ความกลัวเป็นสภาวะจิตใจอย่างหนึ่ง และสภาวะจิตใจก็เป็นสิ่งที่คุณสามารถควบคุมและชี้นำมันได้

 

 

หกปีศาจร้ายแห่งความกลัว

 

มีอยู่กี่ตัวที่ขวางทางคุณอยู่

 

ก่อนที่คุณจะสามารถนำปรัชญานี้ไปใช้เพื่อความสำเร็จต้องเตรียมจิตใจของคุณให้พร้อมที่จะรับมันเสียก่อนซึ่งการเตรียมก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร เริ่มต้นจากการศึกษาวิเคราะห์และทำความเข้าใจกับศัตรูสามประการอย่างถ่องแท้คือความไม่กล้าตัดสินใจความลังเลสงสัยและความกลัว

สัมผัสที่หกจะไม่ทำงานในขณะที่ศัตรูทั้งสามหรือตัวใดตัวหนึ่งอยู่ในจิตใจคุณศัตรูทั้งสามนี้มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดเมื่อเจอศัตรูตัวหนึ่งก็มักจะมีอีกสองตัวอยู่ใกล้ๆเสมอ

จงจำไว้ว่าความไม่กล้าตัดสินใจเป็นตัวบ่มเพาะความกลัวความไม่กล้าตัดสินใจจะตกผลึกเป็นความลังเลสงสัยสองสิ่งนี้จะรวมตัวกันกลายเป็นความกลัวขั้นตอนในการรวมตัวกันจะเกิดขึ้นช้าๆนี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมศัตรูพวกนี้จึงอันตรายมากพวกมันก่อตัวและเจริญเติบโตโดยเราไม่ทันสังเกตเห็น

ส่วนที่เหลือของบทนี้จะเป็นการบรรยายสภาวะจิตใจที่คุณต้องมีก่อนที่จะนำปรัชญามาใช้ในการปฏิบัติ

ในบทนี้จะได้วิเคราะห์เงื่อนไขที่นำผู้คนมากมายไปสู่ความยากจนและมันจะเผยข้อเท็จจริงซึ่งคนที่ร่ำรวยต้องเข้าใจไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเงินทองหรือสภาวะจิตใจซึ่งอาจมีคุณค่าเหนือกว่าเงินทองก็ตาม

จุดมุ่งหมายของบทนี้เน้นความสนใจไปที่สาเหตุและการแก้ไขความกลัวพื้นฐานหกประการก่อนที่คุณจะจัดการกับศัตรูเราต้องรู้จักชื่อนิสัยของมันและจุดที่เราจะโจมตีมันเสียก่อนขณะที่คุณอ่านหนังสือจงวิเคราะห์ตัวเองอย่างระมัดระวังและพิจารณาตัวคุณเองว่ามีความกลัวทั้งหกซ่อนอยู่ด้วยหรือไม่และจำไว้ว่าบางทีพวกมันอาจซ่อนตัวอยู่ในจิตใต้สำนึกก็ได้ซึ่งเป็นการยากที่จะค้นพบและยากยิ่งกว่าในการกำจัดมัน

 

ความกลัวพื้นฐานหกประการ

 

มีความกลัวพื้นฐานหกประการที่ทำให้คนเราทุกคนต้องเป็นทุกข์คนที่โชคดีมักไม่ต้องเผชิญกับความกลัวทั้งหกนี้

รายชื่อเรียงตามลำดับที่พบบ่อยคือ

กลัวความยากจน

กลัวการถูกตำหนิติเตียน

กลัวความเจ็บป่วย

กลัวการสูญเสียคนอันเป็นที่รัก

กลัวความแก่ชรา

กลัวความตาย

ความกลัวที่นอกเหนือจากนี้ไม่ค่อยมีความสำคัญนักและเป็นเพียงข้อปลีกย่อยของความกลัวเหล่านี้

ความกลัวเป็นสภาวะจิตใจอย่างหนึ่งและสภาวะจิตใจก็เป็นสิ่งที่คุณสามารถควบคุมและชี้นำมันได้

คุณจะสามารถสร้างสรรค์สิ่งต่างๆได้ก็ต่อเมื่อคุณได้เริ่มสร้างรูปแบบแห่งพลังความคิดขึ้นมาก่อน

ข้อความต่อไปนี้มีความสำคัญมาก: เมื่อพลังความคิดเริ่มแปรเปลี่ยนตัวเองไปเป็นรูปธรรมไม่ว่าความคิดนั้นจะเกิดขึ้นโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตามหรือแม้ว่าจะเป็นพลังความคิดที่เข้ามาโดยบังเอิญ(ความคิดที่ออกมาจากจิตใจของผู้อื่น)อาจเป็นตัวกำหนดการเงินธุรกิจอาชีพหรือโอกาสทางสังคมของคุณได้เช่นเดียวกับความคิดที่คุณตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นมาเอง

ด้วยเหตุผลนี้มันได้ช่วยอธิบายว่าทำไมบางคนจึงดูเหมือนโชคดีในขณะที่คนอื่นซึ่งมีความสามารถมีการฝึกอบรมมีประสบการณ์และศักยภาพสมองเท่าเทียมกันหรือมากกว่าด้วยซ้ำแต่กลับดูเหมือนอับโชคคำอธิบายก็คือคุณมีความสามารถที่จะควบคุมจิตใจตัวเองได้ด้วยการควบคุมนี้คุณอาจจะเปิดใจเพื่อรับพลังความคิดที่ออกมาจากสมองคนอื่นหรือคุณสามารถปิดประตูใจและเลือกรับเฉพาะพลังความคิดที่คุณต้องการเท่านั้น

ธรรมชาติได้ให้อำนาจมนุษย์ในการควบคุมทุกสิ่งแต่ยกเว้นอยู่อย่างหนึ่งนั่นคือความคิดข้อเท็จจริงนี้ควบคู่ไปกับความจริงที่ว่าทุกสิ่งที่เราสร้างสรรค์ขึ้นล้วนแล้วแต่ตั้งต้นมาจากความคิดก่อนซึ่งนำเราไปสู่หลักการที่ว่าเราอาจจะสามารถจัดการกับความกลัวได้

ถ้าเป็นความจริงว่าทุกความคิดมีแนวโน้มที่จะปรับแต่งตัวมันเองไปรูปธรรม(และนี่เป็นความจริงซึ่งเหนือเหตุผลใดๆ) จึงเป็นความจริงเช่นกันว่าพลังความคิดแห่งความกลัวและความยากจนจะไม่สามารถแปรเปลี่ยนไปสู่ความกล้าหาญและผลประโยชน์ทางการเงินได้เลย