้มหวานและยิ้มเก่งเหมือนคุณพ่อ(ท่าน อ.ยูมิ) เลยล่ะค่ะ 

 

เห็นรอยยิ้มสดใสนั่นแล้ว...

คุณก็หลงรักหนุ่มน้อยคนนี้เข้าไปเต็มเปาเลยใช่มั๊ยคะ..5555...

 

ดูกันชัดๆ นะคะ...ยืนยันกันเลยว่า "สำเนาถูกต้องจริงๆ"

อิริยาบถสบายๆ กับคุณพ่อเค้าล่ะค่ะ

 

 

       มาถึงเช้าวันที่  7  สิงหาคมเรานัดกับน้องครูอ๋อยที่หน้ากองบิน 56  ทางผ่านไปโรงเรียนบ้านควนเสม็ด  แล้วน้องครูอ๋อยก็มารับเราที่นั่นเพื่อไปยังโรงเรียนบ้านควนเสม็ด

 

 

 

      นี่เป็นครั้งแรกที่ครูแอนได้มีโอกาสผ่านมาทางเส้นทางนี้  เลยดูเหมือนจะตื่นตาตื่นใจกับสถานที่ใหม่ที่ยังไม่เคยไปไม่น้อย  เมื่อไปถึงก็พบป้ายหน้าโรงเรียนค่ะ ..อ๊า...นั่นไง...โรงเรียนบ้านควนเสม็ด  ผ่านมาอีกหน่อยนึงครูแอนก็เตะตาเข้ากับป้ายกลุ่มเหนียวหลามชักพลุด...ป้ายนี้ล่ะค่ะ 

 

 

 

       

       ถามตัวเองว่ามันเป็นแบบไหนหว่า  จะเหมือนกับข้าวเหนียวหลามบ้านครูแอนมั๊ยล่ะเนี่ย  เก็บความคิดไว้ว่า....จะมาถ่ายภาพป้ายนี้และแอบหวังว่าจะมีโอกาสได้ลองลิ้มชิมรสมันมั๊ยน๊า...(ว๊าว...โชคเข้าข้างค่ะ....ในที่สุด....ด้วยปาฏิหารย์....ชาวบ้านเค้ามีการทำข้าวเหนียวหลามชักพลุดกันพอดีเลย  เค้าเพื่อนำเสนอนักศึกษาที่มาดูงาน  ลุงที่ทำอาหารที่โรงอาหารเลยเอามาฝากพวกเราให้ลองกินกันดู...โอ..บุญแท้ๆ ) 

     น้องครูอ๋อยเล่าให้ฟังว่า....เค้าจะเอาใบยี่เร็ด (มีแถบนี้เท่านั้น...มังคะ...) มารองกระบอกไม้ไผ่แล้วจึงจะใส่ข้าวเหนียวลงไป  แล้วทำการหลามข้าว  จนสุก...เมื่อสุกแล้วก็ไม่ต้องเหลาไม้ไผ่เหมือนข้ามหลามทางแถบเทพาบ้านครูแอนหรอกนะคะ  วิธีการต่อจากการหลามข้าวเหนียวจนสุกก็คือค่อยๆ ดึงก้านใบยี่เร็ดออกมา  แล้วข้าวหลามแสนอร่อยก็จะออกมาให้ท่านลิ้มชิมรสที่อร่อยเหาะไปเลยล่ะค่ะ

 

 

คุณลุงที่มาช่วบคุณครูทำอาหารที่โรงเรียนนี้อายุเกือบ 80 กว่าปีแล้วนะคะ

.....ยังแข็งแรงอยู่เลยค่ะ.....

 

 

นี่เลยค่ะ....เรามาเยี่ยมชมโรงเรียนกันต่อนะคะ

 

บรรยากาศภายในโรงเรียน

 

 

 

       บรรยากาศในโรงเรียนบ้านควนเสม็ดน่าอยู่ค่ะ  ร่มรื่นดี  และบริเวณระหว่างอาคารนี่ลาดพื้นซีเม็นต์ทั้งหมด  เลยคิดว่า...สงสัยท่าน อ.ขจิต จะมีพื้นที่ให้เด็กทำกิจกรรมแยะเป็นแน่แท้  แต่แหม...อีตอนที่เราไปถึงนี่สิคะ...ท้องฟ้ามันเป็นแบบนี้ค่ะ...เด็กๆ เค้าก็กำลังเข้าแถวกันพอดี 

เอาแล้ว...ครึ้ม...มาเชียว

 

 

 

เหมือนจะโชคดีค่ะ....ต่อมาเมื่อถึงเวลาเริ่มค่าย  ท้องฟ้าโปร่งเชียวค่ะ 

 

 

 

      

        เลยทำพิธีเปิดค่ายกันที่ห้องสมุดโรงเรียน  และท่านประธานในพิธีก็คือท่านประธานกรรมการสถานศึกษาของที่นี่ล่ะค่ะ  เมื่อเสร็จพิธีเปิดมีการรำมโนราห์ด้วย..เก๋มั๊ยล่ะค่ะ...ค่ายภาษาอังกฤษที่ดูเหมือนจะเป็นภาษาสากลแต่เก๋มากเลยด้วยการผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้าไปด้วยอย่างสอดคล้องและกลมกลืน  ในการนำเสนอของดีของท้องถิ่นภาคใต้ผสมผสานกับความเป็นสากลในการเรียนภาษาได้อย่างน่าภูมิใจ

 

 

 

 

 

      มาดูหนูน้อยมโนห์รากันนะคะ  คนรำก็ตัวอ๊อน...อ่อน (ภาษาใต้เราจะใช้คำว่า....ตัวนวน) เชียวค่ะ....  กวาดสายตาไปเจอะเข้ากับพ่อนักดนตรีตัวน้อยอีกราย  เด็ดจริงๆ ค่ะ.....ดูจากภาพจะเห็นว่าเค้าตีเครื่องดนตรีไม่ถึงน่ะค่ะ ข่าวว่าเรียนอยู่ ชั้น ป.2 เองค่ะ  เลยตัวเล็กไปหน่อย แต่ด้วยความสามารถสูง ทีมงานเลยต้องหาที่นั่งพิเศษให้น้องเพื่อช่วยให้ตัวเค้าสูงขึ้นจะได้ตีเครื่องดนตรีถนัดๆ ไงล่ะค่ะ 

 

        

      จากการสอบถามและการบอกเล่า....ที่หมู่บ้านนี้..มีชื่อเสียงทางการรำมโนห์ราน่ะค่ะ  จะมีชาวบ้านที่สูงอายุแล้วและมีความสามารถทางด้านนี้มาฝึกหัดเด็กน้อยเหล่านี้เล่นเครื่องดนตรีเพื่อใช้ประกอบการรำมโนห์รา  ในขณะที่จะมีป้าผู้หญิงชาวบ้านในหมู่บ้านอีกเช่นกันที่จะมาช่วยฝึกหัดการรำมโนห์ราให้เด็กๆ หนูน้อยนางรำด้วยเช่นกัน 

 

 

....มโนห์ราน้อยๆ ที่นี่ออกงานบ่อยเลยเชียวค่ะ.....

 

  

 

เอาภาพมโนห์รามาให้ยลกันก่อนนะคะ

 

  

ไว้ต้องติดตามตอนต่อไปแล้วกันนะคะ ...กับการเริ่มกิจกรรมค่ายภาษาอังกฤษโรงเรียนบ้านควนเสม็ด  อ.สะเดา  จ.สงขลาค่ะ...

 

 

มีความสุขนะคะ