ที่มาและความสำคัญของปัญหาในการศึกษา เนื่องจากคณะกายภาพบำบัดฯ ม.มหิดล ได้จัดตั้งหน่วยงานใหม่ทางกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้ป่วยอัมพาต แต่นักกิจกรรมบำบัดเริ่มปฏิบัติงานด้วยการจัดกิจกรรมการรักษาให้ผู้ป่วยอัมพาตแต่ละบุคคล ซึ่งบางรายใช้ระยะเวลามากในการทำกิจกรรมการรักษา ไม่เห็นความสำคัญของการทำกิจกรรมการรักษา หรือไม่สามารถพัฒนาทักษะการทำกิจกรรมตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทำให้ผู้ป่วยอัมพาตค้างเป็นจำนวนมากจนทำให้นักกิจกรรมบำบัดไม่สามารถจำหน่ายออกจากการทำกิจกรรมการรักษาได้ รวมทั้งไม่สามารถจัดช่วงเวลาให้พอเพียงกับความต้องการรับบริการทางกิจกรรมบำบัดของผู้ป่วยอัมพาตรายใหม่ที่มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นการศึกษานี้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจของนักกิจกรรมบำบัดให้พัฒนาระบบการบริหารจัดการผู้ป่วยอัมพาต
วัตถุประสงค์ของการศึกษา เพื่อศึกษาผลของการใช้ระบบกิจกรรมบำบัดต่อการพัฒนาศักยภาพของผู้ป่วยอัมพาตด้วยการประเมินประสาทสรีรวิทยา
วิธีการศึกษา ผู้วิจัยจึงพัฒนาระบบกิจกรรมบำบัดกับนักกิจกรรมบำบัดจำนวน 1 คนภายในระยะเวลา 6 สัปดาห์ และเกิดกระบวนการทำงาน 3 ส่วน ได้แก่ 1) นักกิจกรรมบำบัดคิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ตามหลักสากลและกรอบอ้างอิงของกิจกรรมบำบัด 2) ผู้ป่วยอัมพาตจำนวน 10 คนอาสาสมัครเข้าร่วมศึกษาโดยเชื่อมโยงการมีส่วนร่วมทำกิจกรรมและพัฒนาความเข้าใจศักยภาพด้วยตนเอง และ 3) นักกิจกรรมบำบัดเรียนรู้การประเมินศักยภาพของผู้ป่วยอัมพาตด้วยเครื่องมือประสาทสรีรวิทยา เปรียบเทียบข้อมูลก่อนและหลังการใช้ระบบกิจกรรมบำบัด และเปรียบเทียบกับผู้ป่วยอัมพาตจำนวน 10 คนที่มารับบริการในหน่วยงานโดยไม่มีการใช้ระบบกิจกรรมบำบัด
ผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ ผู้ป่วยอัมพาตมีการพัฒนาประสาทสรีรวิทยาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติภายหลังการใช้ระบบกิจกรรมบำบัดนาน 6 สัปดาห์ และมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับกลุ่มที่ไม่ใช้ระบบ ผลการศึกษาสะท้อนถึงการจัดบริการที่ดีขึ้นและบุคลากรสร้างความรู้อย่างเป็นระบบการศึกษาครั้งนี้น่าจะนำไปใช้ประโยชน์ในกลุ่มผู้รับบริการอื่นๆ มากขึ้นและเผยแพร่สู่การพัฒนาคุณภาพของวิชาชีพนักกิจกรรมบำบัดในระดับภาคและประเทศต่อไป