การปวดหัว เป็นอันตราย

ทำอย่างไร เมื่อปวดหัวข้างเดียว ...

      เคยเป็นมั๊ย..ท่านเอางานติดหัวกลับบ้านไปด้วย  หลายคนในที่นี้ คงมีอาการแบบผมบ้าง คือ อาการปวดหัวข้างเดียว เค้าว่ากันว่า คนปวดหัวข้างเดียวคงเป็นคนเครียด มุมานะ เป็นห่วง กังวล ต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากเกินไป.. 

      ผมคงเป็นคนประเภทนั้น ทำอะไรชอบคิดเผื่อไว้ล่วงหน้าว่า วันนี้ต้องทำเรื่องนี้ เรื่องนั้นให้เสร็จ ถ้าไม่เสร็จสมองมันจะติด ค้างๆ คาๆ อยู่แต่เรื่องที่กำลังคิดอยู่ และยังมีการคิดต่อว่าพรุ่งนี้ต้องทำเรื่องนั้น ตอนมาทำงานใหม่ๆ เอางานติดหัวกลับบ้านไปทุกวัน ทั้งๆ ที่งานยังอยู่ที่ทำงาน แต่เนื้องานอยู่ในหัว จึงเป็นบ่อเกิดของอาการปวดหัว อาการปวดหัว จะเป็นอย่างนี้ 

    ันจันทร์        ไม่ปวดเริ่มทำงาน เรียกว่า สตาร์ทเครื่องกำลังสบายๆ

 วันอังคาร           ริ่มปวดข้างซ้าย 

 วันพุธ               ย้ายจากข้างซ้าย   เปลี่ยนไปเป็นปวดข้างขวา 

 ันพฤหัสฯ        วดทั้ง 2 ข้างเลย

 วันศุกร์             ริ่มไม่รอด  ปวดขนาดไหน ก็ขนาดที่ว่าเอามือลูบผมแล้ว มันเสียวไปทั้งหัว

 วันเสาร์           าจจะมีอาการติดพันมาจากวันศุกร์อีกวัน

 วันอาทิตย์       เริ่มดีขึ้น

       จากนั้นวงจรจะกลับไปเริ่มวันจันทร์ใหม่ ปวดหัวจนเป็นนิสัย เค้าเรียกโรคนี้ว่า   มเกรน .. วลาปวดแล้ว เราจะกลายเป็นยักษ์ เป็นมาร อารมณ์แปรปรวน คลุ้มคลั่ง (ไปกันใหญ่)

    แล้วเป็นอาการแบบนี้แก้อย่างไร วิธีการแก้ปัญหาที่ผมพบแล้วว่าไม่ถูกต้อง คือ
1. การนอน หลายท่านเข้าใจว่าเวลาปวดหัวต้องไปนอน ขอบอกท่านกำลังคิดผิดการปวดหัวแบบนี้ ถ้าท่านไปนอนอาการของท่านจะทรุดหนักลงอย่างแน่นอน จะทำให้ท่านมีอาการมากขึ้นถึงปวดบริเวณรอบดวงตา คลื่นเหียน อาเจียน (เคยเป็นมั๊ยครับ) การนอนมาก กับนอนน้อยเกินไป สำหรับผมไม่แตกต่างกันครับอาจจะทำให้ปวดมากขึ้น
2. กินยาแก้ปวด ยาแก้ปวดไม่สามารถช่วยได้กับอาการนี้
3. อย่าอ่านหนังสือนะครับ เพราะจะทำให้ท่านปวดมากขึ้น

     แล้ววิธีทางแก้ไขอาการปวดหัวแบบนี้ ต้องทำอย่างไร? ทางพระท่านว่า ต้องดับที่เหตุครับ หาให้เจอก่อนว่าอะไรทำให้เราปวดหัว สำหรับผมคิดมาก ย้ำคิดย้ำทำ ชอบคิดอะไรล่วงหน้า ทั้งๆ ที่ยังไม่เกิด ง่ายๆ ก็คือเลิกคิดซะ เอ๊ะ! แล้วการเลิกคิดทำอย่างไร เหมือนกับคนอกหัก เราจะคิดถึงแต่เรื่องที่ทำให้เราเสียใจ ยิ่งอยู่คนเดียว ก็ไม่อาจจะทำให้หยุดคิดได้ ทางพระจึงมีคำหนึ่งขึ้นมา คือคำว่าปล่อยวาง ไม่ยึดมั่นถือมั่น และทำสมาธิ ดูลมหายไปใจออก ให้ใจจดจ่ออยู่กับลม อย่ากังวลถึงเรื่องอื่น ทำซักพักถ้าใจวอกแวก พยายามดึงกลับมาอยู่กับลมหายใจ ทำทุกวันครับวันละชั่วโมง ก็ยังดี (พูดง่าย ทำยาก แต่ได้ผลจริงครับ ทดลองมาแล้วตอนบวช) ก่อนบวชปวดหัวเกือบทุกวัน ขณะบวชไม่ปวดหัวเลย นิ่งไปเยอะ ตอนนี้ไม่ไหวเลย เพราะสิ่งเร้ามันเยอะ นึกถึงแต่ความสบายกาย 555

     แต่ถ้าทำไม่ได้ผมมีทางเลือกของตัวเอง และทดลองแล้วได้ผล คือ
1. หาความสบายใส่ตัวด้วยการเที่ยว ชมนกชมไม้ ไปไหนก็ได้ ที่สงบไม่พลุกพล่าน ไปเรื่อยๆ ปล่อยอารมณ์ ทิ้งความกังวลต่างๆ ไปซะ เช่น เดินเล่นชายทะเล ไปดูคนน่ารักๆ แถวอ่างน้ำ เป็นต้น
2. การดูหนัง ฟังเพลง บางครั้งการดูหนังที่เราชอบ ฟังเพลงที่เราประทับใจ จะทำให้เราลืมเรื่องที่เรากำลังคิดอยู่ ก็ลดอาการปวดหัวได้เช่นกัน
3. ออกกำลังกายหนักๆ ให้เหงื่อออกท่วมตัวเลย จะทำให้เราผ่อนคลายขึ้น เพราะเวลาเราออกกำลังกายเราจะไม่คิดถึงอะไรแล้ว เพราะมันเหนื่อยไง สมองเราจะจดจ่อกับสิ่งที่เรากำลังทำ ไม่คิดถึงเรื่องที่กังวลชั่วคราว
4. ถ้า 3 ข้อแรกเอาไม่อยู่ ต้องพึ่งยาแล้วครับ นี่เลยคาเฟอร์ก๊อต (ไม่ควรกินตอนท้องว่างจะทำให้คลื่นไส้ อาเจียนได้) ถ้าไม่งั้นก็กาแฟก็ได้ครับ ไม่ต้องใส่ครีม หรือน้ำตาล ซดทั้งขมๆ ไปเลย (สำหรับผมปัจจุบันไม่ต้องพึ่งข้อนี้แล้ว) แค่ข้อ 3 ก็เอาอยู่แล้วครับ

      หลายท่านอาจจะมีวิธีการแก้อาการปวดหัว  ไมเกรน .. แบบอื่นๆ ลองแนะนำกันบ้างนะครับ เพราะวิธีของผมอาจจะไม่ใช่ วิธีที่ดีสำหรับท่าน